วิเคราะห์..”Toyota Rush 2018″ มีลุ้นทำตลาดเมืองไทย แต่เส้นทางของ Avanza อาจต้องยุติ

หลังจาก All New Toyota Rush 2018 รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ ปิดตัวในประเทศอินโดนีเซียเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา โดยรูปโฉมใหม่ที่มีความเฉียบคมดุดันมากยิ่งขึ้น ส่งผลถึงมุมมองของแฟนโตโยต้าในประเทศไทย ที่อยากจะเห็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กรุ่นนี้เข้ามาทำตลาด

สถานการณ์ปัจจุบันของ โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กำลังอยู่ในสภาวะกอบกู้ส่วนแบ่งทางการตลาดให้กลับมาเป็นผู้นำอย่างสง่าผ่าเผยอีกครั้ง เพราะแม้ว่ายอดขายรถยนต์และภาพรวมของตลาดใหญ่ โตโยต้ายังเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในประเทศ แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรถยนต์แต่ละกลุ่ม ก็จะเห็นได้ว่า โตโยต้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ลดลงจากในอดีต ตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นได้ชัดเจน ก็คือ ยอดจำหน่ายรถปิ๊กอัพที่ Toyota Hilux Revo ไม่ได้เป็นที่หนึ่งอีกต่อไป โดยถูกแทนที่ด้วยคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Isuzu D-Max และหากมองลึกลงไปกว่านั้น ก็จะเห็นได้ว่า ในกลุ่มตลาดกระบะรุ่น Top Option ก็มีคู่แข่งขันอย่าง Ford Ranger ที่กวาดส่วนแบ่งตรงนี้ไปเป็นกอบเป็นกำ แม้จะเจอกับเสียงด่ารั้งยอดขายเรื่องศูนย์บริการและการดูแลลูกค้าหลังงานขายก็ตามที

หรือแม้แต่ Vios ซิตี้คาร์ที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันก็ยังต้องยอมถอยให้ Mazda 2 กระโดดขึ้นไปสู้กับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Honda City

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดของโตโยต้าในปีที่ผ่านมา คือการเปิดตัว Toyota Yaris Ativ หรือรถอีโค่คาร์ซีดานเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ที่ใช้พื้นฐานของ Vios มาแปลงโฉมใหม่ พร้อมการอัดอ๊อฟชั่นบวกกับราคาที่น่าคบ และงานวัสดุที่ดูใส่ใจกว่าในโมเดลเครื่อง 1.5 ลิตร อย่าง Vios

สิ่งที่พอจะคาดการณ์แผนการตลาดของโตโยต้าในตอนนี้ ก็คือการหาโมเดลรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาอุดช่องว่างทางการตลาด เพื่อดึงยอดมาร์เก็ตแชร์โดยรวมให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน ฉะนั่นหากรถยนต์รุ่นใดก็ตามที่มีกระแส และมีโอกาสจะเกิดในตลาดเมืองไทย โตโยต้าก็พร้อมที่จะลุย MassAutoCar เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น

เราได้เห็นรถยนต์โมเดลใหม่ๆ อย่าง Toyota Sienta และล่าสุดกับ Toyota C-HR ครอสโอเวอร์เครื่องยนต์ไฮบริดที่กำลังจะทำตลาดในบ้านเราช่วงต้นปี และเปิดรับจองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในงาน Motor Expo 2017 คำถามหลังจากที่คนไทยได้เห็น Toyota Rush 2018 เปิดตัวในอินโดนีเซีย ก็คือ โตโยต้าจะนำเข้ามาขายหรือไม่..?

ด้วยรูปโฉมที่ดูเตะตาคนไทยของ Toyota Rush 2018 ในประเทศอินโดนีเซีย ก็ทำให้หลายคนสอบถามถึงโอกาสการทำตลาดในบ้านเรา ซึ่งจะให้ MassAutoCar ตอบว่า มาแน่ 100% เราคงตอบแบบนี้ไม่ได้ แต่ขอตอบว่ามีโอกาสแล้วกันครับ วิเคราะห์ตามสถานการณ์ข้างต้นที่แจ้งไว้ บวกกับโตโยต้าประเทศไทย ยังไม่มีรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งสไตล์ครอสโอเวอร์ทำตลาด จึงเป็นมุมมองที่คนไทยพอจะได้ลุ้น เพราะปัจจุบัน รถกลุ่มนี้ ก็เห็นจะมีเพียง Honda Br-V เท่านั้นที่ทำตลาดอยู่ หรือจะเพิ่มอีกหนึ่งคู่แข่ง ก็น่าจะเป็น Mitsubishi Xpander ที่เตรียมขายในเมืองไทยภายในปีนี้

อีกหนึ่งประเด็นก็คือ ความล่อแล่ของ Toyota Avanza ที่ก่อนหน้านี้ ก็มียอดขายไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ยิ่งโตโยต้าเปิดตัว Sienta เข้ามาทับไลน์ด้วยรูปโฉมที่ดูวัยรุ่นกว่า Avanza ก็แทบจะไม่มีที่ยืน

ฉะนั้น..หากโตโยต้าทำตลาด Toyota Rush ในประเทศไทย เพื่อแย่งยอดขายในกลุ่มของรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก ก็เชื่อว่าเส้นทางของ Mini MPV 7 ที่นั่งอย่าง Toyota Avanza น่าจะจบลง

หลายคน ก็อาจจะมีคำถามต่ออีกกว่า ถ้ามา จะมาเมื่อไหร่..? ให้มุมมองของผู้เขียน ก็คิดว่าถ้าจะมา ก็คงจะอยู่ในปี 2018-2019 นี่แหละครับ เป็นจังหวะที่ดีที่สุดแล้ว

สำหรับ All New Toyota Rush 2018 ในประเทศอินโดนีเซียนั้น เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งสไตล์ครอสโอเวอร์ ทำตลาดทั้งหมด 4 รุ่น มีราคาเปิดตัวเริ่มต้นประมาณ 619,475- 674,735 บาท

Rush 2018 ถูกปรับโฉมใหม่ โดยมีเส้นสายงานออกแบบด้านหน้ามีความละม้ายใกล้เคียงกับ Toyota Fortuner โดยติดตั้งอุปกรณ์อย่างไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ LED Light Guiding, ไฟตัดหมอกทรงกลม, ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง และำฟท้ายแบบ LED

อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานได้แก่ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, ระบบ VSC, ABS, EBD, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และระบบสัญญาณไฟเบรกฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหัน

Rush 2018 มีระยะความสูงจากพื้น 220 มิลลิเมตร มากกว่าคู่แข่งอย่าง Honda BR-V ประมาณ 19 มิลลิเมตร ความยาวตัวรถ 4,435 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,695 มิลลิเมตร น้อยกว่า Honda BR-V 40 มิลลิเมตร

ภายในรุ่นท๊อปอ๊อฟชั่น ติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน, หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, บุนุ่มเพิ่มความหรูหราที่แผงแดชบอร์ด, หัวเกียร์หุ้มหนัง, เบาะผ้า 7 ที่นั่ง, ระบบ Push Start, กล้องมองหลัง

Toyota Rush 2018 ทำตลาดในประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบไปด้วย รุุ่น GMT, GA/T, TRD Sportivo M/T และ TRD Sportivo A/T

ในรุ่น TRD Sportivo โดดเด่นด้วยกาดกันชนด้านหน้าและด้านหลัง, ล้อขนาด 17 นิ้ว และสัญลักษณ์ TRD Sportivo

All New Toyota Rush ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร เช่นเดียวกับ Toyota Avanza ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ Dual VVT-i ให้กำลัง 104 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 136 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังขับเคลื่อนไปที่ล้อหลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ยังไงก็รอลุ้น กันต่อไปอีกไม่นาน เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นจากทาง โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) ถึงการทำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่อย่าง Toyota Rush หรือรถยนต์โมเดลอื่นๆ

บทความโดย ตระกูล ลินทมิตร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *