Nissan นำสื่อพบ “ครูมะนาว” ครูต้นแบบยุคใหม่ในโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง”

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสานต่อปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับเรื่องการเรียนรู้แบบบูรณาการและการเปิดประสบการณ์จริงนอกห้องเรียนให้แก่นักเรียน โรงเรียนนครวิทยาคม จังหวัดเชียงราย

การเดินทางครั้งล่าสุดนี้อยู่ภายใต้กิจกรรมในโครงการ แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง และเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2561 ที่กำลังจะมาถึง ทางนิสสันจึงได้พาสื่อมวลชนมาร่วมถ่ายทอดความรู้ในการสร้างสรรค์บทความ และงานด้านการสื่อสารออนไลน์ พร้อมกับบุคคลต้นแบบ คุณครูมะนาว หรือ นายศุภวัจน์ พรมตัน เพื่อเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเยาวชนไทย

หลังจากที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านครุศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ครูมะนาวได้กลับมาทำหน้าที่แม่พิมพ์ของชาติ เพื่อถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชนที่บ้านเกิด ณ จังหวัดเชียงราย ด้วยแนวคิดที่อยากส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน และเข้าห้องสมุดกันเพิ่มมากขึ้น จึงได้คัดเลือก  กิจกรรมที่มีชื่อว่า “เชิญมาปลุกวิญญาณ” “The Soundtrack of Book หรือ เพลงรักประกอบหนังสือ” และ “The Voice Reading หรือ อ่านจริง ไรจริง” ขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง

ทั้งนี้ ครูมะนาว ได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นครูผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาปรับใช้ทั้งในการทำงาน และดำเนินชีวิต ให้แก่นักเรียนกว่า 220 คนที่โรงเรียนนครวิทยาคม

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ครูมะนาวได้เปิดห้องเรียนต้อนรับสื่อมวลชนเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ให้เป็นพี่เลี้ยงในการให้คำแนะนำและสอนน้องในการผลิตชิ้นงานข่าวในโลกออนไลน์ที่ปัจจุบันกำลังมีบทบาทอย่างสูง ด้วยโจทย์ที่สื่อถึงการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว หรือ สิ่งที่น่าสนใจภายในชุมชน อำเภอพาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนั่นเอง

“ในยุคดิจิตอลที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สังคมไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญา ซึ่งเทคโนโลยีการเรียนรู้จะช่วยปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของเด็กในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นเราจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิตอลมากขึ้น นอกจากนี้ผมเชื่อว่าการช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทั้งผู้ปกครอง พี่น้องในครอบครัวจะมีส่วนร่วมในการผลักดันการศึกษาให้กับเยาวชนอีกทางหนึ่งด้วย”   นายศุภวัจน์ พรมตัน ครูชำนาญการ โรงเรียนนครวิทยาคม กล่าว

“และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมยึดถือมาโดยตลอดคือการที่ได้ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 กับการเป็น “ผู้สร้างความรู้”มากกว่าจะเป็นเพียงผู้ใช้ความรู้จากในตำราเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้วิชาจากหลายแขนงที่ทันสมัย แต่ยังคงอยู่กับปัจจุบันได้อย่างลงตัวจึงถือว่าเป็น “การศึกษาที่แท้จริง” ครูมะนาวเสริม

เพื่อให้ขานรับกับแนวคิดดังกล่าว กิจกรรมในครั้งนี้ น้องๆ จากโรงเรียนนครวิทยาคม ได้เดินทางสำรวจไปกับรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง นิสสัน เอ็กซ์เทรล รุ่นเครื่องยนต์ทั่วไป และ เครื่องยนต์แบบไฮบริดที่บรรจุเทคโลโลยีล้ำสมัยไว้มากมาย และรวมถึงกระบะ นาวารา ปี 2018 ใหม่ เพื่อไปปฎิบัติภารกิจที่ได้รับมอบให้สำเร็จ โดยรถยนต์ของนิสสันทั้งสองรุ่นได้มอบความกว้างขวางในพื้นที่ห้องโดยสารเติมเต็มความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี

โดยตลอดการเดินทาง ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสทดลองขับรถยนต์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิ-เจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ไว้อย่างเต็มที่ นิสสัน นาวารา ปี 2018 ใหม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor หรือ AVM) ที่ช่วยให้ทัศนะวิสัยของผู้ขับขี่ดีขึ้น สามารถมองเห็นภาพรอบตัวรถได้ดี และมีถุงลมนิรภัย 7 จุดที่สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่มากขึ้น กระบะพันธุ์แกร่งนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และมีระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเต็มรูปแบบ สื่อมวลชนยังได้สัมผัสความสะดวกสบายภายในรถห้องโดยสารของกระบะพันธุ์แกร่งและยังให้ความหรูหราด้วยแผงหน้าปัดและพวงมาลัยที่ดูหรูหรา คอนโซลกลางระดับเกรดพรีเมียม และพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายเหมือนกับรถเอสยูวี นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยในรถหรือ Intelligent Safety Shield ซึ่งรวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VDC) เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (LSD) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะเดินทางไปกว่า 120 กิโลเมตรและได้สัมผัสถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของ นิสสัน เอ็กซ์เทรล รถเอสยูวียอดนิยมนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบหลักๆ คือเครื่องยนต์เบนซินที่มีรุ่นย่อยให้เลือกขนาดความจุ 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร และเครื่องยนต์แบบไฮบริดขนาด 2.0 ลิตรที่มาพร้อมระบบเพียวไดร์ฟไฮบริด (Pure Drive Hybrid) และคลัทช์คู่อัจฉริยะ (Intelligent Dual Clutch Control) ที่ทำให้มีพละกำลังและอัตราเร่งเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตรแต่ให้อัตราการประหยัดน้ำมันน้อยกว่าเครื่องยนต์แบบเดียวกันกว่า 20%

ทั้งนี้ เอ็กซ์เทรลยังมาพร้อมกับเกียร์ XTRONIC CVT พร้อม ระบบ manual mode 7 สปีด ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพอัตราเร่งและประหยัดน้ำมันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นของเอ็กซ์เทรล ยังเสริมความมั่นใจด้วยระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะที่ผู้ขับขี่ถอนคันเร่งหรือเข้าโค้ (Active Engine Brake) และระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ (Active Ride Control) ที่ถือเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่มีเพียงเฉพาะในรุ่นนี้เท่านั้น นอกจากนี้ ยังติดตั้งกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่บริเวณพื้นที่คับแคบเพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพเส้นทางซึ่งมีส่วนทำให้กิจกรรมในครั้งนี้สะดวกและราบรื่นขึ้นเป็นอย่างมาก

วันเด็กแห่งชาติในปีนี้เป็นวันที่พิเศษสำหรับนิสสัน เราจึงไม่เพียงแค่ให้ความรู้ที่สนุกแก่เด็กๆ ที่โรงเรียน    นครวิทยาคม แต่ยังได้ไปจัดกิจกรรมวันเด็กให้แก่ชุมชนในบริเวณโรงงานนิสสันที่บางนาอีกด้วย เนื่องด้วย  นิสสันไม่เพียงแค่มีความมุ่งมั่นที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่เต็มพร้อมไปด้วยความอัจฉริยะเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า แต่บริษัทฯ ยังคงสานต่อความคิดและวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับความสำคัญของการศึกษาของเยาวชนพวกเขาคิด ปฏิบัติ และกล้าแสดงออก นายอัครพล แก้วพินิจ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการผลิต บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวเพิ่มเติม ผมมั่นใจว่ารอยยิ้มสดใสมาจากการเรียนรู้แบบที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนทักษะการศึกษาของเยาวชนไทยซึ่งสอดคล้องกับคำขวัญวันเด็ก ในปีนี้ที่ว่า “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี

“ทางด้านการส่งเสริมหรือให้ความรู้แก่พนักงานทางนิสสันได้มีโครงการแลกเปลียนพนักงานเพื่อไปศึกษาเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติงานที่ฐานการผลิตที่ทันสมัยของนิสสันในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโลกทัศน์อันกว้างขวางและได้ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพื่อมาปรับใช้ในการทำงาน” นายอัครพล เสริม

ท้ายสุดนี้ขอขอบคุณภาพประกอบสวยๆ และของรางวัลสุดพิเศษ กล้อง GoPro รุ่น HERO 5 Session ที่สามารถเปิดมุมมองของการบันทึกภาพที่กว้างกว่าใครเหมาะสำหรับเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แบบบูรณาการในยุคดิจิตอล 4.0 แก่เยาวชนไทย และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อน้ำมันเชื้อเพลิงประสิทธิภาพสูง และสถานีบริการน้ำมันเชิ้อเพลิงที่สะดวกสบายตลอดการเดินทางนี้

สำหรับ โครงการ แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่เพียงพอ เริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาและจะจบโครงการที่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เพื่อสืบสานพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปทั่วประเทศ