Chevrolet Colorado Centennial Edition 2018: ความพิเศษตลอด 100 ปีของการผลิตรถกระบะ

หลังจากเปิดตัวรุ่นปรับโฉมแบบบิ๊กไมเนอร์เชนจ์เมื่อปี 2016 ล่าสุด ในวาระครบรอบ 100 ปี ของรถกระบะ Chevrolet ในปี 2018 เชฟโรเลตจึงได้ทำตลาดรุ่นพิเศษ Colorado Centennial Edition จำนวนจำกัดเพียง 100 คันในประเทศไทย พร้อมจัดทริปทดลองขับแบบทำกิจกรรมเพื่อสังคม “เชฟฯรักษ์ช้าง” ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประจวบคีรีขันธ์

Chevrolet Colorado Centennial Edition ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมจากรุ่นย่อยปกติด้วย โลโก้โบว์ไทด์สีเข้มล้อมกรอบด้วยโครเมี่ยมพร้อมอักษร CHEVROLET โครเมี่ยมตรงกลาง บวกกับพื้นฐานอุปกรณ์ติดรถของรุ่น High Country ที่มาพร้อมกระจังหน้าสีดำเงาตัดขอบลายเส้นแนวนอนด้วยโครเมี่ยม ก็สร้างความหรูหราให้กับงานดีไซน์ด้านหน้าที่ลงตัวกับโคมไฟ และไฟเดย์ไทม์แบบ LED

รุ่นพิเศษ Centennial Edition ยังตกแต่งด้านข้างด้วยสัญลักษณ์ 100 ปี รวมไปถึงซุ้มล้อสีดำขนาดใหญ่ เสริมความบึกบึนมากขึ้น บวกกับล้อแม็กสีเทาดำขนาด 18 นิ้ว ทำให้ภาพรวมของตัวรถมีความคมเข้มมากกว่ารุ่นปกติ

ความพิเศษของ Centennial Edition ยังมีจนถึงด้านท้ายของตัวรถ ที่ตกแต่งเช่นเดียวกับด้านหย้า คือโลโก้โบว์ไทด์ฉลองวาระสำคัญครั้งนี้

นอกจากการตกแต่งภายนอก Colorado Centennial Edition ยังได้รับการตกแต่งภายในด้วยสัญลักษณ์ 100 ปี ที่แผงข้างประตู มาพร้อมกับหมายเลขของตัวรถตามจำนวนการผลิตในประเทศไทย ในขณะที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร ก็มีให้อย่างครบครัน แตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่นย่อย

การขับใช้งานในเส้นทางถนนลาดยาง ถือว่าเป็นรถกระบะที่มีช่วงล่างนุ่มอยู่พอประมาณ การทรงตัวเข้าโค้งทำได้ดี แม้จะมีอาการโยนตัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นจุดออน พวงมาลัยไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบาส่งผลให้การควบคุมรถของผู้ขับขี่ ทำได้อย่างคล่องตัว ย่านความเร็วสูงก็หน่วงน้ำหนักได้ดีให้ความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง จุดที่ผมไม่ชอบ ก็เป็นเรื่องของอาการสู้เท้าของแป้นเบรกที่มีมากไป ทำให้ต้องออกแรงในการเหยีบเบรกมากกว่ากระบะค่ายอื่น

เรื่องของเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร แม้ว่ารุ่นไมเนอร์เชนจ์นี้ จะได้รับการปรับปรุงมาแล้ว แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งบางค่าย Colorado ก็ยังเป็นรถกระบะที่มีทั้งเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมที่รอดเข้ามาให้เราได้ยินอยู่ดี พูดง่ายๆก็คือ เรื่องการเก็บเสียงขณะขับขี่ Colorado ยังไม่ใช่ที่หนึ่งในเรื่องนี้

Colorado Centennial Edition นั่นติดตั้งเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ให้กำลัง 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ดูจากตัวเลขของขุมกำลัง บวกกับการขับขี่ใช้งาน ผมก็พอจะบอกได้ว่า นี่คือรถกระบะที่เน้นเรื่องของพละกำลัง ถ้านำไปใช้ในการบรรทุก ลากจูงสิ่งของ เช่น เรือ หรือเครื่องปั่นไฟที่มีน้ำหนักมากๆ ก็ถือว่าตอบโจทย์ แต่ในด้านการขับใช้งานทั่วไปบนท้องถนน จัดว่าพอใช้งาน ไม่ถึงกับหวือหวาเท่าไหร่ อัตราเร่งที่ทำให้คนหลังพวงมาลัยรู้สึกสนุก จะอยู่ในช่วงกลาง หรือประมาณ 3,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป

โชคดีที่ทริปนี้ มีโอกาสได้ขับในเส้นทางอ๊อฟโรดในเขตพื้นที่ป่าละอู่เพื่อเข้าไปทำกิจกรรมดูแลช้าง แม้จะไม่ได้เป็นเส้นทางอ๊อฟโรดหนักๆ แต่ก็สนุกสนานในการขับขี่มากๆครับ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Colorado ใช้งานได้อย่างง่ายได้ ขับผ่านอุปสรรค์ต่างๆโดยไม่เจอปัญหา ความทันสมัยของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใน Colorado รุ่นนี้ อยู่ที่เซ็นเซอร์ตรวจจับองศาของตัวรถที่ติดตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของรถ ทำหน้าที่วัดความเอียงเพื่อส่งข้อมูลไปยังระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆที่เกี่ยวข้องการขับเคลื่อน โดยทำงานสัมพันธ์กันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบควบคุมแรงบิดของล้อทั้ง 4 และระบบกระจายแรงเบรก เป็นต้น

สรุป ภาพรวม Chevrolet Colorado Centennial Edition 2018 จัดเป็นรถกระบะรุ่นพิเศษที่มีทั้งความเท่ลงตัว และสมรรถนะการใช้งานที่พอตัว เดินทางถึงไหนถึงกัน อ๊อฟชั่นจัดเต็ม เป็นกระบะอีกหนึ่งรุ่นที่แฟนเชฟโรเลตควรมี

จุดด้อย เป็นเรื่องของความปราดเปรียวของอัตราเร่งแซงที่ต้องรอจังหวะรอบเครื่องยนต์ ทำให้ขาดความกระฉับกระเฉงไปบ้างเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด

ราคาจำหน่าย

  • Centennial Edition 2.5L ขับเคลื่อน 2 ล้อ 2 ประตู MT ราคา 814,000 บาท
  • High Country Centennial Edition 2.5L ขับเคลื่อน 2 ล้อ 4 ประตู AT ราคา 1,103,000 บาท

More from my site