เผยโฉม “New Ford Ranger 2019” ในออสเตรเลีย มาเต็ม!! ด้วย Bi-Turbo 2.0 ลิตร เกียร์ 10 สปีด เช่นเดียวกับ Raptor

“New Ford Ranger” เวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ปี 2019 เผยโฉมแล้วในออสเตรเลีย พร้อมทางเลือก Bi-Turbo 213 แรงม้า เกียร์ 10 สปีด เช่นเดียวกับ Ranger Raptor

Ford Ranger 2019 ใหม่ ในออสเตรเลีย ได้รับการปรับโฉมแบบไมเนอร์เชนจ์ ด้วยการปรับดีไซน์ภายนอก อย่างกระจังหน้ารูปแบบเดียวกับเวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกาที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ จุดอื่นๆที่ได้รับการปรับใหม่ประกอบไปด้วย ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ HID มาพร้อมกับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL, กันชนหน้าปรับรายละเอียดครอบไฟตัดหมอกและช่องดังลมใหม่ รวมถึงแถบโครเมี่ยมตรงกลางที่หายไป, ล้อแม็กขนาด 17 นิ้วลายใหม่ ในรุ่น XLT (รุ่น Wildtrak เหมือนเดิม) และบริเวณช่องติดตั้งสน๊อกเกิ้ลด้านข้างมาพร้อมอักษร Bi-Turbo บ่งบอกขุมกำลังใหม่

ในรุ่น Wildtrak มาพร้อมสีส้มใหม่ Sabre Orange โดย Ranger รุ่นปี 2019 ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรงที่ฝาปิดท้าย Easy-Lift Tailgate เพื่อง่ายต่อการเปิด-ปิด

ฟอร์ดยังไม่ปล่อยภาพถ่ายภายในห้องโดยสารของ Ford Ranger รุ่นใหม่นี้ แต่ทางฟอร์ดได้แจ้งว่า จะใช้โทนสีดำเป็นหลัก และตกตแต่งด้วยสีเงินโครเมี่ยม

ด้านเทคโนโลยี Ford Ranger 2019 มาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะ และปุุ่มสตาร์ท Push Start เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่น XLT และ Wildtrak นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบช่วยเบรกฉุกเฉินเมื่อมีวัตถุหรือคนเดินผ่าน, ระบบช่วยรักษาช่องทางจราจร, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า เป็นต้น

ภายใต้ฝากระโปรง Ford Ranger 2019 ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ แบ่งเป็น 3 เครื่องยนต์ให้เลือก คือเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 3.2 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดิม พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo EcoBlue ขนาด 2.0 ลิตร 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เช่นเดียวกับ Ford Ranger Raptor โดยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรใหม่นี้ จะมีให้เลือกในรุ่น XLT และ Wildtrak

Ford Ranger 2019 ยังได้รับการปรับจูนพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ให้มีความแม่นยำมากขึ้น ในขณะที่สมรรถนะการบรรทุกและลากจูงยังคงเหมือนเดิม

รายงานจากประเทศออสเตรเลีย แจ้งว่า Ford Ranger 2019 จะเริ่มวางจำหน่ายประมาณเดือนกันยายน 2018 นี้ สำหรับประเทศไทย คาดว่าจะมีการเปิดตัวภายนปีนี้เช่นกัน และจะทำตลาดในเวลาใกล้เคียงกับออสเตรเลีย เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักในภูมิภาคนี้

Credit: whichcar.com.au

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *