จับตารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จาก MG อาจจะเป็นวินาที ที่คนไทยเอื้อมถึง

ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน เทคโนโลยีอะไรตามที่เป็นสิ่งใหม่ มักมีราคาสูง กลุ่มผู้บริโภค เป็นลูกค้าซึ่งมีกำลังซื้อ ชอบความคุ้มค่าแบบตามเทรนด์

KIA, Hyundai, BYD และ Nissan เป็นสี่ค่ายแรกที่เปิดตัวขายรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย 2 รุ่นแรกจากเกาหลี คือ KIA Soul EV ราคา 2,297,000 บาท Hyundai IONIQ ราคา 1,749,000 บาท ส่วน BYD e6 จากจีน ราคา 1,890,000 บาท และค่ายแรกจากฝั่งญี่ปุ่นคือ Nissan LEAF รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกราคา 1,990,000 บาท ราคารถแต่ละรุ่นที่ว่ามา ส่งผลให้คนไทยที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ต่างๆบ่นระงม ว่ายังห่างไกล

ทุกรุ่นที่ว่ามา เป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าครับ ราคาก็เลยเป็นอย่างที่เห็น อาจจะมีปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย แต่เอาเป็นว่า ภาษีนำเข้าคือปัจจัยหลักก็แล้วกัน

หลายคนโทษรัฐบาลที่จัดเก็บภาษีแบบทารุณคนในประเทศ นอกเหนือจากเหตุผลต่างๆนาๆมากมาย มองมุมดีของรัฐบาล เขาก็ต้องการให้เกิดการลงทุนภายในประเทศ เพื่อความเป็นอยู่ของคนในชาติ เกิดการจ้างงาน เพราะปัจจุบันไทยก็เป็นฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลกอยู่แล้ว เพราะถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุนเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลคงไม่ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเหลือเพียง 2% หากค่ายรถลงทุนประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ร่วมถึงต้องใช้ชิ้นส่วนอะไหล่ เช่น แบตเตอรี่ จากผู้ผลิตที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)


ค่ายรถยนต์อังกฤษที่มีจีนเป็นเจ้าของอย่าง MG ก็กางแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเอาไว้แล้วเช่นกัน และนี่คือความหวังของคนไทย

มาตรการส่งเสริมการลงทุนในครั้งนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561-31 ธันวาคม 2568 ข้อมูลเงื้อนไขตามกฎหมายเบื้องต้นนี้ ถูกประกาศใช้เป็นราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2561 ฉะนั้นการที่รถยนต์ไฟฟ้า 4 รุ่นที่กล่าวมาราคาสูงจนคนไทยหงุดหงิด คนไทยจะมาโอดครวญด่ารัฐบาลเพียงอย่างเดียว มันก็ไม่ถูกต้องนัก

รถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยไม่ไกลเกินไปหรอกครับ อย่าลืมว่าประเทศเราไม่ได้มีแค่แบรนด์ญี่ปุ่น แบรนด์เกาหลี หรือแบรนด์ยุโรป ค่ายรถยนต์อังกฤษที่มีจีนเป็นเจ้าของอย่าง MG ก็กางแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเอาไว้แล้วเช่นกัน และนี่คือความหวังของคนไทย ที่จะได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เอื้อมถึง

MG ZS EV เป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้ ความน่าสนใจของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ มันสอดคล้องกับแผนงานของเอ็มจีที่จะให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวา

และถ้ามองไปถึงการตั้งราคาของ MG ZS ที่ขายอยู่ในประเทศไทยโดยเฉพาะท๊อปสุดรุ่น X ราคา 789,000 บาท กับ MG GS รุ่นเริ่มต้น 1.5 Turbo D ราคา 890,000 บาท จะเห็นได้ว่ามีช่องว่างอยู่ 101,000 บาท

ช่องว่างราคาตรงนี้ หาก MG ZS EV ประกอบในประเทศ มีความเป็นไปได้ที่เอ็มจีจะแทรก MG ZS EV มาขายในราคาเริ่มต้นประมาณ 819,000-960,000 บาท หรือไม่เกิน 1,000,000 บาท เพราะถ้า MG วางแผนให้รุ่น 1.5 ลิตร แชร์ตลาดจากรถยนต์นั่ง City Car แล้วเปิดตัวเอา MG ZS EV มาหาตลาดใหม่ในกลุ่มครอสโอเวอร์ ที่ไม่ทับทางกับ Mazda CX-3, Toyota C-HR, Honda HR-V และ Subaru XV และมีราคาต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า MG ZS EV ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นขึ้นมาในสถานการณ์ที่เอื้ออำนวยจากการลดภาษีของรัฐบาลไทย

สำหรับข้อมูลของ MG ZS EV ที่เปิดตัวในประเทศจีนนั้น ชาร์ตหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 428 กิโลเมตร จากกำลังมอเตอร์ 110 กิโลวัตต์ แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-50 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.1 วินาที

ความเป็นไปได้ของ MG ZS EV ที่จะขายในประเทศไทย มีความเป็นไปได้สูงมากๆ จากการวิเคราะห์ด้วยสถานการณ์และข้อมูลทั้งหมด บวกกับภาพสื่อสารทางการตลาดที่เปิดตัวในประเทศจีนที่มีคำว่า “สวัสดีครับ” อยู่ด้วย

สุดท้ายก็ต้องถามกลับมาที่คนไทย หากเอ็มจีทำราคารถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ในราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท คนไทยโอเคหรือไม่..? และจะยังมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องไกลตัวอีกหรือป่าว

บทความโดย: ตระกูล ลินทมิตร บรรณาธิการบริหาร

 

Tra-gul Lintamitr

บรรณาธิการบริหาร เว็บไซต์ MassAutoCar.com ผู้ดำเนินรายการ MassAutoClip

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *