All New Camry 2.5 G สปอร์ตแรง ไม่แพงเกินไป

เปิดตัวกันไปได้สักระยะนึงแล้วนะครับสำหรับ All New Camry 2018 ในกลุ่มรถ D Car เจ้า Camry ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ตัวรถได้ทำการพัฒนาใหม่ทั้งหมด ไว่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ช่วงล่าง ทุกอย่างใหม่หมด มิติตัวรถนั้นจะเห็นได้ว่าใหญ่ขึ้น ตัวรถนั้นกว้างเพิ่มขึ้นจากเดิม 15 mm ฐานล้อยาวขึ้น 50 mm และเตี้ยกว่าเดิม 10 mm แน่นอนครับว่าด้วยศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงก็จะส่งผลให้ตัวรถเองนั้นทรงตัวได้ดีขึ้น ตัวรถเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว โค้งมน ดูมีความหรูหรา+ความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

Toyota Camry 2019 มีมาให้เลือก 4 รุ่นย่อย

  • All-new Toyota Camry 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ CVT 1,799,000 บาท
  • All-new Toyota Camry 2.5 HV เกียร์อัตโนมัติ CVT 1,639,000 บาท
  • All-new Toyota Camry 2.5G เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ 1,589,000 บาท
  • All-new Toyota Camry 2.0G เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ 1,445,000 บาท 
    (สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท)

ตัวรถที่เราได้นำมารีวิวในวันนี้จะเป็นตัว Camry 2.5 G ซึ่งตัวนี้ก็ได้รับความมสนใจไม่น้อยจากผู้ใช้ที่เอื้อมไม่ถึงราคาตัวไฮบริท ตัวนี้ก็จะประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ถึง 210,000 บาทเลยครับ การรีวิวครั้งนี้อาจจะไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดมากนัก แต่จะเล่าให้เห็นว่าตัวรถเปลี่ยน และปรับอะไรมาบ้าง อะไรที่ใส่มากับตัวรถโดยรวมครับ

เริ่มจากภายนอกตัวรถ จะเห็นได้ว่าดีไซตัวรถนั้นมีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น เส้นสายขอบประตู และมือจับเป็นโครเมี่ยมดูให้ความหรูหราสวยงาม

ด้วยเส้นสายของตัวรถที่โค้งมน ไฟหน้า กระจังหน้าขนาดใหญ่เป็นซี่ๆ สำหรับบางคนอาจจะบอกไม่ชอบเลย เพราะดูมันจะใหญ่เกินไป อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ ไฟหน้า LED พร้อม LED Day Time Running Lights LED  ไฟตัดหมอกหน้า LED กระจกมองข้างแบบลดการเกาะตัวของหยดน้ำ (Hydrophilic) ปรับไฟฟ้า, ระบบบันทึก, Reverse Link และ Auto Retractable ไฟท้าย LED ยาวโค้งมนรับกับเส้นสายตัวรถได้เป็นอย่างดี ดูสปอร์ต มีคำว่า 2.5G อยู่ด้านล่างไฟขวา เป็นตัวบอกรุ่นของรถ กระโปรงท้ายกว้าง จุสัมภาระได้มาก การเก็บเครื่องมือ ยางอะไหล่ซ่อนไว้ด้านล่างอีกทีก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีครับ ท่อไอเสียคู่ซ้ายขวา คิ้วฝาท้ายเป็นโครเมี่ยม หลังคามูนรูฟ 

ขนาดยางล้ออัลลอย 235/45 R18 มาพร้อมกับยาง Bridgestone T005A บอกเลยครับว่าประสิทธิภาพยางตัวนี้ดีมากเลยครับ Camry 2.5 G เป็นรุ่นเดียวที่ได้แม็กขอบ 18 ระบบเบรกหน้าและหลัง เป็นดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน เบรกทำออกมาดีมากครับ เบรกได้ดั่งใจน้ำหนักดีครับ แม้ขับมาด้วยความเร็วเบรกก็ยังรู้สึกได้ว่าเอารถอยู่ ให้ความมั่นในการเบรกดีทีเดียวครับ

มาดูภายในกันบ้างครับ ภายในห้องโดยสารนั้นเน้นโทนสีดำเป็นหลักกว้างขวาง ตัดกับลายไม้ ให้ความสวยงามไม่น้อย แดชบอร์ดคอนโซลสีดำมีคาดเส้นสายด้วยสีเงิน

พวงมาลัยไฟฟ้า โดยส่วนตัวผู้เขียนเองชอบมากครับ พวงมาลัยจะเบาในช่วงความเร็วต่ำก็เบาสบายแขนกันเลยทีเดียวครับ แต่เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงพวงมาลัยนั้นจะหน่วงให้พอดี การควบคุม การเข้าโค้ง ก็ตอบสนองได้อย่างแม่นยำครับ แต่สำหรับบางคนนั้นอาจจะบอกว่าไม่ชอบเพราะบอกว่ามันเร็วไปหน่อย พวงมาลัยหุ้มหนังสีดำ ออกจะดูสปอร์ตมากว่าความหรูหราตกแต่งด้วยการตัดกับสีเงิน ที่พวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและฟังชั่นต่างๆทั้งซ้ายและขวา ตรงนี้ก็เพิ่มความสะดวกสะบายให้ผู้ขับได้มากเลยครับ พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้ และผู้ขับเองนั้นก็ไม่ต้องละมือออกจากพวกมาลัย ก็ช่วยในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วยครับ หัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ ตัวคันเกียร์ได้เปลี่ยนจากเดิมจากแบบขั้นบันได มาเป็นแบบสไลด์ขึ้นลงแล้วครับ พร้อมลายไม้รอบๆ ด้านข้างมีที่วางแก้วน้ำได้2ช่อง และไกล้กับคันเกียร์ก็จะเห็นมีปุ่มอยู่3ปู่มครับ มันเป็นปุ่มเลือกโหมดการขับขี่นั้นเองครับ มีโหม Eco Normar Sport เบอะหนังและวัสดุสังเคราะห์ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้ หน้าปัดทำออกมาได้สวยมากครับ ด้านซ้ายจะเป็นวัดรอบเครื่องยนต์ ด่านล่างมีบอกอุณห๓ูิมเครื่องยนต์ ตรงกลางจะเป็นจอแสดงผล และบอกการใช้งานต่างๆ ขวามือจะเป็นบอกความเร็ว ด่านล่างจะบอกระดับน้ำมัน

จากที่ได้ทดลองขับขี่ Camry 2.5 G ก็บอกเลยครับว่าประทับไม่น้อยครับ สำหรับการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการขับไปทำงาน ท่องเที่ยว อื่นๆ ด้วยการที่ตัวรถนั้ทำการพัฒนาขึ้นมาใหม่หมดทุกๆด้านของตัวรถ ตัวรถที่ใหญ่ขึ้นภายในก็กว้างขวางเพิ่มขึ้นมากด้วย ออฟชั่นต่างๆ รวมไปถึงระบบความปลอดภัยก็ให้มาครบ เครื่องยนต์พิกัด 2.5 ลิตร ก็ตอบสนองได้ดีครับ แม้ออกตัวนั้นจะอืดอยู่นิดนึง แต่พอกดเท่านั้นละครับ เรียกได้ว่ากดเป็นมาครับ ก็ต้องขอชมทางโตโยต้านะครับว่าให้ของมาดีเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่กั๊กแล้ว ฮ่าๆๆ สำหรับค่าตัวเจ้า Camry 2.5 G นั้น ค่าตัวอยู่ที่ 1,589,000 บาท กับสิ่งที่ให้มานั้นสำหรับผู้เขียนเองมองว่าก็คุ้มค่า คุ้มราคาครับ สุดท้ายนะครับก่อนตัดสินใจซื้อ ก็อย่าลืมไปลองขับด้วยตัวเองนะครับ ซึ่งหลายๆโชว์รูมก็มีรถให้ทดลองขับกันแล้วครับ

Facebook Comments