All-New NISSAN ELGRAND เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น ขุมพลัง e-POWER เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบทำหน้าที่ปั่นไฟ ขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4ORCE ทำตลาด 2 รุ่นย่อย
- รุ่น X e‑4ORCE ราคาจำหน่าย 6,897,000 เยน (ราว 1,427,000 บาท)
- รุ่น G e‑4ORCE ราคาจำหน่าย 7,579,000 เยน (ราว 1,568,000 บาท)
Nissan Elgrand ใหม่ มาพร้อมตัวถังที่มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิม ออกแบบภายใต้แนวคิด "The Private MAGLEV" เน้นความหรูหราและความสง่างาม ด้วยกระจังหน้าลาย Kumiko แบบญี่ปุ่น ไฟหน้าและไฟท้าย LED แบบเต็มความกว้าง พร้อมล้อดีไซน์ใหม่และตัวถังให้เลือก 5 สี
ขุมพลังเป็นระบบไฮบริด e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบรหัส ZR15DDTe ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้มอเตอร์โดยเฉพาะ ทำงานร่วมกับชุดขับเคลื่อน 5-in-1 e-POWER ที่รวมมอเตอร์ เจเนอเรเตอร์ อินเวอร์เตอร์ ชุดลดรอบ และชุดเพิ่มรอบไว้ในโมดูลเดียว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% พร้อมพัฒนาความเงียบและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงให้ดียิ่งขึ้น
ระบบขับเคลื่อนเป็น e-4ORCE AWD ที่ปรับปรุงใหม่ สามารถควบคุมแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้อย่างแม่นยำ เพิ่มแรงขับล้อหลังขณะเข้าโค้งเพื่อตอบสนองการขับขี่ได้ดีขึ้น ช่วงล่าง Intelligent Dynamic Suspension ปรับแรงหน่วงโช้กอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ช่วยลดอาการโคลงตัวและเพิ่มความนุ่มนวลในการเดินทาง
Elgrand ใหม่มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 6 รูปแบบ ได้แก่ ECO, Standard, Sport, Comfort, Snow และ Personal ที่สามารถปรับตั้งค่าตามความต้องการของผู้ขับได้
ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศแบบ Private Lounge ติดตั้งหน้าจอคู่ขนาด 14.3 นิ้ว พร้อมไฟ Ambient Light ปรับได้ 64 สี เบาะนั่งทุกตำแหน่งเป็น Zero Gravity Seat โดยเบาะแถวสองมีที่รองน่อง Ottoman และระบบปรับเอนพนักพิงส่วนบนแบบไฟฟ้า เสริมด้วยระบบเสียง Bose Premium Audio 22 ลำโพง รองรับเสียงแบบ 3D Surround
ด้านความสะดวกสบาย ติดตั้งแท่นชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi2.0 รองรับสมาร์ทโฟน 2 เครื่องพร้อมกัน มีปลั๊กไฟ 100V AC กำลัง 1,500 วัตต์ จำนวน 3 จุด ประตูสไลด์ไฟฟ้าพร้อมโหมดเปิดครึ่งบาน เบาะแถวสามพับเก็บได้ 2 รูปแบบ และพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถบรรทุกกระเป๋า Carry-on ได้ถึง 7 ใบ แม้โดยสารครบ 7 คน
Nissan Elgrand ใหม่ ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ProPILOT ที่ช่วยควบคุมการเร่ง เบรก และพวงมาลัยระหว่างการขับขี่ในช่องทางเดียว เพื่อลดภาระของผู้ขับขี่ โดยรุ่น X e-4ORCE ติดตั้ง ProPILOT เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนรุ่น G e-4ORCE มาพร้อม ProPILOT with Navi-link, Traffic Jam Hands-Off Mode และ Lane Change Support เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่รุ่น X e-4ORCE สามารถติดตั้งระบบดังกล่าวเป็นออปชันได้ และรุ่น G e-4ORCE ยังมี ProPILOT 2.0 ให้เลือกเป็นออปชันเพิ่มเติม
ระบบ ProPILOT with Navi-link รองรับการขับขี่แบบไม่ต้องจับพวงมาลัยในสภาพการจราจรติดขัดที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. และเมื่อใช้ความเร็วตั้งแต่ 60 กม./ชม. ขึ้นไป ระบบ Lane Change Support จะช่วยเปลี่ยนเลนตามการเปิดไฟเลี้ยวของผู้ขับขี่
ด้านการจอดรถ Elgrand ใหม่ ติดตั้ง ProPILOT Park พร้อมฟังก์ชันจดจำตำแหน่งจอด ที่สามารถควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง เบรก การเปลี่ยนเกียร์ และเบรกมือไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เพียงกดปุ่มเดียวเมื่อรถเข้าใกล้ตำแหน่งจอดที่บันทึกไว้
นอกจากนี้ยังมี Intelligent Distance Control with Navi-link ที่ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า พร้อมควบคุมการเร่ง ชะลอ และหยุดรถอัตโนมัติ เพื่อลดภาระของผู้ขับขี่ในสภาพการจราจรที่ต้องหยุดและเคลื่อนตัวบ่อยครั้ง
ระบบ Intelligent Around View Monitor ได้รับการพัฒนาให้รองรับมุมมองเพิ่มเติม 3 รูปแบบ ได้แก่ Front Wide View ช่วยมองเห็นรถหรือคนเดินเท้าด้านซ้ายและขวาบริเวณทางแยกที่มีจุดอับสายตา, Mirror Close View แสดงภาพด้านข้างและด้านท้ายรถขณะพับกระจกมองข้าง เพื่อช่วยในการจอด และ 3D View ที่แสดงภาพรอบคันแบบสามมิติ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ระบบอินโฟเทนเมนต์ใช้ NissanConnect พร้อม Google Built-in รองรับ Google Maps, Google Assistant และ Google Play นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนสถานะรถผ่านสมาร์ทโฟน ฟังก์ชัน Remote Photo Shot และบริการ Mimamori Drive สำหรับติดตามการใช้งานรถของสมาชิกในครอบครัวแบบเรียลไทม์
























ที่มา: Nissan Global Newsroom