นิสสันเผยโฉม Navara รุ่นใหม่เจเนอเรชัน D27 ก่อนเปิดตัวในออสเตรเลียช่วงต้นปี 2026
ผ่านมากว่า 40 ปีนับตั้งแต่ชื่อ Navara เข้าสู่ตลาดโอเชียเนียเป็นครั้งแรก และนี่คือ Navara เจเนอเรชันใหม่ครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี อย่างไรก็ตาม Navara D27 รุ่นใหม่นี้มีพื้นฐานมาจาก Mitsubishi Triton รุ่นปัจจุบันที่เปิดตัวในปี 2023 อย่างชัดเจน
การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นในออสเตรเลียเป็นแห่งแรกของโลก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนารถร่วมกันภายในกลุ่มพันธมิตร Renault–Nissan–Mitsubishi แม้ว่า Nissan จะย้ำว่ารุ่นใหม่ได้รับการปรับจูนแชสซีอย่างเข้มข้นโดยวิศวกรออสเตรเลียจาก Premcar
Navara ใหม่ได้รับชุดโช้กอัพแบบเฉพาะรุ่นที่ใช้ชิ้นส่วนผลิตในออสเตรเลีย โดยผ่านการทดสอบระยะทางกว่า 18,500 กม. ตลอด 12 เดือน ทีม Premcar ได้ทดสอบโค้ดโช้กอัพกว่า 137 แบบ และแผ่นชิมภายในโช้กมากกว่า 550 ชิ้น
ผลลัพธ์คือ Nissan และ Premcar ระบุว่า Navara ใหม่ “ขับสนุกอย่างแท้จริง” จากการตอบสนองพวงมาลัยที่ดีขึ้น การควบคุมแรงสะเทือนจากหลุมบ่อใหญ่ได้ดีขึ้น (primary ride) การซับแรงสะเทือนเล็ก ๆ ได้ดีขึ้น (secondary ride) และการควบคุมที่เฉียบคมกว่าเดิม
Nissan ได้ออกแบบด้านหน้าใหม่ทั้งหมดจากพื้นฐานของ Triton โดยติดตั้งกระจังหน้า V-strut อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมไฟหน้า–ไฟท้ายและกันชนดีไซน์เฉพาะ แตกต่างจากคู่แฝด Mitsubishi อย่างชัดเจน ด้านบนกระจังยังมีช่อง 3 ช่องที่ชวนให้นึกถึง Navara D21 ยุคปี 1980 อีกด้วย ดีไซเนอร์ของบริษัทระบุว่าเอกลักษณ์ด้านหน้าถูกออกแบบให้ได้รับแรงบันดาลใจจากแร็กกันชนหน้า (bull bar) เพื่อให้มี “ความสง่างามและทรงพลัง” โดยลายบนกระจังยังซ่อนสัญลักษณ์ V-strut ขนาดเล็กจำนวนมากอยู่ด้านใน รุ่น Pro-4X เน้นดีไซน์เหล่านี้ด้วยการตกแต่งสี Lava Red ส่วนรุ่น ST-X จะเป็นโทนเรียบหรูด้วยสีเงินตัดเล็กน้อย
ใต้พื้นตัวรถยังคงเป็นแพลตฟอร์มแบบ แชสซีส์คานเหล็ก (ladder-frame) และช่วงล่างแหนบหลังแบบ Triton รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร Hyper Power ให้พละกำลัง 150 kW (204 PS) และแรงบิด 470 Nm ซึ่งมากกว่า Navara D23 รุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย เครื่องยนต์ดีเซลมาตรฐาน Euro 6b (พร้อม AdBlue) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบช่วงกว้าง (wide-ratio)
ตัวรถมาพร้อมโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่ Super 4WD ของ Nissan (เดิมคือ Super Select ของ Triton) ซึ่งมาพร้อมโหมดขับเคลื่อน 4H แบบ Full-time พร้อมดิฟกลางเปิดได้เป็นครั้งแรกใน Navara ระบบ Super 4WD จะมีเฉพาะในรุ่น ST-X และ Pro-4X มีโหมดขับขี่ 7 แบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์และระบบควบคุมการยึดเกาะให้เหมาะกับสภาพถนน
ด้านเทคโนโลยี Navara ใหม่ก็ก้าวกระโดดอย่างมาก โดยรับฟีเจอร์ infotainment และระบบช่วยขับมาจาก Triton เกือบทั้งหมด ทุกรุ่นติดตั้งหน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย, Android Auto แบบเชื่อมต่อสาย และวิทยุดิจิทัล DAB+ พร้อมระบบนำทางติดรถ ด้านผู้ขับมีหน้าจอ Supervision 7 นิ้วอยู่ระหว่างมาตรวัดอะนาล็อก และ Navara รุ่นที่ขายในออสเตรเลียยังรองรับระบบเชื่อมต่อผ่านแอป เช่น สั่งเปิด/ปิดแอร์จากระยะไกล ล็อก/ปลดล็อก ประสานงานฉุกเฉิน และติดตามตำแหน่งรถกรณีถูกขโมย
ระบบความปลอดภัยจัดเต็มด้วยถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง ระบบช่วยประคองรถในเลนฉุกเฉิน (Emergency LKA) ระบบอ่านป้ายจราจร การเตือนรถตัดหน้า–ตัดหลัง ระบบจำกัดความเร็วอัจฉริยะ การเตือนเหนื่อยล้าคนขับ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน นอกจากนี้ Nissan Australia ยังยืนยันว่า Navara 2026 ทุกรุ่นจะมากับไฟหน้าและไฟท้าย LED เป็นมาตรฐาน
ณ ตอนนี้ยืนยันเพียงรุ่น ST-X และ Pro-4X ในรูปแบบ กระบะสี่ประตู (dual-cab) เท่านั้น ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รายละเอียดราคาและสเปกทั้งหมดจะประกาศใกล้ช่วงเปิดตัว Navara ใหม่ในโชว์รูมออสเตรเลียช่วงไตรมาสแรกของปี 2026















ที่มา: CarExpert