มณฑลไห่หนานของจีนประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเป็น "มณฑลแรกของประเทศที่ห้ามจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในปี 2030" ตามแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 สำหรับเขตนำร่องอารยธรรมเชิงนิเวศแห่งชาติของมณฑลไห่หนาน
ไห่หนานมีพื้นที่ประมาณ 35,400 ตารางกิโลเมตร และมีทางด่วนวงแหวน G98 ความยาว 612.8 กิโลเมตร รอบเกาะ ทำให้ขนาดพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานมีความเหมาะสมต่อการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมา มณฑลไห่หนานเดินหน้าผลักดันนโยบาย "Clean Energy Island" อย่างต่อเนื่อง โดย ณ กลางปี 2026 พลังงานหมุนเวียนได้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของเกาะแล้ว นอกจากนี้ ไห่หนานยังครองอันดับ 1 ของจีนด้าน สัดส่วนการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และอยู่ในอันดับ 2 ของประเทศในด้านจำนวนรถยนต์พลังงานใหม่ที่จดทะเบียนใช้งาน เมื่อเทียบกับมณฑลและเขตปกครองระดับเดียวกัน
รัฐบาลมณฑลกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน ดังนี้
-
สัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจำนวนรถทั้งหมด ตั้งเป้าเพิ่มจาก 23.75% ภายในปี 2025 เป็น มากกว่า 45% ภายในปี 2030
-
ภายในปี 2030 รถยนต์ของภาครัฐ รถบริการสาธารณะ รถขนส่งผู้โดยสาร รถสุขาภิบาล รวมถึงรถยนต์ส่วนบุคคลที่ซื้อใหม่หรือเปลี่ยนใหม่ จะต้องใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด ยกเว้นรถเฉพาะทางบางประเภท
-
ขยายโครงข่ายสถานีชาร์จให้เพียงพอ โดยตั้งเป้ารักษาอัตราส่วน รถยนต์ต่อหัวชาร์จไม่เกิน 2.5:1
แม้จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่การเปลี่ยนผ่านยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน รายงานของ People's Daily เมื่อปี 2022 ระบุว่า ไห่หนานยังต้องเร่งบูรณาการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถานีชาร์จและสถานีเติมไฮโดรเจนให้สอดคล้องกับการวางผังเมือง รวมถึงรับมือกับข้อจำกัดด้านระบบพลังงาน
เนื่องจากไห่หนานเป็นเกาะที่อยู่ปลายทางของโครงข่ายไฟฟ้า Southern Power Grid ทำให้ที่ผ่านมาเผชิญปัญหาการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกและมีต้นทุนค่าไฟฟ้าค่อนข้างสูง
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ "Foundation-building" โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการพึ่งพาพลังงานภายในมณฑลจาก 24% ในปี 2025 เป็น 54% ภายในปี 2030 ผ่านการลงทุนในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน
นอกจากนี้ ยังเตรียมนำมาตรการจูงใจมาใช้เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์พลังงานใหม่ เช่น สิทธิพิเศษด้านการจดทะเบียน การใช้ถนน และการจอดรถ เพื่อสนับสนุนการใช้งานรถยนต์พลังงานสะอาด และเร่งลดจำนวนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
แม้ไห่หนานจะเป็นหนึ่งในมณฑลที่มีขนาดค่อนข้างเล็กของจีน และแทบไม่มีอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ ยกเว้นโรงงานของ Hainan Mazda แต่การประกาศครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่อาจกลายเป็นต้นแบบให้กับมณฑลอื่นของจีนในการยุติการจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปในอนาคต