Mitsubishi Motors เตรียมนำ Pajero รถเอสยูวีสายลุยระดับตำนานกลับมาทำตลาดอีกครั้ง พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ใหม่ในประเทศญี่ปุ่นด้วยการเปิดโชว์รูมรูปแบบ Boutique Showroom ที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าเมืองรายได้สูง หลังตลาดญี่ปุ่นกลับมามีความสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทมากขึ้น
ในแผนธุรกิจระยะยาวที่เปิดเผยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Mitsubishi ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถออฟโรด โดย Takao Kato ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ระบุว่า Mitsubishi จะสร้างการเติบโตผ่านการนำเสนอ "ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สะท้อนความเป็น Mitsubishi อย่างชัดเจน" เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
สำหรับตลาดเกิดใหม่อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง บริษัทจะเน้นเปิดตัวรถยนต์นั่งที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดประเทศพัฒนาแล้วจะมุ่งเพิ่มราคาขายเฉลี่ยของรถยนต์สายออฟโรด เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไร
หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จในญี่ปุ่นคือ Delica D:5 รถมินิแวนที่สามารถสร้างยอดขายในเชิงมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีงบประมาณที่ผ่านมา แม้จะมีราคาเริ่มต้นถึง 4.51 ล้านเยน (ประมาณ 929,000 บาท) ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งหลายรุ่น แต่ยังได้รับความนิยมจากสมรรถนะการขับขี่บนถนนลูกรังและเส้นทางหิมะ
นอกจากนี้ Mitsubishi ยังเปิดตัว Delica Mini รถยนต์เคคาร์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้บริษัทเตรียมเปิดตัว Pajero รุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี
Pajero ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ด้านสมรรถนะออฟโรดของ Mitsubishi มากที่สุด โดยเคยสร้างชื่อเสียงจากชัยชนะในการแข่งขันแรลลีระดับโลก การกลับมาครั้งนี้จะเริ่มเปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลัก ก่อนขยายการจำหน่ายไปยังญี่ปุ่น บราซิล และตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก
Mitsubishi มีแผนพัฒนา Pajero ออกเป็น 3 รุ่นย่อย ซึ่งรวมถึง SUV ขนาดกลาง และ SUV ขนาดคอมแพกต์ โดยจะทยอยเปิดตัวครบภายในปีงบประมาณ 2031
สำหรับตลาดญี่ปุ่น ซึ่งมีข้อจำกัดด้านขนาดถนน รถรุ่นคอมแพกต์มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากกว่า ขณะที่ผู้บริหารของ Mitsubishi ระบุว่า Pajero รุ่นใหม่จะตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง และกลุ่มลูกค้าจะเปลี่ยนไปจากอดีต โดยมุ่งเน้นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงมากขึ้น
เพื่อรองรับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ Mitsubishi เตรียมเปิด Boutique Showroom สำหรับรถยนต์สายออฟโรด เช่น Pajero และ Delica ตั้งแต่ปี 2027
โชว์รูมรูปแบบใหม่นี้จะจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งและอุปกรณ์เสริมโดยเฉพาะ เช่น ชุดบรรทุกสัมภาระและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมพนักงานที่มีความรู้ด้านการเดินทางและกิจกรรมเอาต์ดอร์ สามารถให้คำแนะนำการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานของลูกค้าแต่ละราย บริษัทกำลังพิจารณาเปิดสาขาแรกในเขตกรุงโตเกียว ก่อนทยอยขยายไปยังภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ Mitsubishi ยังตั้งเป้าเปิดโชว์รูมขนาดเล็กในเขตเมืองอีก 30 แห่งภายในปีงบประมาณ 2030 โดยแต่ละสาขาจะจำหน่ายเฉพาะรถยนต์รุ่นหลักจำนวนจำกัด ตัวอย่างเช่นโชว์รูมแห่งใหม่ในเมืองโยโกฮามาที่จำหน่ายเฉพาะรถใหม่ ส่วนลูกค้าที่ต้องการรถมือสองหรือบริการหลังการขายจะถูกส่งต่อไปยังศูนย์บริการใกล้เคียง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Mitsubishi ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ระดับราคาสูง และเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายได้สูงในเขตเมืองมากขึ้น
ปัจจุบัน Mitsubishi มียอดขายทั่วโลกประมาณ 790,000 คันต่อปี นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของยอดขายทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน ส่งผลให้ยอดขายในประเทศไทยและอินโดนีเซียลดลงอย่างต่อเนื่อง กำไรจากการดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 22,900 ล้านเยน (ราว 4,700 ล้านบาท) ลดลงจาก 63,600 ล้านเยน (ราว 13,000 ล้านบาท) เมื่อหกปีก่อน
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังกระตุ้นให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ Mitsubishi จะยังคงเน้นทำตลาดรถยนต์ไฮบริดเป็นหลัก และมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในผลิตภัณฑ์เพียงไม่กี่รุ่น
ส่วนตลาดอเมริกาเหนือ บริษัทประเมินว่าจะยังไม่สามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
จากปัจจัยดังกล่าว Mitsubishi จึงให้ความสำคัญกับตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น โดยมุ่งยกระดับผลกำไรผ่านการจำหน่ายรถยนต์ราคาสูง
ในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานในตลาดญี่ปุ่นอยู่ที่ 2.7% ใกล้เคียงกับอัตรากำไรเฉลี่ยของทั้งบริษัทที่ 2.6% ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากก่อนหน้านี้ธุรกิจในญี่ปุ่นเคยประสบภาวะขาดทุน ส่วนแบ่งตลาดของ Mitsubishi ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 1% ในปี 2016 มาอยู่ที่ 2.8% ในปี 2025
บริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายในประเทศเป็น 180,000 คันภายในปีงบประมาณ 2030 หรือเพิ่มขึ้นราว 50% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2025
Kyoya Igarashi รองประธานบริหารฝ่ายการขายของ Mitsubishi กล่าวว่า "เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งตลาดในปัจจุบัน เรายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และเราจะเพิ่มจุดสัมผัสกับลูกค้าผ่านการเปิดโชว์รูมรูปแบบใหม่ รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ที่จะช่วยขยายฐานลูกค้าในอนาคต"
ที่มา: Nikkei Asia