Nissan เปิดตัว Nissan Leaf Nismo รุ่นสมรรถนะของ Leaf เจเนอเรชั่นที่ 3 ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยแม้จะสวมตรา Nismo แต่ก็ไม่ได้รับการเพิ่มกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าแต่อย่างใด เนื่องจาก Nissan เลือกให้ความสำคัญกับการปรับปรุงช่วงล่าง การควบคุม และการออกแบบแทน
Leaf Nismo มีให้เลือกทั้งรุ่น B5 ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้ากำลัง 130 กิโลวัตต์ (177 PS) แรงบิด 345 นิวตันเมตร และรุ่น B7 ที่มาพร้อมมอเตอร์กำลัง 160 กิโลวัตต์ (218 PS) แรงบิด 355 นิวตันเมตร ซึ่งยังคงเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเช่นเดียวกัน
ด้านวิศวกรรม Nissan ได้ปรับปรุงช่วงล่างใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสปริง เหล็กกันโคลง บูช และโช้กอัพแบบ Swing Valve ที่ช่วยลดอาการโคลงของตัวรถในช่วงเริ่มต้นของการเข้าโค้ง ส่งผลให้รถตอบสนองได้เฉียบคมและมั่นใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้งล้ออัลลอยน้ำหนักเบา Enkei ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง Michelin Pilot Sport 5 ขนาด 235/45 R19 จากโรงงาน
ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกระดับการหน่วงพลังงานกลับ (Regenerative Braking) ได้ 4 ระดับผ่าน Paddle Shift หลังพวงมาลัย โหมดการขับขี่ทั้ง Standard, Sport, Eco และ Personal ได้รับการปรับจูนใหม่ โดยเฉพาะ 3 โหมดแรกให้เหมาะกับบุคลิกของรุ่น Nismo มากยิ่งขึ้น
Nissan ระบุว่า การปรับแต่งทั้งหมดช่วยให้ Leaf Nismo มอบความรู้สึกคล่องตัวและตอบสนองได้ว่องไวสำหรับขนาดและน้ำหนักตัวรถเท่านี้ รุ่น B5 มีน้ำหนัก 1,820 กิโลกรัม ส่วนรุ่น B7 หนัก 1,920 กิโลกรัม และรุ่น B7 ที่ติดตั้งเบาะ Recaro มีน้ำหนัก 1,900 กิโลกรัม
รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการตกแต่งให้แตกต่างจาก Leaf รุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ด้วยการใช้สีแดง Arterial Magma บริเวณชายล่างตัวถังและฝาครอบกระจกมองข้าง เสริมด้วยลิ้นหน้า กันชนหลังดีไซน์ใหม่ สปอยเลอร์ท้ายทรง Ducktail ขนาดใหญ่ และช่อง Air Guide ที่มุมล่างของกันชนหน้าเพื่อช่วยจัดการกระแสลมรอบคัน
สีตัวถังมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี รวมถึงสี Stealth Grey แบบพิเศษ 2 เฉดที่มีเฉพาะรุ่น Nismo เท่านั้น
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black พร้อมแดชบอร์ดหุ้มวัสดุหนังและหนังกลับสังเคราะห์ ติดตั้งโลโก้ Nismo บนแดชบอร์ดและเบาะนั่ง รวมถึงปุ่มสตาร์ทเฉพาะรุ่น ส่วนพวงมาลัยหุ้มหนังสังเคราะห์ TailorFit ตกแต่งด้วยแถบสีแดงตำแหน่ง 12 นาฬิกาและเดินด้ายสีแดง





ที่มา: Nissan Global Newsroom