Toyota เผยภาพของ Crown Crossover รุ่นปี 2027 สำหรับตลาดญี่ปุ่น ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ โดยนอกจากการปรับรายละเอียดด้านดีไซน์แล้ว ยังเตรียมอัปเกรดระบบขับเคลื่อนไฮบริดให้มีสมรรถนะดีขึ้น พร้อมเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการ
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการปรับรูปแบบ สีตัวถังทูโทน ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดของรุ่นปัจจุบัน โดย Toyota ปรับให้พื้นที่ตั้งแต่เสา A ไปจนถึงเสา D เป็นสีดำ เชื่อมต่อกับกันชนหน้า ฝากระโปรง หลังคา กระจกมองข้าง และคิ้วข้างตัวรถ ขณะที่ส่วนท้ายกลับมาใช้สีเดียวกับตัวถัง พร้อมปรับดีไซน์กันชนหลังและแถบสะท้อนแสงแนวนอนใหม่เล็กน้อย
แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มากนัก แต่ช่วยให้สัดส่วนของตัวรถดูสมดุลและลงตัวมากขึ้น นอกจากนี้ Toyota ยังเตรียมเปลี่ยนสีดำเดิมเป็นเฉด Neutral Black ใหม่ และปรับวัสดุตกแต่งชายล่างตัวถังจากพลาสติกสีดำด้านเป็น Piano Black เพื่อเพิ่มความพรีเมียม ขณะที่รุ่นย่อย RS จะติดตั้งคาลิเปอร์เบรกสีแดงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ภายในห้องโดยสารยังคงดีไซน์เดิมเป็นหลัก แต่มีการปรับรายการอุปกรณ์บางส่วน โดยแพ็กเกจ Cold Weather Pack และ Paddle Shift จะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย ยางอะไหล่ฉุกเฉินและกระจกมองหลังดิจิทัลถูกถอดออก
สำหรับรุ่น Z และ RS จะเพิ่มระบบ Digital Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และรีโมตกุญแจอัจฉริยะได้รับการปรับสีใหม่เป็น Gray Metallic
ข้อมูลจากเอกสารตัวแทนจำหน่ายที่หลุดออกมาและถูกเผยแพร่โดยสื่อญี่ปุ่น ระบุว่า Crown Crossover รุ่นปรับปรุงใหม่จะเปลี่ยนมาใช้ ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 5 ของ Toyota
ระบบดังกล่าวยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ แต่จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มีกำลังเพิ่มขึ้นอีก 16 แรงม้า ส่งผลให้กำลังรวมของระบบเพิ่มเป็น 239 แรงม้า และยังช่วยให้รถสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้บ่อยขึ้น
ส่วนรุ่นท็อป Crown Crossover RS ยังคงใช้ระบบ Dual Boost Hybrid ที่จับคู่เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.4 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 349 แรงม้า เท่าเดิม
Toyota เตรียมเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงราคาอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้
นอกจาก Crown Crossover แล้ว Toyota ยังมีแนวโน้มที่จะทยอยอัปเดตรถในตระกูล Crown รุ่นอื่น ๆ ทั้ง Crown Sport และ Crown Sedan ด้วยเช่นกันในอนาคตอันใกล้




ที่มา: Carscoops