Clarios ผู้ผลิตแบตเตอรี่ 12 โวลต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ยืนยันว่าซูเปอร์คาปาซิเตอร์เจเนอเรชันใหม่จะเริ่มสายการผลิตในปี 2027 โดยอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนไฟฟ้าทั่วไป แต่เป็นหัวใจของระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติชาร์จและคายประจุได้รวดเร็ว รองรับแรงดันสูงสำหรับระบบพวงมาลัยและเบรกแบบ drive-by-wire ซึ่งเป็นระบบที่ตัดการเชื่อมต่อแบบกลไก แล้วให้คอมพิวเตอร์ เซ็นเซอร์ และมอเตอร์ควบคุมแทนโดยสมบูรณ์
สัญญาณหลายด้านชี้ว่า รถกระบะรุ่นถัดไปของ General Motors หรือ Ford Motor Company โดยเฉพาะ Ford F-150 อาจก้าวข้ามระบบกลไกดั้งเดิม ไปสู่สถาปัตยกรรมควบคุมแบบ by-wire เต็มรูปแบบ
Clarios ระบุชัดว่าการผลิตซูเปอร์คาปาซิเตอร์จะเกิดขึ้นในรัฐมิชิแกน ที่โรงงาน Meadowbrook ด้วยกำลังผลิตสูงสุดราว 800,000 ชิ้นต่อปี เมื่อพิจารณาจากกำลังผลิตระดับนี้ บวกกับว่ารถกระบะ Full size ของ Ford และ GM เท่านั้นที่ผลิตในมิชิแกนและมียอดผลิตระดับดังกล่าว ทำให้ความเป็นไปได้ชัดเจนมากขึ้น
หากมองเชิงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ Ford ดูมีภาษีดีกว่าในการเป็นผู้บุกเบิก F-Series แต่ละเจเนอเรชันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยการยกระดับเชิงวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม เครื่องยนต์เทอร์โบขนาดเล็ก หรือระบบช่วยลากจูงและช่วยขับขั้นสูง
ในทางกลับกัน การอัปเดตกระบะของ GM แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งโครงสร้าง เฟรม ระบบส่งกำลัง และการเพิ่มระบบไฮบริด แต่ยังคงอยู่ในกรอบ “วิวัฒนาการ” มากกว่าการปฏิวัติ การเปลี่ยนไปใช้พวงมาลัยและเบรกแบบ by-wire ทั้งระบบตั้งแต่เปิดตัว ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่กว่าที่ GM มักทำในรอบโมเดลเดียว
เมื่อดูข้อมูลจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่น ZF Friedrichshafen เปิดเผยสัญญาระยะยาวในการจัดหาคาลิเปอร์เบรกไฟฟ้าหลายล้านชิ้น โดยมีสัดส่วนจำนวนมากสำหรับรถกระบะเฮฟวีดิวตี้ ขณะที่ Brembo ก็เตรียมเปิดตัวระบบเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง แม้ยังไม่ระบุรุ่นรถที่จะใช้งาน
ทั้งหมดนี้อาจเป็นสัญญาณว่ารถกระบะ Full size ยุคต่อไปกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “เหล็กและกลไก” ไปสู่ “ซอฟต์แวร์และสายสัญญาณ” อย่างจริงจัง
ที่มา: CarScoops