ความร่วมมือระหว่าง Ford และผู้ผลิตรถยนต์จีน Jiangling Motors Co (JMC) ถูกยุติลงแล้ว หลังจากเผชิญกับผลขาดทุนต่อเนื่องรวมอย่างน้อย 750 ล้านหยวน (ประมาณ 3,571 ล้านบาท) นับตั้งแต่มีการประกาศในเดือนมกราคม ปี 2022
ตามข้อมูลของ Ford บริษัทได้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุน Jiangling Ford Automobile Technology (JFT) ขึ้นเพื่อ “เร่งการเติบโตของธุรกิจรถยนต์นั่งของ Ford ในประเทศจีน”
อย่างไรก็ตาม รายงานของ Jiangling Motors ที่เผยแพร่ในปี 2025 ยืนยันว่า JFT มีผลขาดทุนสะสมสูงถึง 2.3 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.09 หมื่นล้านบาท) ภายในระยะเวลา 4 ปี และรายได้ลดลงถึง 45.4% ในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว
สื่อจีน Soho.com รายงานว่า บริษัทร่วมทุนดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีแล้ว ขณะที่ Ford ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ
แม้ว่า JFT จะไม่ได้ทำหน้าที่ผลิตรถยนต์โดยตรง แต่มีบทบาทในการผลักดันยอดขายผ่านการพัฒนาเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายจำนวน 181 แห่งทั่วประเทศจีน ภายใต้แนวคิดร้าน ‘Ford Beyond’ ที่เน้นไลฟ์สไตล์กลางแจ้งและการผจญภัย
โครงการนี้แยกออกจาก Changan Ford ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน 50:50 ระหว่าง Ford และ Changan ที่ทำหน้าที่ผลิตรถยนต์ของแบรนด์ในจีน โดย ‘Ford Beyond’ จะเน้นจำหน่ายรถ SUV และรถกระบะ มากกว่ารถยนต์นั่งทั่วไป
กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากการผ่อนคลายกฎระเบียบของจีนเกี่ยวกับการใช้งานรถกระบะในเขตเมือง ซึ่งคาดว่าจะเปิดโอกาสให้กับรถสไตล์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น Ford Ranger เวอร์ชันตลาดจีน
โชว์รูม Ford Beyond แห่งแรกเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม ปี 2023 ที่นครฉงชิ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการยกเลิกข้อจำกัดการใช้รถกระบะไปก่อนหน้านี้แล้ว ไลน์อัพรถยังรวมถึง Bronco ตั้งแต่ปี 2024 และ Ford Equator Sport SUV หรือที่รู้จักในชื่อ Territory ตัวแทนจำหน่าย Ford Beyond ยังมีการนำเสนอ Bronco New Energy ซึ่งเป็น SUV พลังงานไฟฟ้า
บริษัทร่วมทุนที่ถูกยุตินี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในภาพรวมของ Ford ที่ต้องการปรับไปสู่การจำหน่ายรถยนต์รุ่นระดับโลกในจีน แทนการพัฒนารถเฉพาะสำหรับตลาดท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว
Ford ถือหุ้นใน JFT จำนวน 49% ขณะที่ Jiangling Motors Holding (JMH) ถือครองอีก 51%อย่างไรก็ตาม JMC และ Ford ยังคงเป็นพันธมิตรระยะยาว โดยผู้ผลิตรถยนต์จากสหรัฐฯ เริ่มเข้าลงทุนในบริษัทจีนรายนี้ตั้งแต่ปี 1995
ปัจจุบัน Ford ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ JMC โดยถือหุ้นประมาณ 32% และบริษัทยังคงผลิตรถยนต์ Ford ในจีนทั้งเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก ตัวอย่างเช่น Territory เจเนอเรชันที่สอง ถูกผลิตโดย JMC ในจีน ไต้หวัน และเวียดนาม ขณะที่การส่งออกยังรวมถึงรถตู้ Transit ไปยังตลาดในตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้
ในอีกมุมหนึ่งที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากอดีต ซึ่งบริษัทร่วมทุนเคยเป็นช่องทางให้แบรนด์ต่างชาติเข้าสู่ตลาดจีน ล่าสุดในช่วงต้นปีนี้ Jim Farley ประธานและ CEO ระดับโลกของ Ford ได้เสนอแนวคิดความร่วมมือในลักษณะเดียวกันระหว่างผู้ผลิตสหรัฐฯ และจีน เพื่อเปิดทางให้แบรนด์จีนอย่าง BYD สามารถผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ ได้
ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์จีนยังคงเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างจำกัด ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากจีน เนื่องจากข้อจำกัดด้านภาษี ความกังวลด้านความมั่นคง และแนวโน้มสนับสนุนการผลิตภายในประเทศ
ในการให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal Jim Farley ระบุว่า Ford ยังมองหาการขยายความร่วมมือกับบริษัทจีนในตลาดนอกสหรัฐฯ เพิ่มเติม “เมื่อพิจารณาจากเทคโนโลยี ต้นทุน และความรวดเร็วในการดำเนินงาน พวกเขาถือว่าเป็นผู้นำของโลกในหลายด้าน”