EN / TH

โชว์ตัวจริง All-New BYD Yaun Plus ว่าที่ ATTO 3 ใหม่ ระยะทางวิ่งสูงสุด 630 กม. CLTC

25 เมษายน 2569

Honda ยุติทำตลาดรถยนต์ในเกาหลีใต้ฝั่ง 2 ล้อยังได้ไปต่อ

25 เมษายน 2569

Hyundai Ioniq V รถยนต์ไฟฟ้าผสาน Lambo และ Cybertruck ในราคาที่ถูกกว่า

25 เมษายน 2569

NISSAN เปิดตัว SUV PHEV คอนเซปต์ 2 รุ่น Terrano และ Urban SUV ยืนยันเวอรชั่นผลิตจริงเปิดตัวภายใน 1 ปี

24 เมษายน 2569

Ford ยุติความร่วมมือกับ JMC ในจีน หลังขาดทุนต่อเนื่องกว่า 3,571 ล้านบาท

24 เมษายน 2569

PT เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เริ่มต้น 10 สถานีหลักเส้นขนส่ง ราคาถูกกว่า B7 ถึง 7 บาท/ลิตร

24 เมษายน 2569

SAIC Z7 คู่แข่ง Xiaomi SU7 แต่ดูคล้าย Taycan ราคาถูกกว่าครึ่ง

24 เมษายน 2569

SUZUKI e VITARA เอสยูวีไฟฟ้า 100% นำเข้าจากอินเดียทั้งคัน แบต 61 kWh ระยะทางวิ่ง 455 กม.

23 เมษายน 2569

IM LS9 เอสยูวีเรือธง EREV วิ่งไฟฟ้า 402 กม. ระยะทางโหมดไฮบริดเคลม 1,508 กม.

22 เมษายน 2569

FORD EVEREST WILDTRAK 2026 ตลาดออสซี่ จำกัด 1,000 คัน ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ V6

22 เมษายน 2569

ภาพสปายช็อต LEXUS NX Facelift คลุมพรางด้านหน้า กระจกข้าง เส้นหลังคา และด้านท้าย

22 เมษายน 2569

The new 2026 IONIQ 5 N Line Sport Look จองก่อนเปิดตัวส่วนลด 20,000 บาท

22 เมษายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

Honda e:N1 ขุมพลัง 204 แรงม้า / 310 Nm ดิสก์เบรก 4 ล้อ พิสัยวิ่ง 500km/ชาร์จ (NEDC) แบต Li ion ความจุ 68.8 kWh เปิดให้เช่าในราคาเดือนละ 29,000 บาท

26 มีนาคม 2567| จำนวนผู้เข้าชม 1,978

Honda e:N1 ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้าในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นแบรนด์หลักที่ผลิตในประเทศไทยเป็นแบรนด์แรก ภายใต้มาตรฐานการผลิตด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของฮอนด้า พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ของขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ลงตัวกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน

 

โดยไม่ได้ขายขาด แต่จะเปิดให้เช่าในราคาเดือนละ 29,000 บาทผ่านตัวแทนบริษัทต่าง ๆ

 

Honda e:N1 พัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-centered Development)มาพร้อม แพลตฟอร์ม e:N Architecture F แพลตฟอร์มที่รองรับการขับเคลื่อนด้วยล้อหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงจากฮอนด้า ที่ได้รับการพัฒนาใหม่

 

ขุมพลังไฟฟ้าตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3-in-1 (Motor, Power DriveUnit และ Gearbox) ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) มอบสมรรถนะที่แรงเร้าใจให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร ที่ผสานการทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ส่งผลให้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ระบบกันสะเทือน หน้าแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง -หลังแบบทอร์ชันบีม ดิสก์เบรก 4 ล้อ

 

รองรับหัวชาร์จ แบบ DC CCS 2 และแบบ AC Type 2 มาพร้อมไฟสีต่างๆ แสดงสถานะการชาร์จใช้งานได้ง่าย โดยขณะกำลังชาร์จไฟ แถบไฟแนวนอนจะกะพริบเบาๆ จากซ้ายไปขวา เมื่อชาร์จเสร็จ แถบชาร์จจะสว่างอยู่ตลอดเพื่อให้รู้ว่า แบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้ว นอกจากนี้ หากเกิดข้อผิดพลาดในการชาร์จ จะมีไฟสีแดงกะพริบ เมื่อชาร์จเสร็จและถอดสายไฟออก รถจะส่งสัญญาณไฟกะพริบเพื่อแสดงสถานะว่าได้ถอดสายชาร์จออกแล้ว

 

มิติตัวถัง

 

ความยาว 4,380
ความกว้าง 1,790
ความสูง 1,592
ฐานล้อ 2,607
ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,539
ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลัง 1,540
ความสูงใต้ท้องรถ 135
น้ำหนักรถ (กิโลกรัม) 1,662
ขนาดล้อ (นิ้ว) 18
ขนาดยาง 225 / 50 R18

 

การออกแบบภายนอกของ Honda e:N1

  • ได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์ที่พรีเมียม ล้ำสมัย
  • โลโก้ H Mark ใหม่ สไตล์พรีเมียมมินิมอล ที่มาพร้อมกับคำว่า Honda ภายใต้ฟอนต์ใหม่ที่ด้านหลังของตัวรถ
  • โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่เรียบหรู
  • แบตเตอรี่ และเส้นสาย LED แสดงสถานะขณะกำลังชาร์จไฟในรูปแบบแนวนอนยาวต่อเนื่องจากไฟหน้าไปจนถึงไฟท้าย
  • ช่องชาร์จแบตเตอรี่ด้านหน้าพร้อมไฟแสดงสถานการณ์การชาร์จ ทำให้รู้สถานะการชาร์จได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential
  • ไฟท้ายแบบ LED Light Strip สี Smoke แบบเต็มความยาวที่เชื่อมต่อกับไฟท้ายทั้งสองข้าง
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนด้านหลังแบบหน่วงเวลา
  • สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต
  • เสาอากาศครีบฉลาม
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับลดอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง
  • ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต ขนาด 18 นิ้ว

 

การออกแบบภายใน
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อเน้นความสะดวกสบายเหนือระดับด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง ออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารผ่อนคลายจากการจัดวางแสงที่นุ่มนวล ผสมผสานกับการตกแต่งภายในระดับพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างสะดวกสบาย

  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในสีฟ้า (Blue Ambient Light) 
  • แท่น Wireless Charger
  • เบรกมือไฟฟ้า
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
  • ระบบ Air Diffusion System มอบทิศทางลมที่หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ กระจายลมทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร
  • แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM 2.5
  • พร้อมด้วยช่องปรับอากาศตอนหลัง
  • ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Climate Pre-conditioning)
  • ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหนังดีไซน์สปอร์ตสีดำตกแต่งด้วยขอบสีขาวและด้ายสีฟ้า
  • ปรับผังที่นั่งใหม่ให้รองรับสรีระและการบุนุ่มเพื่อรองรับส่วนที่สัมผัสบ่อย 
  • เบาะผู้โดยสารด้านหลังสามารถแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ 2 รูปแบบ คือ Utility Mode และ Long Mode
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.25 นิ้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 15.1 นิ้วแบบ Advanced Touch
  • รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและ Android Auto 
  • โซนบนเป็นโซน 'Connect' ที่รวม ระบบการนำทาง นาฬิกา และจอแสดงผลของกล้องมองหลัง
  • โซนกลางเป็นโซน 'Driver Assist' หรือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่จะแสดงสถานะการทำงานของรถยนต์ การตั้งค่าระบบเสียงและการสื่อสาร พร้อมด้วยเมนูการแสดงการทำงานของระบบ EV
  • โซนล่างจะเป็นโซนควบคุมระบบปรับอากาศ ที่แสดงข้อมูลการปรับอากาศภายในห้องโดยสาร
  • ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 4 ช่อง ด้านหน้า 2 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง (USB-A 1 ช่อง ในช่องหน้า และ
    USB-C ในช่องหน้า 1 ช่อง และช่องหลัง 2 ช่อง)
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ซัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง, ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • แผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย

 

Drive Mode โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ

  • โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) ที่ช่วยปรับการทำงานของมอเตอร์ให้พร้อมตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้น มอบประสบการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้น
  • โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) โดยระบบจะขับเคลื่อนโดยมอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและทรงพลังให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหมาะสมและมอบความสะดวกสบายในห้องโดยสาร
  • โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECON Mode) พร้อมปรับการทำงานของมอเตอร์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดพลังงานมากขึ้น ตามรูปแบบการขับขี่

 

เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ระดับพรีเมียมที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่และทำให้การขับขี่ราบรื่นในทุกเส้นทาง

  • ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) พร้อม ระบบ Auto Brake Hold
  • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดซัน (Hill Start Assist - HSA)

 

เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน

  • (Honda SENSING) ที่ทำงานร่วมกับกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีรถสวนทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง หรือในกรณีที่อยู่ในระยะเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) กล้องด้านหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วยผู้ขับขี่ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางปกติ และลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System withLane Departure Warning: RDM with LDW)ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทางปกติช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือรถยนต์ด้านหน้า
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)ระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
  • ระบบที่ตรวจจับการเคลื่อนที่ของรถคันหน้า โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียงเพื่อให้ผู้ขับขี่เคลื่อนที่ตามรถคันหน้าพร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information - BSI)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor - CTM)
  • เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (หน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด)
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) สามารถล็อกรถอัตโนมัติ เมื่อเดินออกห่างจากตัวรถในระยะ 1.5 เมตรขึ้นไป
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
  • ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
  • ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และ ม่านถุงลมด้านข้าง(Side Curtain Airbags)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน และระบบกระจายแรงเบรก (EBD)บนพื้นถนนที่ลื่น
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA)
  • เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)
  • ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
  • ชุดซ่อมยางชั่วคราว (TPRK)

 

เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสาร Honda CONNECT 9 ฟังก์ชัน

  1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้นโดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
  2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบด้วยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน รายเดือนหรือรายปี และบันทึกการเดินทางที่สามารถเลือกทริปโปรดและแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์เดิม) เป็นต้น
  3. WiFi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่ 40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง *ลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เอไอเอส) โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  4.  Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทำงาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทำการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
  5. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และแจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ
  6. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ทรถยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับรถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน
  7. Geo Fence & Speed Alert สามารถกำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนดได้อีกด้วย
  8. Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน
  9. Charging Status สามารถติดตามสถานะ หรือปรับตั้งค่าการชาร์จแบตเตอรี่ของ Honda e:N1 ได้ โดยสามารถปรับตั้งค่าให้เข้ากับสภาพการชาร์จต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จที่ 'บ้าน' หรือการชาร์จไฟเมื่อตนเอง 'ไม่อยู่' ใกล้รถ โดยมี 3 ระดับให้เลือก ตั้งแต่ 'LOW' ซึ่งจำกัดกำลังไฟฟ้าไว้ที่ 6 แอมป์ ไปจนถึง 'HIGH' ที่รองรับกระแสไฟสูงสุดจากเครื่องชาร์จได้เท่ากับกำลังสูงสุดที่แบตเตอรี่จะรับได้

 

รุ่นและสี
Honda e:N1 มีให้เลือก 1 รุ่นย่อย และสีภายนอกเพียงสีเดียวได้แก่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก)

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

โชว์ตัวจริง All-New BYD Yaun Plus ว่าที่ ATTO 3 ใหม่ ระยะทางวิ่งสูงสุด 630 กม. CLTC

25 เมษายน 2569

SAIC Z7 คู่แข่ง Xiaomi SU7 แต่ดูคล้าย Taycan ราคาถูกกว่าครึ่ง

24 เมษายน 2569

SUZUKI e VITARA เอสยูวีไฟฟ้า 100% นำเข้าจากอินเดียทั้งคัน แบต 61 kWh ระยะทางวิ่ง 455 กม.

23 เมษายน 2569

CATL เปิดตัวแบตเตอรี่ Freevoy เจนเนอเรชั่นใหม่ สำหรับรถ EREV วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 600 km

22 เมษายน 2569

New Mercedes-Benz C-Class EV ไฟฟ้าล้วน แบต 94.5 kWh วิ่งไกลสุด 800 กม. WLTP

20 เมษายน 2569

NISSAN SAKURA 2026 ปรับหน้าตาเล็กน้อย Kei Car ไฟฟ้า 100% แบต 20 kWh วิ่ง 180 กม. WLTC

20 เมษายน 2569

Toyota-GAC เผย bZ7 ใหญ่กว่า Model S ถูกกว่า Model 3 ยอดจอง 3,100 คันใน 1 ชม. ที่จีน

20 เมษายน 2569

Rolls-Royce Project Nightingale รถไฟฟ้าเปิดประทุนสุดหรู จำกัด 100 คันทั่วโลก ราคาเริ่มต้น 304 ล้านบาท!

17 เมษายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ