MG4 โฉมปี 2026 ที่จะเปิดตัวในช่วงงาน Beijing Auto Show 2026 นี่มีอันต้องขยับมาเปิดตัวก่อนงาน อาจเพราะต้องการเรียกกระแสและชิงตัดหน้าคู่แข่งในจีนที่ตอนนี้ มีรถหลายรุ่นที่อาจทำให้ ต้องแย่งความเป็นที่หนึ่งและยอดขายที่ดีขึ้น
ภายนอก
MG4 รุ่นปี 2026 ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบของแบรนด์ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้าเพรียวบางและดูไดนามิก จับคู่กับสปอยเลอร์หน้าแบบแบ่งส่วน และกันชนล่างสีดำ นอกจากนี้ยังเพิ่มไฟแสดงสถานะสีน้ำเงินขนาดเล็กเพื่อแสดงสถานะระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างชัดเจน ด้านข้างตัวรถใช้ดีไซน์หลังคาลอยตัว และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่ ส่วนด้านหลังยังคงใช้ดีไซน์จากรุ่นก่อนหน้า ด้วยไฟท้ายแบบเส้นตรง สปอยเลอร์ขนาดเล็ก และกันชนหลังที่เข้าชุดกัน

ภายใน
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมตัวเลือกสีใหม่ ได้แก่ สีน้ำเงิน Yacht Blue และสีม่วง Midnight Purple เสริมด้วยไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่ปรับตามจังหวะดนตรี และช่องระบายอากาศแบบซ่อน นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังมีแผงมาตรวัดคนขับดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K

.jpg)
ระบบปฏิบัติการ AI Doubao 3.0 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสอบถามข้อมูลและควบคุมรถยนต์ผ่านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ ระบบนี้มีระบบจดจำเสียงอิสระแยก 4 โซน ทำให้สามารถตอบสนองคำสั่งพร้อมกันจากตำแหน่งที่นั่งต่างๆ ได้ สามารถควบคุมหลังคาซันรูฟ ระบบปรับอากาศ และระบบความบันเทิงได้โดยอัตโนมัติ การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Oppo กับรถยนต์ช่วยให้การผสานรวมแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างราบรื่น สิ่งอำนวยความสะดวกสบายประกอบด้วยเบาะนั่งคู่หน้ามีระบบนวด 8 จุด ระบบระบายอากาศ ระบบทำความร้อน และมาเพร้อมที่พักขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะรองนั่งด้านหลังมีความยาว 571 มม.
ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ
New MG4 ปี 2026 มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ L2+ จาก Horizon Robotics และฟังก์ชัน NOA (Navigation on Autopilot) ที่เสถียร มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยบนทางหลวง รวมถึงการแซงอัตโนมัติ การรักษาเลน และการเปลี่ยนเลนตามสัญญาณไฟเลี้ยว

ระบบช่วยในการจอดรถใหม่ ประกอบด้วย การจอดรถอัตโนมัติจากด้านหน้า, การจอดรถแบบควบคุมด้วยตนเอง, การปรับความเร็วในการจอดรถ, การจอดรถในซอยตัน, การตรวจจับจุดจอดรถความเร็วต่ำ และการแสดงภาพการจอดรถผ่านสมาร์ทโฟนอันนี่นับว่ามีให้มากที่สุดในรถระดับเดียวกันตอนนี้!
MG4 รุ่นใหม่มีให้เลือกทั้งแบบไฟฟ้าล้วนและแบบใช้แบตเตอรี่ liquid-solid-state battery variants สำหรับรุ่นไฟฟ้าล้วนมีมอเตอร์กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ (161 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด คือ 42.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง และ 53.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งแบบ CLTC (liquid-solid-state battery variants) 437 กิโลเมตร และ 530 กิโลเมตร ตามลำดับ ส่วนรุ่นแบตเตอรี่แบบ (iquid-solid-state battery version) เริ่มต้นที่ระยะทาง 510 กิโลเมตร
สำหรับการชาร์จไฟ MG4 รุ่นปี 2026 รองรับการชาร์จเร็ว 3C ซึ่งใช้เวลาเพียง 18 นาทีในการชาร์จจาก 30 - 80% นอกจากนี้ และมาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ DP-EPS สองแกน ซึ่งให้การตอบสนองที่รวดเร็วกว่าระบบพวงมาลัยแบบเดิม
ที่มา : CarNewsChina