Nissan เผยสเปกรถยนต์ไฟฟ้า Leaf เจเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการ
Nissan ยืนยันว่า Leaf รุ่นใหม่จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 214 แรงม้า ซึ่งเทียบเท่ากับ Leaf SV Plus รุ่นปัจจุบันที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 62 kWh หมายความว่าในแง่ของตัวเลขสมรรถนะ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ส่วนรายละเอียดของรุ่นพื้นฐานยังไม่ได้รับการเปิดเผย แต่ถ้าอ้างอิงจาก Leaf S รุ่นปัจจุบัน จะให้กำลังเพียง 147 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 40 kWh
Richard Candler รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ Nissan เผยว่ามอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่มอบการขับขี่ที่ตอบสนองดี นุ่มนวล และมั่นใจ โดยทุกองค์ประกอบได้รับการปรับใหม่เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุด
Nissan ตั้งเป้าระยะทางในการวิ่งต่อชาร์จไว้ที่ 300-500 กิโลเมตร และรองรับการชาร์จเร็ว ที่สามารถเพิ่มระยะทางได้ถึง 250 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 14 นาที ซึ่ง Candler ระบุว่า เป็นระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับการเติมน้ำมันของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป
นิสสันเตรียมเปิดตัว Leaf เจนเนอเรชั่นใหม่เต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมปล่อยวิดีโอเบื้องหลังการพัฒนาและภาพตัวอย่างเพิ่มเติม
Leaf เจเนอเรชันที่ 3 เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2025 โดยเปลี่ยนดีไซน์จากแฮตช์แบ็กแบบดั้งเดิมเป็นทรงครอสโอเวอร์ พร้อมด้านท้ายสไตล์ฟาสต์แบ็ก เราได้เห็นรายละเอียดการออกแบบชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และกระจังหน้าแบบปรับทิศทางลมอัตโนมัติ ตัวรถยังมาพร้อมพอร์ตชาร์จที่รองรับมาตรฐาน NACS (North American Charging Standard) และหลังคาพาโนรามิกพร้อมระบบ e-Dimming ซึ่งใช้เทคโนโลยีอิเล็กโทรโครมิกและสารเคลือบสะท้อนอินฟราเรด ช่วยตัดแสงโดยไม่ต้องใช้ม่านบังแดด
Nobutaka Tase ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Nissan เผยว่า Leaf ใหม่นี้เป็นรถที่มีอากาศพลศาสตร์ดีที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศอยู่ที่ 0.25 ในยุโรป และ 0.26 ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยความต่างเล็กน้อยนั้นมาจากดีไซน์ล้อและกระจกมองข้างที่ปรับให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค
ด้านโครงสร้าง ตัวรถใช้แพลตฟอร์ม CMF-EV ร่วมกับ Nissan Ariya ซึ่งส่งผลให้พื้นรถเรียบและห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น แม้จะใช้พื้นฐานเดียวกัน แต่ Leaf จะมีเฉพาะมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั้น โดยในบางรุ่นย่อยจะให้กำลัง 214 แรงม้า (160 กิโลวัตต์) แรงบิด 355 นิวตันเมตร ซึ่งมอเตอร์ตัวใหม่นี้เงียบกว่าเดิมและมีขนาดเล็กลงถึง 10%
Nissan ยังเน้นถึงช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงก์ที่ปรับปรุงใหม่ ความคล่องตัวในการขับขี่ที่ดีขึ้น และความแข็งแรงด้านข้างของตัวรถที่เพิ่มขึ้นถึง 66% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน อีกทั้งยังมีการย้ายชุดแอร์ไปไว้ใต้ฝากระโปรงหน้า ทำให้ห้องโดยสารตอนหน้าโล่งขึ้น และระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ด้วยของเหลวยังมาพร้อมระบบที่นำความร้อนที่เหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกด้วย










ที่มา: Carscoops