ORA 5 SUV มีให้เลือกทั้ง ไฟฟ้าล้วนและไฮบริด ตัวถังแบบปฮตช์แบ็ก 5ประตู ยกสูงนิด ๆ มิติตัวรถ
ยาว 4,471 มม. กว้าง 1,833 มม. สูง 1,641 มม. ระยะฐานล้อ 2,720 มม. ความสูงใต้ท้องจากจุดต่ำสุด 175 มม.
เทียบกับน้องแมว Goodcat
ยาว 4,235 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,596 มม. ระยะฐานล้อ 2,650 มม. ความสูงใต้ท้องจากจุดต่ำสุด 145 มม.


นับว่ากว้างใหญ่สูงกว่าในทุกมิติ ภายในกว้างโปร่งไม่อึดอัดเท่ากับ Goodcat แล้ว และยังเข้าออกได้สะดวก มีพื้รที่เก็บของท้ายรถมากขึ้น
ภายนอกยังคงคล้าย Goodcat แบ่งตัวอวบขึ้นและส่วนกันชนหน้าที่อาจจะเปลี่ยนไปใช้ความเหลี่ยมสันแทนความโค้งมนอย่างชัดเจน



ภายในทันสมัยมากขึ้นและเน้นเทคโนโลยีจัดเต็มในอนาคตมากกว่าใน Goodcat อย่างมากมาย ตั้งแต่พวงมาลัย คอนโซลหน้า คอนโซลกลาง มาตรวัดคนขับ จอสัมผัสตรงกลางที่ใหญ่ขึ้น และมีช่องเก็บของแบบรักษาอุณหภูมิ (อุ่น-เย็น) ขนาด 3.2 ลิตร ซึ่งนับเป็นไลน์อัพใหม่ ไม่ใช่ "แมวยักษ์" แต่เป็น SUV คลาสสิก ใครมองว่าสวยหรือไม่ย่อมขึ้นกับแต่ละมุมมองแล้วครับ สำหรับผมแล้ว ความน่ารัก ความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หายไปบ้าง แต่ความทันสมัยมาแบบจบจริง
ORA 5 มาพร้อม 2 แบบขุมพลังและ 2 รุ่นย่อยออปชั่น คือ
- EV PRO ราคา 649,000 บาท*
EV ULTRA ราคา 719,000 บาท*
(*รอการอนุมัติโครงการ EV 3.5) - PRO HEV ราคา 709,000 บาท*
ULTRA HEV ราคา 779,000 บาท*
(ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว)
มาดูว่ารุ่นย่อย มีอะไรแตกต่างกันบ้าง
รุ่นไฟฟ้าล้วน 100%
ORA 5 EV ใช้ขุมพลังเหมือนกันคือ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 204 แรงม้า(PS) แรงบิด 260 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 58.3 kWh (Goodcat ล่าสุดประกอบไทย Lithium Iron Phosphate (LFP) ความจุ 57.7 kWh วิ่งได้ 480 กม. NEDC)
ข้อสังเกตุ แม้แบตฯ ของ ORA 5 ความจุต่างกันไม่มาก แต่มีระบบการจัดการใช้ไฟฟ้าได้ดีกว่าจึงเพิ่มระยะทางได้มากขึ้นอีก
ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 520 กม. NEDC และรองรับชาร์จเร็ว DC สูงสุด 120 kW (30-80% ใน 20 นาที) และระบบจ่ายไฟภายนอก (V2L) 6 kW
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 160 กม./ชม (Lock)
อัตรากินไฟโดยประมาณ 12.5 - 13.0 kWh ต่อ 100 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)
พร้อม Mode : Eco,Normal,Sport,Well Being
พลังไฮบริด วิ่งได้ 1,000 กม.
ORA 5 HEV ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน ไฮบริด 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 150 แรงม้า(PS) แรงบิด 240 นิวตันเมตร พลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 190 แรงม้า(PS) แรงบิด 236 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ชนิดเดียวกันขนาด 1.09 kWh กำลังรวมทั้งระบบ 223 แรงม้า(PS) แรงบิด 476 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ DHT ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 180 กม./ชม (Lock)
เคลมว่าวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม.
อัตราสิ้นเปลืองเคลมไว้ที่ 23.3 กม./ลิตร
พร้อม Mode : Eco,Normal,Sport,Snow
ระบบช่วงล่างและอื่น ๆ นั้นใช้ร่วมกัน เช่น
พวงมาลัยไฟฟ้า
ช่วงด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท
ด้านหลังอิสระมัลติลิงค์
ดิกส์ 4 ล้อ หน้ามีครีบระบายอากาศ
ยางขนาด 225/60 R18


ความปลอดภัยให้ครบทุกรุ่นย่อย
SOS/E-call ฉุกเฉิน
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านถุงลม
เตือนคาดเข็มขัดด้านหน้า
ระบบเบรก ABS/EBD
ระบบความคุมการลื่นไถล TCS
ระบบช่วยออกตัวทางชัน (HSA) และช่วยลงทางชัน (HDC)
จุดยึด ISOFIX
เซ็นเซอร์ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
กล้องแสดงภาพรอบคันและใ้ต้ท้อง (Body Transparent View)
ตรวจลมยาง (TPMS)
ชุดปะยางฉุกเฉิน


สีตัวรถ
ONYX BLACK ดำ (เฉพาะ HEV)
IVORY WHITE ขาว
MOUNTAIN GREY เทา
EMERALD GREEN เขียว (เฉพาะ EV)
SO BLUE WITH BLACK ROOF ฟ้าหลังคาดำ (เฉพาะ EV)
ภายใน
BROWN BEIGE น้ำตาล/เบจ (เฉพาะ EV)
DARK GREY ดำ/เทา
Option ระหว่าง PRO vs ULTRA
อุปกรณ์สำคัญที่โดดเด่น ดังนี้
- รุ่น PRO
- ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ/Follow Me Home/ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ
- ปัดฝนหน้าอัตโนมัติ
- ปัดฝนด้านหลัง/ไล่ฝ้า
- ราวหลังคา
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
- สัญญาณเตือนกันขโมย
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง/ข้างคนขับปรับมือ
- วัสดุเบาะหนังสังเคราะห์
- พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง
- เบาะหลังพับเก็บ 60:40/พนักพิงศีรษะตรงกลาง
- บังแดดฝั่งคนขับมีกระจก 8.8 นิ้ว พร้อมไฟ LED
- บังแดดคนนั่งกระจกธรรมดา
- ไฟในห้องโดยสารหน้า-หลัง LED
- มาตรวัดคนขับ Digital 10.25 นิ้ว
- จอกลางสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว
- ลำโพง 6 ตำแหน่ง
- รองรับคำสั่งเสียงไทย/อังกฤษ
- เชื่อมต่อ AppleCarPlay/Android Auto ไร้สาย/Bluetooth/Telematic
- USB-A/C ด้านหน้าอย่างละ 1 จุดและ USB-C ด้านหลัง 1 จุด
- กุญแจ Smart Entry 2 ชุด
- ควบคุมรถผ่านแอปฯ มือถือ
- ระบบปฏิบัติการ Coffe OS 3
- อัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์ (OTA)
การสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่น
- สตาร์ต-ดับเครื่องระบบไฟฟ้า
- ล็อกและปลดล็อกประตู
- ค้นหารถ
- เปิด-ปิดแอร์
- ตั้งเวลาชาร์จไฟ
- ฟอกอากาศ
- ตรวจสอบสถานะของรถ
ระบบช่วยขับขี่ ADAS
- ควบคุมความเร็วแปรผันพร้อมช่วยเข้าโค้ง (Intelligent ACC)
- เตือนชนด้านหน้า (FCW)
- เบรกฉุกเฉิน (ABD)
- เตือนเครื่องหมายจราจร (TSR)
- เตือนจำกัดความเร็ว (SLWF)
- คุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LCK)
- เตือนออกนอกเลน (LDW)
- ช่วยคุมให้อยู่ในเลน (LKAS)
รุ่น ULTRA สิ่งที่เพิ่มมาจากรุ่น PRO
- หลังคาพาโนรามิก พร้อมม่านบังแดด
- ประตูท้ายไฟฟ้า
- กระจกมองข้างพับไฟฟ้าและพับเก็บเมื่อล็อกรถ
- เบาะคนขับมีระบบเป่าลมและจดจำได้ 3 ตำแหน่ง
- เบาะข้างคนขับปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมเป่าลม
- กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
- กระจกไฟฟ้าขึ้นลงอัตโนมัติ 4 บาน
- บังแดดตอนหน้าทั้งหมดมีกระจก 8.8 นิ้ว พร้อมไฟ LED
- ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Lights
- ลำโพง 9 ตำแหน่ง
- แท่นชาร์จไฟไร้สาย 50W
การสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่น
- เปิด-ปิด ประตูท้าย
ระบบช่วยขับขี่ ADAS
- เตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA)
- เตือนมุมอับสายตา (BSD)
- เตือนมีวัตถุมาด้านข้างเมื่อเปิดประตู (DOW)
- ช่วยควบคุมให้อยู่ในเลนขณะฉุกเฉิน (ELK)
- เตือนเมื่อมีรถขณะถอยหลัง (RCTA) พร้อมเบรกอัตโนมัติ (RCTB)
- เตือนเมื่อเสี่ยงถูกชนด้านหลัง (RCW)
- เตือนมุมอับสายตาด้านหน้า (FCTA) พร้อมเบรกอัตโนมัติ (FCTB)
ORA 5 ทั้งแบบ EV และ HEV รุ่น PRO และ ULTRA ราคาและออปชั่นแตกต่างกันพอสมควรเลย หากเน้นใช้งานไม่สนระบบเยอะ ๆ ใช้ไม่ครบไม่คุ้มก็เลือกตัว PRO ส่วรคนที่ต้องการแบบครบ ๆ งบไปไหวก็จัดตัว ULTRA คุ้มค่ากว่า เพราะระบบต่าง ๆ ที่เพิ่มมาไม่สามารถไปอัปเดทเองที่หลังได้อีกแล้ว
การรับประกันคุณภาพรถใหม่
สุดพิเศษกับการรับประกันคุณภาพรถใหม่ทุกคัน นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร*
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด
การรับประกันแบตเตอรี่
ขับขี่มั่นใจทุกเส้นทาง ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร*
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน
Call Center 02-668-8888
เลือกขุมพลังแบบไหนจึงจะเหมาะสม?
- สำหรับฝั่ง EV นั้นเหมาะกับคนที่เน้นความประหยัดค่าเดินทางต่อวันและใช้งานมีเส้นทางประจำในแต่วัน นาน ๆ ทีออกเดินทางบ้าง วางแผนเป็น เข้าใจความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รับข้อเสียและต้องปรับตัวเยอะบวกกับควรติดตั้ง Wall Charger ที่บ้านได้ยิ่งดี
- ฝั่ง HEV เหมาะกับผู้ไม่สะดวก EV นั่นแหละครับ คือ อาจไม่ใช่ไม่ชอบ แต่การใช้งานที่หลากหลายกว่า ไม่ต้องปรับตัวเยอะ แม้จะยังไม่มีตัวเลขความประหยัดที่ขับได้จริงว่าเท่าไหร่ แต่คาดว่าน่าจะอยู่แถว ๆ 18-23 กม./ลิตร ในการขับทั่วไป เพราะประเมินจากขุมพลังที่ใกล้เคียงกันที่อยู่ใน HAVAL H6 HEV ที่คันใหญ่โต พละกำลังที่มากกว่า แต่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองทั่วไป (จากที่เคยทดสอบเอง) ราว ๆ 14-16 กม./ลิตร ไม่มากไม่น้อย สำหรับรถ SUV ไซซ์โตอย่างนี้ เมื่อมาอยู่ในร่าง ORA 5 ที่น้ำหนักรวมเบากว่าและรูปทรงที่ลู่ลม ก็อาจจะได้ความประหยัดที่น่าพอใจเมื่อแลกกับสมรรถนะที่ขับสนุกและเทคโนโลยีเต็มคันแบบนี้
ORA 5 นับเป็นตัวเลือกอีก 1 รุ่น ที่ใครจำเป็น เร่งด่วน ที่ต้องเปลี่ยนรถใหม่ ก็ไปทดลองขับดูก่อน ค่อยตัดสินใจ อย่าเชื้อผมนะครับ
บทความ : ช้าง สินธนุ จำปีศรี