Subaru เปิดตัว SUV ไฟฟ้า 3 แถวรุ่นใหม่ ชื่อว่า Getaway ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่พัฒนาร่วมกับ Toyota โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายปี 2026
รถรุ่นดังกล่าวเผยโฉมครั้งแรกในงาน New York Motor Show 2026 โดย Getaway ถือเป็น EV รุ่นที่ 4 ของ Subaru และเป็นโมเดลฝาแฝดกับ Toyota Highlander เจเนอเรชันใหม่ รองรับเบาะนั่งสูงสุด 7 ที่นั่ง ระยะทางขับขี่ มากกว่า 482 กิโลเมตร และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 425 แรงม้า
Getaway จะเข้ามาเสริมทัพต่อจาก Subaru Solterra, Subaru Trailseeker และ Subaru Uncharted ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ของ Subaru ในการเปิดตัวรถ EV ให้ครบ 8 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2028
ในช่วงเปิดตัว Getaway จะใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 95.8 kWh ที่ Subaru ระบุว่าให้ระยะทางวิ่งราว 482 กิโลเมตร และในปี 2027 จะมีรุ่น Standard-range ตามมา พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 77.0 kWh รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 150 kW สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายใน 30 นาที โดยไฟเดย์ไลท์ด้านหน้าจำนวน 6 จุดยังสามารถแสดงสถานะการชาร์จได้อีกด้วย
ตัวรถมาพร้ มระบบขับเคลื่อน Symmetrical AWD แบบมอเตอร์คู่ ให้กำลังรวม 425 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 5 วินาที ติดตั้งระบบ X-Mode แบบ Dual-mode เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รองรับโหมด Snow/Dirt และ Deep Snow/Mud พร้อมฟังก์ชัน Grip Control และ Downhill Assist Control สำหรับการขับขี่ออฟโรด
ด้านมิติตัวรถหากอ้างอิงจาก Toyota Highlander จะมีความยาว 5,050 มม. กว้าง 1,989 มม. สูง 1,709 มม. และระยะฐานล้อ 3,050 มม. โดย Subaru Getaway คาดว่าจะใกล้เคียงกัน แต่ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 210 มม. อาจทำให้ตัวรถสูงกว่าเล็กน้อย ขนาดตัวถังใหญ่กว่า Kia EV9 เล็กน้อย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระ 1,291 ลิตร (เมื่อพับเบาะแถวสาม) เทียบกับ EV9 ที่ 1,233 ลิตร
มีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง (Captain Seat แถวสอง) เบาะทุกตำแหน่งรองรับระบบทำความร้อน ส่วนแถวหน้าและแถวสองมีระบบระบายอากาศ (เฉพาะบางรุ่นย่อย)
ห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา พวงมาลัยอุ่น ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 2 จุด พอร์ต USB-C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 4 ตำแหน่ง และไฟ Ambient Light ที่ปรับแต่งได้ตามโหมดการขับขี่ทั้ง 5 รูปแบบ
ภายนอกโดดเด่นด้วยโลโก้ Subaru แบบเรืองแสงที่กระจังหน้าทรงปิดสีเดียวกับตัวรถ ไฟ DRL ดีไซน์เฉพาะตัว และระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้า ด้านท้ายมีโลโก้ “SUBARU” แบบเรืองแสงสามมิติ พร้อมเอกลักษณ์ไฟท้ายเฉพาะรุ่น ราวหลังคามีให้ในเกือบทุกรุ่นย่อย ล้ออัลลอยมีให้เลือกขนาด 19 และ 20 นิ้ว และมือจับประตูแบบเรียบไปกับตัวรถ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์
ตัวรถติดตั้งระบบความปลอดภัยครบชุดเป็นมาตรฐาน เช่น Blind-spot monitoring, Emergency Stop Assist, Lane-change Assist และ Adaptive Cruise Control ขณะที่บางรุ่นย่อยจะได้ฟังก์ชันเสริม เช่น Front Cross-traffic Alert, Intelligent Park Assist และกระจกมองหลังดิจิทัล
















ที่มา: CarExpert