TH / EN

NISSAN FRONTIER SPORT EDITION ตกแต่งรอบคัน ล้อออฟโรด ยาง AT

15 May 2026

HONDA แถลงผลประกอบการปีงบประมาณ 2026 (เม.ย. 25 - มี.ค. 26) ขาดทุนกว่า 72,342 ล้านบาท เหตุจากผลลงทุน EV

14 May 2026

BAW 212 ปิกอัพออฟโรดจากจีน เตรียมบุกตลาดยุโรป ดีเซล 2.3 ลิตร 188 แรงม้า 500 Nm เริ่มต้น 1,590,000 บาท

14 May 2026

เปรียบเทียบ เจาะลึก ระหว่าง นโยบาย รถยนต์คันแรก VS EV 3.0/3.5 ประโยชน์ที่ประเทศได้ กับความเสี่ยงที่ไทยเจอ

13 May 2026

MAZDA แถลงผลประกอบการปีงบประมาณ 2026 (เม.ย. 25 - มี.ค. 26) กำไรสุทธิกว่า 7,203 ล้านบาท

13 May 2026

FORD จดสิทธิบัตรเทคโนโลยี "หลีกเลี่ยงการชนขณะจอด"

12 May 2026

MG 4X แบตฯ ใหม่ liquid-solid battery เปิดจองในจีนเริ่ม 14,700 ดอลลาร์สหรัฐ

12 May 2026

สคบ.สั่งเชือด ค่ายรถ EV ลอยแพลูกค้า จ่อฟ้องแพ่งเรียกคืนร้อยล้าน

12 May 2026

ส่อง Mitsubishi Triton Championship Edition รุ่นพิเศษสำหรับตลาดมาเลเซีย ฉลองชัยชนะการแข่ง Asia Cross Country Rally 2025

11 May 2026

NISSAN ELGRAND AUTECH ชุดแต่งรอบคัน เน้นหรูหรา พร้อมตัวถังสีน้ำเงินเฉดพิเศษ

11 May 2026

Lexus TZ เอสยูวีไฟฟ้า3 แถว 6 ที่นั่ง 408 แรงม้า แบต 2 ขนาดให้เลือก พร้อมโหมดจำลองเสียง V10 ของ LFA

11 May 2026

สื่อญี่ปุ่นรายงาน Honda Motor มีแนวโน้มขาดทุนจากการดำเนินงานราว 82,600 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2026

11 May 2026

No Data Found

Back To Page Article

ลดคาร์บอนลดฝุ่น..เหตุผลรอง เหตุผลหลัก..รักษาศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไทย

6 May 2023| Number Of Visitors 2,097

กระแสของรถยนต์ไฟฟ้า เป็นกระแสที่จุดติดจาก 2 ขั้วมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐอเมริกาที่เปิดหัวด้วยแบรนด์ TESLA ฝั่งสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ได้ช่องพลิกสถานการณ์จากอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปที่ตามหลัง ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า จะเห็นว่าทั้งสองประเทศมีประชากรรวมกันมากกว่า 1.7 พันล้านคน มีพื้นที่รวมกันสองประเทศมากกว่า 19 ล้านตารางกิโลเมตร ถ้านึกไม่ออก เทียบกับประเทศไทยก็ได้ครับ (ไทยมีประชากรประมาณ 71 ล้านคน มีพื้นที่ประมาณ 5 แสนตารางกิโลเมตร) ตัวเลขประชากรและพื้นที่ของ 2 ประเทศนี้อยู่ในระดับเบอร์ต้นของโลก ส่งผลต่อพื้นที่เศรษฐกิจที่ใหญ่มากตามไปด้วย

 

 

การที่ TESLA จุดกระแสรถยนต์ไฟฟ้าติดในอเมริกา การจุดกระแสติดที่ว่า ไม่จำเป็นต้องมีสัดส่วนการขายในช่วงต้นทีเยอะมากนักในสหรัฐฯ แต่กระแสที่จุดติดนั้น นำไปสู่การมองเห็นช่องทางในการขายรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น เมื่อ TESLA ตัดสินใจเข้าไปตั้งโรงงานการผลิตในประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทำให้แบรนด์รถยนต์ TESLA เติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะจีนมีทรัพยากรทั้งทางด้านแรงงานมนุษย์และด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาที่ตอบโจทย์ สิ่งสำคัญ..จีนยังมีจำนวนประชากรมากพอที่ TESLA จะสร้างยอดขายได้มากขึ้นแบบทวีคูณ ส่งให้รถยนต์ไฟฟ้าเทสลาสามารถเจาะตลาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะสองประเทศมหาอำนาจที่มีประชากรมหาศาลอย่างอเมริกาและจีน

 

 

สองประเทศนี้มีประชากรมากขนาดนี้ จึงเป็นพื้นที่สร้างยอดขายให้กับแบรนด์รถยนต์ทั่วโลกรวมถึงฝั่งแบรนด์รถยนต์จากยุโรป เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นด้วย เมื่อกระแสจุดติด สัดส่วนเปอร์เซ็นการเติบโตตัวเลขมันขย่มคู่แข่งยานยนต์ทุกค่าย บวกกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นวาระทั่วโลกให้อุตสาหกรรมต่างๆต้องตระหนัก มีเกณฑ์กำหนดทางการค้าให้ต้องปฏิบัติตามมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายลดมลพิษของฝั่งยุโรป ซึ่งในสถานการณ์ปกติของการขายรถยนต์สันดาป รถยนต์แบรนด์ยุโรปก็มีปริมาณการขายแพ้ฝั่งญี่ปุ่นกับอเมริกาอยู่แล้ว และรถยุโรปเองก็มีลูกค้าอยู่ในประเทศจีนค่อนข้างเยอะ หากไม่ปรับตัวตามกระแสที่เกิดขึ้น ความเสี่ยงก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย เพราะเมื่อเทสลาเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศจีน จีนเองก็เห็นช่องทางเช่นกันในการที่จะปรับตัวก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ส่งให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ของโลกได้อย่างฉับพลัน นโยบายจากรัฐบาลจีนจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการส่งเสริมการพัฒนาและวิจัยรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ พร้อมนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนก็เริ่มต้นขึ้น ช่วยให้บริษัทรถยนต์สัญชาติจีนที่มีอยู่เต็มไปหมด มียอดขายที่ดีขึ้น และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนอย่าง SAIC และ BYD ก็ไม่พลาดที่จะจับทิศทางกระแสที่เกิดขึ้นได้ว่า นี่จะเป็นช่องทางที่ทำให้เขาสามารถออกไปเปิดตลาดโลกนอกประเทศจีนได้ง่ายขึ้น

 

 

การมาของ TESLA ส่งผลต่อผู้ผลิตรถยนต์เก่าแก่ร่วมชาติอย่าง FORD และ GM เช่นกัน และนำมาซึ่งการพัฒนาโปรดักส์ออกมาแข่งขันกับเทสลาไม่ว่าจะเป็น FORD Mustang Mach-e หรือแม้แต่กระบะฟูลไซส์ F-150 Lightning ทางฝั่ง GM ก็มี Chevrolet Bolt EV, Equinox EV และกระบะไฟฟ้า Silverado EV เป็นต้น กระแส+การแข่งขัน ส่งให้อเมริกาเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน และยังเป็นการแข่งขันระหว่างขั่วอำนาจฝั่่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกอีกด้วย มันจึงมีผลต่อทิศทางของยานยนต์โลกอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

เมื่อตัวเลขรถยนต์ไฟฟ้าจาก TESLA กับ BYD เติบโตขึ้น บวกกับแบรนด์จีนอื่นๆก็หันมาขายรถยนต์ไฟฟ้าจนมีตัวเลขสะสมของรถยนต์ไฟฟ้ามากพอที่จะทำให้แบรนด์รถยนต์จากฝั่งยุโรปประกาศวาระการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน ประเทศไทยที่จับตาการดูกระแสที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดมานานแล้ว และมีการวางแผนรองรับเพื่อไม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคนี้ต้องเปลี่ยนศูนย์กลางจากประเทศไทยไปเป็นประเทศอื่น สำหรับประเทศที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 10% และมีอัตราการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้ประมาณ 550,000-750,00 คน การจูงใจให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าตัดสินใจลงทุนใช้ไทยเป็นฐานการผลิตถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากไทยเหลือแต่อุตสาหกรรมรถยนต์น้ำมัน เราจะมีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และอาจมีภาวะการลงทุนที่ขาดช่วง และไม่สามารถขยายอัตราการจ้างงานในประเทศให้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การขยับตัวรองรับการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ยังส่งผลให้เราสามารถขยายขนาดของอุตสาหกรรมยานยนต์ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น แต่จุดอ่อนของไทย อยู่ที่ทรัพยากรที่จะนำมาผลิตแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญที่พยายามดึงนักลงทุนไปยังประเทศของเขาเช่นกัน แล้วไทยจะต้องจูงใจค่ายรถยนต์ต่างชาติอย่างไร..? 

โจทย์เดียวที่ภาครัฐต้องทำก็คือ การกระตุ้นให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้มีอัตราการเติบโตสูงกว่าเพื่อนบ้านอย่างชัดเจน เพราะลำพังนโยบายส่งเสริมการลงทุนอย่างเดียวที่มีอยู่หลายมาตรการมันไม่เพียงพอ ประชากรของรถยนต์ไฟฟ้า EV เท่านั้นที่จะทำให้ค่ายรถต่างๆตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิต เพราะสามารถสร้างยอดขายในประเทศไทยได้ ไม่ใช่แค่มาลงทุนเพื่อส่งออกเพียงอย่างเดียว ต่างชาติต้องการยอดขายในประเทศจากไทยเราด้วย เหตุผลหลักจึงเป็นเรื่องของการรักษาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของโลกต่อไป และไม่ใช่ว่าไทยต้องการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม หรือเตรียมเลิกอุตสาหกรรมรถยนต์น้ำมัน แต่ไทยต้องการให้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พูดง่ายๆ เราจะเป็นศูนย์กลางทั้งการผลิตรถยนต์เชื่อเพลิงเบนซิน ดีเซล (ICE) ไฮบริด(HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฟฟ้า 100% (ฺBEV) คือจะเอาทุกอย่าง เพราะถึงอย่างไรรถยนต์สันดาปก็ยังมียอดการส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอเชียตะวันออกกลาง, ออสเตรเลีย, เอเชียตะวันออก และยุโรป โดยมีโปรดักส์สำคัญอย่าง รถปิ๊กอัพ ที่มียักษ์ใหญ่อย่าง TOYOTA FORD MITSUBISHI NISSAN และ ISUZU การมีผู้ลงทุนใหม่เข้ามา จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าประเทศมากขึ้น

 

แล้วภาครัฐของไทยกระตุ้นการใช้รถไฟฟ้าในประเทศได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ในวันนี้..? คำตอบคือ ปัจจุบันไทยมีตัวเลขจดทะเบียนสะสมของรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มากกว่า 16,000 คันไปแล้ว ขณะที่ค่ายรถยนต์ต่างชาติไม่ได้มองเพียงรถยนต์ไฟฟ้า BEV เท่านั้น แต่ยังรวมถึงยอดสะสมของรถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งในไทยมียอดจดทะเบียนสะสมรวมสูงถึงกว่า 300,000 คัน ส่งผลให้เรามีตัวเลขรวมของกลุ่มรถยนต์ EV สูงเป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชียรองจากจีน นอกจากนี้เราคงได้อ่านข่าวหรือได้ยินว่าค่ายรถยนต์จากประเทศจีนประกาศการลงทุนในประเทศไทยหลายแบรนด์ใช่หรือไม่..? เริ่มตั้่งแต่ SAIC มาก่อนเพื่อนในนาม MG ล่าสุดกับการเพิ่มการลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในไทย, GWM กับการซื้อโรงงาน GM วางไทยเป็นฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวา, BYD กับการประกาศลงทุนในไทยกว่า 17,000 ล้านบาท และ CHANGAN ที่ประกาศการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยกว่า 9,800 ล้านบาท นี่แค่บางส่วนครับ เพราะยังมี FORD จากอเมริกาที่มีการเพิ่มการลงทุน 28,000 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงโรงงานเมื่อปี 2021 เป็นต้น

 

 

 

ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่นก็มีความชัดเจนขึ้นว่าจะปักหลักอยู่ในไทยต่อ จากท่าทีของพี่ใหญ่อย่าง TOYOTA จัดงานฉลองครบรอบ 60 ปีในไทยอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่ MITSUBISHI ก็เดินหน้าแผนการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่เตรียมเปิดตัวในไทยในอีกไม่กี่เดือนนี้ และยังมีการประกาศลงทุนเพิ่มในไทยเพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง HEV PHEV และ BEV วงเงิน 20,000 ล้านบาทเมื่อปี 2562 ด้าน NISSAN ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพียงหนึ่งเดียวในอาเซียนหลังยุบโรงงานผลิตที่อินโดนีเซีย และลงทุนเพิ่มไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

แผนที่ภาครัฐจะรักษาให้ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ ณ วันนี้ ชัดเจนว่าเดินไปได้ตามแผน อนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่วันนี้ถือว่าตามเป้า และไทยก็คงไม่ได้หวังว่า ประเทศจะต้องมีแต่รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเร็ววันอย่างที่คนไทยบางกลุ่มอยากให้เป็น เพราะไทยวางเป้าให้ประเทศมีประชากรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ในสัดส่วน 30% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิต เฉลี่ยขายในประเทศรวมทุกค่ายอย่างน้อยประมาณ 300,000 คัน และส่งออกอีกอย่างน้อย 300,000 คันภายในปี 2030 สัดส่วนตรงนี้คาดว่ารวมทุกประเภทของ EV ไม่ว่าจะเป็น HEV, PHEV และ BEV

 

คือการจะเป็นประเทศที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า BEV กันทั้งประเทศ ไม่ใช่การมีจุดชาร์จเยอะ ไม่ใช่การที่แบตเตอรี่ชาร์จได้เร็วขึ้น แต่มันคือการลดจำนวนการใช้รถส่วนบุคคลด้วยการสร้างระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุม มีประสิทธิภาพรองรับการเดินทางให้กับประชาชนทุกกลุ่มทั่วประเทศ เมื่อคนใช้รถเดินทางไกลน้อยลงเพราะมีระบบขนส่งมวลชนที่รองรับได้ดี รถยนต์ไฟฟ้าจะถูกซื้อไปใช้เพื่อการเดินทางที่จำเป็นจริงๆและมีระยะทางชัดเจน

 

ฉะนั้น..การรักษาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ต่อไป คือเหตุผลหลักด้านเศรษฐกิจครับ ส่วนเหตุผลรอง เช่น การรักษ์โลก ลดฝุ่น PM นับว่าไม่ใช่เป้าหมายหลัก กรณีฝุ่น จริงๆแล้วฝุ่นกว่า 80% ที่เกิดขึ้นมาจากการเผาทั้งในไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ แม้จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ก็มีมาตรฐาน EURO4 รองรับ และกำลังจะขยับเป็น EURO5 ในปี 2567 ที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นรถซิ่งควันดำมากกว่า ด้านการลดคาร์บอน อันนี้ก็เป็นเหตุผลรองที่มีน้ำหนัก เพราะในภาพรวม หากไทยมีค่ามลพิษน้อยลงจะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าไปยังนานาประเทศที่ปัจจุบันมีมาตรการกีดกันสินค้านำเข้าที่มีการปนเปื้อน

 

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า กระแสตลาดมีผลต่อการพัฒนาประเทศทุกประเทศ อยู่ที่การบริหารบ้านเมืองว่าแต่ละประเทศจะวางตัวเองไว้ตรงจุดใดของโลก หรือแม้แต่คำว่า หรือเราต้องการเติบโตแบบไหน และผลที่ออกมา เป็นไปตามแผนหรือไม่ หรือผลลัพธ์ที่ออกมาส่งผลดีหรือร้ายต่อประเทศเราอย่างไร..? ยังไงเราก็ต้องเดินไปข้างหน้าครับ

 

บทความโดย: ตระกูล ลินทมิตร


Share this article


Related News/Articles

เปรียบเทียบ เจาะลึก ระหว่าง นโยบาย รถยนต์คันแรก VS EV 3.0/3.5 ประโยชน์ที่ประเทศได้ กับความเสี่ยงที่ไทยเจอ

13 May 2026

Michelin Pilot PAX System

27 April 2026

ALL NEW SUBARU CROSSTREK ราคานำเข้า 2.35 ลบ. ได้สายเลือดญี่ปุ่นมีของดีซ่อนไว้เสมอ!

16 April 2026

แอปพลิเคชั่น EV ติดตัวผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามีหรือยัง?

9 April 2026

เช็ครถก่อนเดินทาง ง่ายๆ ฉบับมือใหม่

7 April 2026

What’s New for the 2.7L Gasoline Engine in the Toyota Land Cruiser FJ?

6 April 2026

ทำความรู้จัก "จุดควบคุมภาคพื้นดิน" รูปสี่เหลี่ยมบนถนนคล้ายตารางหมากรุก

3 February 2026

เมื่อซูซูกิถอย ฟอร์ดเดินเกมรุก

24 January 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept