TH / EN

Mazda Motor Corporation Announces Global Cumulative Production and Sales of MAZDA CX-5 Reach 5 Million Units

2 February 2026

Mercedes-Benz ประเทศไทย เผยกลยุทธ์ปี 2569 เตรียมเปิดตัว All-new Electric CLA ในงาน Motor Show 2026

2 February 2026

Suzuki XL7 Black Edition ตกแต่งดำเงารอบคัน สีทูโทนหลังคาดำ | ราคา 835,000 บาท

2 February 2026

New Mercedes-Benz S-Class 2026 Receives Major Facelift with Illuminated Grille and Hyperscreen Display

30 January 2026

Renault DUSTER New Generation Built in India, Fully Redesigned Inside and Out, Launching First in Indian Market

29 January 2026

2026 Mitsubishi Triton Updated for Japan with Yamaha Shock Absorbers, Sports Bar Deleted

27 January 2026

เมื่อซูซูกิถอย ฟอร์ดเดินเกมรุก

24 January 2026

Mitsubishi Outlander LS Black Edition 2026 Adds More Equipment, Black Styling, Launches in Australia

22 January 2026

ACURA Auctions the Acura NSX Roadster Concept — the Same Car Driven by Iron Man in The Avengers!

21 January 2026

Nissan Clipper Truck, Suzuki Carry Twin, Receives Minor Facelift in Japan

20 January 2026

CHERY TIGGO 8 CSH เอสยูวี PHEV 7 ที่นั่ง เคลมวิ่งไกล 1,200 กม. | 899,000-999,000 บาท

20 January 2026

BYD Thailand Completes Vehicle Compensation Production Under EV 3.0 Scheme

19 January 2026

No Data Found

Back To Page Article

เมื่อซูซูกิถอย ฟอร์ดเดินเกมรุก

24 January 2026| Number Of Visitors 369

การประกาศลงนามซื้อโรงงานประกอบรถยนต์เดิมของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดยฟอร์ด ประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ไม่ใช่เพียงข่าวการซื้อขายสินทรัพย์ทั่วไป หากแต่เป็นหนึ่ง
ใน “ดีลเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนการเปลี่ยนขั้วของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี

โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในจังหวัดระยองภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก เขตปลอดอากร (Free Zone)และที่สำคัญที่สุดคือตั้งอยู่ติดกับโรงงาน Ford Thailand Manufacturing (FTM)ของฟอร์ด
แบบ“แนบชิด” ราวกับเป็นส่วนต่อขยายที่ถูกวางผังไว้ล่วงหน้า พื้นที่รวมกว่า 412.5 ไร่ พร้อมอาคารโรงงานขนาด 65,000 ตารางเมตร ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2555(14ปีที่แล้ว)

แม้มูลค่าการเจรจานี้ยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการแต่ประเมินกันว่าอยู่ราว 4,000–5,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้อาจดูสูงในเชิงธุรกิจปัจจุบันแต่ทว่าเมื่อพิจารณาในบริบทของโรงงานยานยนต์ที่“พร้อมใช้งานทันที”
อยู่ในเขต EEC และอยู่ติดกับฐานการผลิตหลักของฟอร์ดแล้ว นี่คือการซื้อทรัพย์สินที่ให้ความคุ้มค่าเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง

ดีลนี้ยังเกิดขึ้นในวาระครบรอบ 30 ปีของการดำเนินธุรกิจฟอร์ดในประเทศไทย ซึ่งตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ฟอร์ดลงทุนในไทยสะสมแล้วกว่า 133,000 ล้านบาท และใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออก Ford Ranger และ Ford Everest ไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก การตัดสินใจ “ซื้อเพิ่ม” ในวันที่หลายค่าย “ถอยออก” จึงมีความหมายมากกว่าการขยายโรงงาน
 
ซูซูกิ: บทสรุปของการผลิตในไทยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
 
หากมองจากฝั่งซูซูกิ การขายโรงงานระยองไม่ใช่ความพ่ายแพ้ฉับพลัน แต่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาเป็นเวลานาน สำหรับซูซูกิ มอเตอร์ได้ประกาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่กลางปี 2567 ว่า
จะยุติการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยภายในสิ้นปี 2568 หลังยอดขายในประเทศลดลงต่อเนื่อง ส่วนแบ่งตลาดหดเหลือไม่ถึง 2% ทั้งที่ซูซูกิเคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก
จุดอ่อนสำคัญคือ ตลาดรถเล็กและอีโคคาร์ ซึ่งเคยเป็นความถนัดของซูซูกิ ถูกรถยนต์แบรนด์จีนเข้ามาแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าราคาต่ำกว่าอย่างรวดเร็วและรถจีนยังนำเสนอเทคโนโลยีใหม่กว่า
จุดและแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อ EV มากกว่ารถสันดาปขนาดเล็ก

 
ขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตในไทยทั้งค่าแรง ค่าพลังงาน และค่าโลจิสติกส์ ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับฐานการผลิตอื่นของซูซูกิ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเอง การเดินหน้าผลิตต่อในไทยจึงไม่ตอบโจทย์เชิงเศรษฐศาสตร์อีกต่อไป
ทางเลือกของซูซูกิคือการ “เปลี่ยนบทบาท” จากผู้ผลิตในประเทศ เป็นผู้นำเข้ารถยนต์ทั้งคัน และโฟกัสไปที่เทคโนโลยี EV และ HEV ในอนาคต โดยยังคงเครือข่ายการขายและบริการหลังการขายไว้ พนักงานราว 800 คนจากโรงงานระยองจะถูกโอนไปทำงานในส่วนอื่นขององค์กร เพื่อลดผลกระทบทางสังคมและแรงงาน
เมื่อโรงงานกลายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งาน การขายให้กับฟอร์ดซึ่งมีความพร้อมและมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่นั้น จึงเป็นทางออกที่ “เจ็บน้อยที่สุด” สำหรับซูซูกิ
 

ฟอร์ด: ซื้อพื้นที่วันนี้ เพื่อรักษาความได้เปรียบในวันข้างหน้า
สำหรับฟอร์ด ดีลนี้ไม่ใช่การขยายกำลังการผลิตแบบหวือหวา แต่เป็นการ “เพิ่มความยืดหยุ่น” ให้กับฐานการผลิตที่มีอยู่
ปัจจุบัน ฟอร์ดมีโรงงานหลักในไทย 2 แห่ง คือ FTM และ AutoAlliance Thailand (AAT) ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตรวมใกล้แตะระดับ 700,000 คันต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็น Ford Ranger และ Ford Everest ซึ่งไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อการส่งออกมากกว่า 80% ของปริมาณทั้งหมด
ความต้องการรถกระบะ 1 ตันและ PPV ยังคงแข็งแกร่งในตลาดหลักอย่างออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ตะวันออกกลาง และบางประเทศในยุโรป ขณะที่รถจีนยังเจาะตลาดกลุ่ม ladder-frame และระบบขับเคลื่อน 4x4 ได้ค่อนข้างช้า ฟอร์ดจึงจำเป็นต้องรักษาความสามารถในการตอบสนองคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การได้โรงงานที่อยู่ติดกันในเขตปลอดอากร ทำให้ฟอร์ดสามารถเชื่อมโยงสายการผลิต โลจิสติกส์ และซัพพลายเชนได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาและต้นทุนในการก่อสร้างใหม่ ซึ่งหากต้องสร้างโรงงานระดับเดียวกันในปัจจุบัน อาจใช้เงินลงทุนสูงกว่านี้ 2–3 เท่า
ในระยะใกล้ ฟอร์ดยังไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะใช้โรงงานใหม่ผลิตรถรุ่นใด แต่แนวโน้มคือการรองรับการปรับโฉม Ranger รุ่นใหม่ รุ่นพิเศษ และอาจรวมถึงเวอร์ชันไฮบริดบางประเภท ขณะที่ Ranger Plug-in Hybrid ยังคงผลิตที่แอฟริกาใต้เป็นหลัก สะท้อนว่าฟอร์ดยังมองตลาดอาเซียนในกรอบของเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดแบบดั้งเดิม
ความหมายต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย: ไม่ได้โต แต่ยัง “ไม่จบ”
ดีลฟอร์ด–ซูซูกิ เกิดขึ้นท่ามกลางภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังหดตัว ยอดขายรวมทั้งประเทศในปี 2568 ถูกคาดการณ์ว่าจะอยู่เพียง 600,000–650,000 คัน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเมื่อสิบปีก่อน สาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยสูง หนี้ครัวเรือน และการแข่งขันรุนแรงจากรถนำเข้าและรถจีนราคาประหยัด
อย่างไรก็ตาม เซกเมนต์รถกระบะและ PPV ยังคงเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ของอุตสาหกรรมไทย และยังเป็นจุดแข็งที่ประเทศอื่นในภูมิภาคทดแทนได้ยาก การที่ฟอร์ดตัดสินใจเพิ่มการลงทุน ในขณะที่หลายค่ายญี่ปุ่นลดบทบาทหรือย้ายฐานการผลิตออกไป จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อ EEC และเครือข่ายซัพพลายเชนในประเทศ
ในเชิงยุทธศาสตร์ ดีลนี้คือการ “ซื้อเวลา” ให้ฟอร์ดยังรักษาความเป็นผู้นำในตลาดกระบะระดับโลกจากฐานการผลิตในไทย ขณะเดียวกันก็เป็นบทเรียนสะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกเซกเมนต์ และผู้ที่อ่านเกมขาด ยังคงหาพื้นที่เติบโตได้ท่ามกลางความผันผวน
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นี่อาจไม่ใช่ยุคขาขึ้นอีกต่อไป แต่ก็ยังไม่ใช่จุดจบ—อย่างน้อยตราบใดที่รถกระบะยังคงเป็นหัวใจของการผลิตและการส่งออก

Share this article


Related News/Articles

TOYOTA LAND CRUISER FJ — Thais Want Diesel, But Gasoline Comes First. So, What Does Thailand Gain?

22 October 2025

A Look at Toyota’s Automotive Holdings and Partnerships in 2025

1 September 2025

จับทิศ "อรุณ พลัส" ถอยเมื่อทุนไทยไม่ไปต่อในอุตฯยานยนต์ไฟฟ้า

9 August 2025

รีวิว KIA EV5 GT-LINE AWD หน้าตาดี ตกแต่งสไตล์สปอร์ต ขับขี่ไม่โดดเด่นแต่ถูกใจสายครอบครัว

20 July 2025

Ford's Role in Times of War

6 June 2025

ก่อนลมหายใจสุดท้ายของเนต้า

6 June 2025

The working principle of "i-ART injector" is the key to economy of TOYOTA HILUX REVO.

28 February 2025

เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าผลิตในไทย"ราคา"ไม่ถูกเท่าจีน?

20 January 2025

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept