EN / TH

CHANGAN NEVO Q05 ทำตลาด 2 รุ่น แบต 51.9 kWh ระยะทางวิ่ง 462 กม. NEDC

28 พฤษภาคม 2569

Ford ชี้แจง RANGER EV ยังไม่มาเร็วๆนี้ ชี้ เทคโนโลยีไฟฟ้าปัจจุบันไม่ตอบโจทย์เท่าดีเซลและ PHEV

27 พฤษภาคม 2569

Toyota เตรียมลดกำลังการผลิตรถยนต์นอกญี่ปุ่น รวมถึงกลุ่ม IMV หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ

27 พฤษภาคม 2569

BYD Dolphin G พลัง Plug-in Hybrid ชิงเปิดตัวก่อนขายยุโรป

26 พฤษภาคม 2569

นี่คือ Ferrari Luce พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก พลัง 1,035 แรงม้า วิ่งได้ 530 กม.พร้อมเสียงคำรามของจริง!

26 พฤษภาคม 2569

BYD Sealion 5 DM-i EV Mode ผ่ากลางเมืองรถติดสุดพีคระยะทางกว่า 50 กม.ได้เท่าไหร่?

26 พฤษภาคม 2569

ตัวเลขจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถกระบะ มกราคม - เมษายน 2569

26 พฤษภาคม 2569

BMW M 1000 RR “Limited Edition Isle of Man TT” สีเขียวพิเศษ กราฟฟิกตกแต่งรอบคัน จำกัด 115 คันทั่วโลก

25 พฤษภาคม 2569

Honda City Hatchback Minorchange 2026 หน้าใหม่ จอกลางใหม่ กล้องรอบคัน

22 พฤษภาคม 2569

Honda City Sedan Minorchange 2026 หน้าใหม่ ปรับรุ่นย่อย จอกลางใหม่ เพิ่ม Wireless Charger กล้องรอบคัน

22 พฤษภาคม 2569

Ford Ranger XLS 2026 เครื่องใหม่โซ่ไทม์มิ่ง เกียร์ 10 สปีด อัตราบริโภคน้ำมัน 13 กม./ลิตร ค่าตัว 939,000 บาท

21 พฤษภาคม 2569

FORD ปล่อยทีเซอร์ยืนยันรถยนต์ใหม่ 5 รุ่นในยุโรปภายใน 2029 นำทัพด้วยแฮทช์แบคไฟฟ้า คาดใช้ชื่อ Fiesta

19 พฤษภาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

เผยโฉมหน้า10 แบรนด์ BEV ยอดนิยมของไทยในปี 2567

25 มกราคม 2568| จำนวนผู้เข้าชม 3,357

ปี 2567 ถือเป็นปีทองของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า((BEV))ในประเทศไทยอีกปีหนึ่งแม้ว่าตลาดรวมรถยนต์ไฟฟ้ามีอัตราการเติบโตลดลงเล็กน้อย โดยรถยนต์แบรนด์ BYD ยังคง มีการจดทะเบียนมากสุด สำหรับยอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2567(2024) อยู่ที่ 68,936 คัน มีอัตราการเติบโตลดลง 9.67 % เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งในปี 2566 (2023) ยอดรถยนต์ไฟฟ้ามีการจดทะเบียนรวม 76,314 คัน สำหรับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงดึงดูดตลาดไทย 10 อันดับแรกของปี 2567 นั้นเราพบว่า มีถึง 7 แบรนด์ที่เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่เหลือเป็นแบรนด์ยุโรปโดยไม่มีค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่นติดอันดับมาเลย

10 ในแบรนด์รถยนต์ BEV ที่ครองตลาดไทยสูงสุด ปี 2567


1. BYD  ยอดขาย 27,021 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 39.2 %

2. MG   ยอดขาย 9,080 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 13.2%

3.  NETA   ยอดขาย 7,969 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 11.6%

4.  CHANGAN  ยอดขาย 5,902 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 8.6%

5.  AION  ยอดขาย 5,184 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด7.5%

6.  TESLA  ยอดขาย 4,120 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 6%

7.  ORA  ยอดขาย 3,231 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 4.7%

8.  VOLVO  ยอดขาย 1,662 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 2.4%

9.  BMW  ยอดขาย 1,485 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 2.2%

10.  WULING  ยอดขาย 711 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 1%



BYD แชมป์ที่มั่นคง
BYD ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยม สามารถครองอันดับหนึ่งในด้านยอดขายตลอดทั้งปี โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 39.2% ทั้งนี้ BYD เริ่มเปิดตลาดรถในเดือนตุลาคม 2565 และเริ่มส่งมอบ Atto 3 ในประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566  ค่ายBYD สามารถครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นเวลาอย่างน้อย 18 เดือน ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า 1 ใน 3 คันที่จำหน่ายในประเทศไทยมาจาก BYD ปี2567 BYD มีการจำหน่ายรถยนต์ทั้่งหมด 6 รุ่นหลัก รวมรถนั่ง รถตู้ แบ่งออกเป็น 16 รุ่นย่อย มากสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยรุ่นที่จำหน่าย โดยรุ่นย่อย 3 อันดับยอดนิยม มีดังนี้ 1.BYD DOLPHIN STD ยอดจำหน่าย 7,427 คัน 2.BYD ATTO 3  จำนวน 4,353 คัน และ3.BYD DOLPHIN EXD จำนวน 3,302 คัน ทั้งนี้ ในปี2567 ยังไม่มีการรายงานยอดขายของรถรุ่นใหม่ ที่เข้ามาเสริมตลาด อย่างเดนซ่า ซึ่งนำมาจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 เมื่อปลายปีที่แล้ว 


MG
เอ็มจี (MG) ครองอันดับ 2.ด้วยส่วนแบ่งตลาด13.2%  MG เป็นรถที่มีพื้นฐานเข้าตลาดไทยด้วยรถเครื่องยนต์สันดาปภายในก่อนจะขยายเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า MGได้รับการยอมรับในแง่ของ ความคุ้มค่าและการมีเครือข่ายที่แข็งแรง รวมถึงมีฐานลูกค้าเก่าจำนวนมาก ทำให้เมื่อเข้าตลาดยังคงมีความสามารถในการแข่งขัน รถไฟฟ้าของเอ็มจีมีจำหน่ายทั้งหมด 7 รุ่นหลักและรุ่นที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรกได้แก่ 1.MG4 ELECTRIC มียอดขาย 5,402 คัน 2.MG EP จำนวน 1,886 คัน และอันดับ 3.ได้แก่ MAXUS จำนวน 9,670  คัน ส่วนรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า ก็ได้รับความนิยมรุ่นขายดีได้แก่ CYBERSTER มียอดขาย 62 คัน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในปี 2025 ของMG ได้แก่ All New MG ES5 

NETA
เนต้า ค่ายรถที่เคยเป็นผู้นำตลาดก่อนหน้า BYD จะเข้าตลาด ในปี2567 เนต้าทำยอดขายรวม 7,969 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 11.6% เป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะมีข่าวร้ายของบริษัทแม่เกี่ยวกับปัญหาการเงินและมียอดขายตกต่ำในจีน แต่เนต้าในไทยยังคงได้รับการยอมรับอย่างดี สาเหตุที่เนต้าเป็นที่นิยมเนื่องจาก เนต้าทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเจาะกลุ่มแมส ระดับราคาไม่สูงทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้า สามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ง่ายอย่างไรก็ตามอนาคตของเนต้ายังไม่แน่นอนจากปัญหาที่จีน และอาจส่งผลต่อการขยายโมเดลใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งเนต้ากำหนดเป้าหมายในไทยไว้ว่า ต้องการก้าวสู่การเป็น TOP 5 แบรนด์รถยนต์ในประเทศไทย ภายในปี 2573 โดยจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 1 รุ่นทุกปีนับจากปี 2568 สำหรับเนต้ามีรถจำหน่าย 3 รุ่นหลักและ รถรุ่นยอดนิยมของเนต้าได้แก่ 1.NETA V จำนวน 4,578 คัน 2. NETA V-II จำนวน 2,009 คัน 3. NETA Xจำนวน 1,382 คัน 

CHANGAN
 
ฉางอาน ทำยอดขาย ได้เป็นอันดับ 4 ของตลาด จำนวน 5,902 
คัน สามารถครองส่วนแบ่งตลาด 8.6%  ฉางอาน นั้นรวมยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า 2 แบรนด์ในตลาดคือ DEEPAL กับ LUMIN  เข้าด้วยกัน รถที่ได้รับความนิยมมากสุดคือ DEEPAL S07 รถครอสโอเวอร์ ขนาดใหญ่ ราคา 1.39 ล้านบาท สำหรับ 3 อันดับ รุ่นยอดนิยมได้แก่ 1. DEEPAL S07 จำนวน 4,806 คัน 2.DEEPAL L07 จำนวน 707 คัน และ3.LUMIN L DC รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก จำนวน 226 คัน 

AION

ไอออน ทำยอดขายเป็นอันดับ 5 ของตลาดมียอดจดทะเบียน 5,184 คัน ครองตลาด 7.5%  รถยอดนิยมได้แก่ AION Y PLUS  ที่มียอดขาย 3,873 อันดับ2 ได้แก่ AION ES จำนวน 1,088 ซึ่ง ยอดขายนี้ได้จากตลาดรถแทกซี่และรถนั่งเชิงพาณิชย์เป็นตลาดหลัก   ส่วนแบรนด์ HYPTEC ที่มีเอกลักษ์ ประตูปีกนกทำยอดได้ 222 คัน ส่วนรถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า HYPTEC SSR มียอดจดทะเบียนเพียง 1 คัน 

แบรนด์ญี่ปุ่นชะงัก
แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในสองสามปีที่ผ่านมาแต่แบรนด์รถยนต์ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง โตโยต้า ฮอนด้า และ นิสสัน กลับยังไม่สามารถครองใจผู้บริโภคได้
โดยในปี2567 ที่ผ่านมา โตโยต้า กลับมามีรายงานการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น BZ4X จำนวน 66 คัน หลังจากที่หยุดหายไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วนค่ายฮอนด้า ส่งมอบรถไฟฟ้า e:N1 จำนวน 265 คัน โดยในจำนวนนี้ เป็นการผู้นำรถของผู้เข้ารายอิสระ ในรถรุ่น E จำนวน 1 คันและรุ่น E ADVANCE จำนวน 1 คัน ก่อนหน้านี้ฮอนด้า เปิดสายการผลิต e:N1 ในไทยแต่ล่าสุดมีรายงานว่า ฮอนด้ายุติการผลิตและหันไปนำเข้ารถยนต์ดังกล่าวจากประเทศจีนแทน ส่วนนิสสันทำการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า LEAF จำนวน 14 คันเท่านั้น

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมี่ยมดุเดือด
ทิศทางของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมเริ่มดุเดือดขึ้นโดย ยังคงเป็นการขับเคลื่อนระหว่างรถจาก BMW,MERCEDES BENZและ TESLA โดยเป็นการแข่งกันระหว่าง แบรนด์ยุโรปและแบรนด์อเมริกา  ซึ่ง Tesla ผู้สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมจากฝั่งอเมริกา BMW พยายามเร่งเครื่อง ตลาดไฟฟ้ารถยนต์พรีเมียมแต่ TESLA เองก็ทำยอดติดอันดับ 6 ของตลาดไทย ในขณะที่ BMW ยังคงถูกทิ้งห่าง โดย BMW  มียอดจำหน่าย รวม1,485 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 2.2% และเมอร์เซเดส-เบนซ์ทำยอดขาย 221 คัน ซึ่งอยู่ในอันดับ 9 และ16 ตามลำดับส่วนAUDI มียอดขายเพียง 43  คันครองอันดับที่ 23จากยอดจดทะเบียนของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในตลาดรวม 31 ยี่ห้อ ในขณะที่ยอดขายของ TESLA สามารถทำยอดขายได้เป็นอันดับ ที่ 6 ของตลาด มียอดรวม 4,120 คัน ครองตลาด 6% โดยรถรุ่นย่อยยอดนิยม 3อันดับแรกของ TESLA  คือ 1.Model 3 Rear-Wheel Drive จำนวน 1645 คัน 2.  Model 3 Long Range จำนวน 1,072 คัน 3.Model Y Rear-Wheel Driveจำนวน 394 คัน



แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

CHANGAN NEVO Q05 ทำตลาด 2 รุ่น แบต 51.9 kWh ระยะทางวิ่ง 462 กม. NEDC

28 พฤษภาคม 2569

Ford ชี้แจง RANGER EV ยังไม่มาเร็วๆนี้ ชี้ เทคโนโลยีไฟฟ้าปัจจุบันไม่ตอบโจทย์เท่าดีเซลและ PHEV

27 พฤษภาคม 2569

BYD Dolphin G พลัง Plug-in Hybrid ชิงเปิดตัวก่อนขายยุโรป

26 พฤษภาคม 2569

นี่คือ Ferrari Luce พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก พลัง 1,035 แรงม้า วิ่งได้ 530 กม.พร้อมเสียงคำรามของจริง!

26 พฤษภาคม 2569

MG 4X แบตฯ ใหม่ liquid-solid battery เปิดจองในจีนเริ่ม 14,700 ดอลลาร์สหรัฐ

12 พฤษภาคม 2569

Lexus TZ เอสยูวีไฟฟ้า3 แถว 6 ที่นั่ง 408 แรงม้า แบต 2 ขนาดให้เลือก พร้อมโหมดจำลองเสียง V10 ของ LFA

11 พฤษภาคม 2569

เอ็มจี สรุปยอดจดทะเบียน 4 เดือนแรกโตขึ้น 76% ทะลุ 10,953 คัน

8 พฤษภาคม 2569

HONDA เตรียมระงับแผนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในแคนาดา เหตุความต้องการ EV ในสหรัฐฯ ชะลอตัว

8 พฤษภาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ