Ford Australia ออกมายืนยันว่าเทคโนโลยี EV ในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานระดับเดียวกับรถกระบะดีเซลหรือปลั๊กอินไฮบริดได้ โดยเฉพาะในด้านสมรรถนะการลากจูงและการใช้งานหนัก
ระหว่างงานเปิดตัว Ranger และ Everest รุ่นปี MY2026.5 ผู้บริหารของ Ford เปิดเผยว่า บริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของ Ford Ranger EV อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ถึงจุดที่พร้อมพัฒนาเพื่อจำหน่ายจริง แม้ก่อนหน้านี้จะมีสัญญาณหลายอย่างที่ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่ารถกระบะไฟฟ้ารุ่นนี้ใกล้เปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว F-150 Lightning ในสหรัฐอเมริกา หรือ การจดสิทธิบัตรชื่อ “Ranger Lightning” ในต่างประเทศ รวมถึงการเปิดตัว Ranger Plug-in Hybrid
Mario Brandini ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาแพลตฟอร์ม T6 ‘Global Truck’ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของ Ford Ranger, Everest และ Volkswagen Amarok ระบุว่า Ford เปิดกว้างสำหรับทุกทางเลือกด้านระบบขับเคลื่อน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี EV ยังไม่สามารถมอบขีดความสามารถแบบเดียวกับเครื่องยนต์ดีเซลได้
เขาอธิบายว่า แม้จะสามารถพัฒนา Ranger EV ได้ในทางเทคนิค แต่หากต้องการให้รถสามารถใช้งานหนัก ลากจูง และตอบโจทย์ลูกค้าในระดับเดียวกับ Ranger รุ่นปัจจุบัน “กฎของฟิสิกส์” ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการลากจูงระดับ 3.5 ตัน ซึ่งยังเกินขีดความสามารถของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน Ranger Plug-in Hybrid ที่เปิดตัวในออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้ว ยังคงรักษาความสามารถในการลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม เทียบเท่ารุ่นดีเซล จึงถูกมองว่าเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า
ด้าน Ambrose Henderson ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Ford Australia มองว่าอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ ซึ่งยังไม่พร้อมรองรับการใช้งานรถกระบะไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มใช้งานเชิงพาณิชย์และสายลุยที่ต้องเดินทางไกลหรือใช้งานในพื้นที่ห่างไกล
เขาระบุว่า แม้ยอดขาย EV จะเติบโต แต่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม SUV ขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งไม่ได้ต้องการสมรรถนะหนักหน่วงเหมือนรถกระบะ ขณะที่การใช้งานจริงของลูกค้า Ranger ต้องรองรับทั้งการบรรทุก การลากจูง และการเดินทางระยะไกล ซึ่งเทคโนโลยี EV และโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้เต็มที่
ที่มา: CarExpert