เป้าหมายของ BYD ออสเตรเลียที่จะโค่น Toyota และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ใหม่ที่มียอดขายสูงสุดในออสเตรเลียภายใน 10 ปีนี้ ดูเหมือนจะห่างไกลขึ้นเรื่อยๆ
เป้าหมายในการขึ้นเป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในออสเตรเลียอันดับ 1 ภายในระยะเวลา 10 ปี ถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายปี 2023 โดย EVDirect ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายเดิมของ BYD ในออสเตรเลีย ก่อนจะคืนสิทธิ์ให้กับ BYD สำนักงานใหญ่ในเดือนกรกฎาคม ในการจะก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในออสเตรเลีย BYD จะต้องมียอดส่งมอบรถมากกว่า 200,000 คันต่อปี จากที่ขายได้ราว 20,000 คันเมื่อปีที่แล้ว และต้องโค่นแบรนด์ที่ครองแชมป์ยอดขายสูงสุดติดต่อกันถึง 23 ปี
แม้ว่าการครองอันดับหนึ่งจะยังเป็นเป้าหมายระยะยาว แต่ ซาจิด ฮาซาน หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ BYD ออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์กับสื่อยานยนต์ออสเตรเลียว่า ว่ายอดขายและอันดับเป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวชี้วัดความสำเร็จของแบรนด์ ท่าทีนี้แตกต่างจากถ้อยแถลงของ EVDirect ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย BYD เดิมที่ดูแลแบรนด์จีนนี้มา 3 ปีจนถึงเดือนนี้
ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ BYD ออสเตรเลียอยู่อันดับ 12 ของตารางยอดขาย ตามหลังแบรนด์อย่าง Isuzu, Subaru, Nissan, GWM และ MG ด้วยยอดขาย 15,199 คัน แต่ยังนำหน้าแบรนด์ที่มีชื่อเสียงกว่าอย่าง Volkswagen และ Honda ปัจจุบัน BYD ต้องทำยอดเพิ่มอีก 15,342 คันเพื่อให้ไล่ทันกลุ่ม Top Five ซึ่ง Kia และ Hyundai อยู่ในอันดับสี่และห้าด้วยยอด 32,940 และ 30,541 คันตามลำดับ และเมื่อ เดวิด สมิทเธอร์แมน ขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอในปี 2024 เขาตั้งเป้าที่ไม่หวือหวาเท่าเดิม โดยหวังจะเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าในปีนั้น และอีกครั้งในปี 2025 ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม BYD ไม่สามารถทำตามเป้าหมายของปีที่แล้วได้ โดยมียอดขายในปี 2024 เพิ่มขึ้น 64.5% เป็น 20,458 คัน เนื่องจากการเปิดตัว Shark 6 เกิดในช่วงปลายปี แต่เริ่มส่งมอบจริงในต้นปี 2025 จนถึงตอนนี้ในปีนี้ ยอดขาย BYD เพิ่มขึ้น 94.7% ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม โดยยังมี Atto 2 รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กที่เตรียมเปิดตัวก่อนปี 2026
“สำหรับเป้าหมายของเราในการเป็นแบรนด์ Top 5 นั้น น่าจะอยู่ราว ๆ ปี 2025 และหลังจากนั้นเราจะเติบโตต่อไปจนเกินปี 2026” ลุค ท็อดด์ ซีอีโอของ EVDirect ขณะนั้นกล่าวในปี 2023 หลังจากเปิดให้จอง Shark 6 รถกระบะปลั๊กอิน ท็อดด์ยังเคยกล่าวว่ารุ่นใหม่นี้จะกลายเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในออสเตรเลียจากตัวเลขพรีออเดอร์เบื้องต้น
แม้ Shark 6 จะทำยอดได้ดีเมื่อลูกค้าเริ่มได้รับรถเมื่อต้นปีนี้ แต่การสิ้นสุดของสิทธิประโยชน์ภาษี FBT สำหรับรถปลั๊กอินไฮบริดในเดือนเมษายนส่งผลให้ความต้องการลดลง ในเดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลยอดขายอุตสาหกรรม VFACTS ระบุว่ามี Shark 6 ขายได้ 2,026 คันในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ เพิ่มเป็น 2,810 คันในเดือนมีนาคม แต่ลดลงเหลือ 1,293 และ 1,302 คันในเดือนเมษายนและพฤษภาคมตามลำดับ
FBT (Fringe Benefits Tax) คือภาษีที่นายจ้างต้องจ่ายจากผลประโยชน์ที่มอบให้ลูกจ้างนอกเหนือจากเงินเดือนหรือค่าจ้าง เช่น รถยนต์ส่วนตัว
ตอนนี้เมื่อ BYD เป็นผู้ควบคุมการจัดจำหน่ายเอง แบรนด์เตรียมเปิดตัว Atto 2 รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กช่วงปลายปีนี้ ขณะที่ Sealion 8 เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขนาดใหญ่ยืนยันจะมาถึงต้นปี 2026 BYD ยังจะเปิดตัว Denza แบรนด์พรีเมียมของตนในปลายปีนี้ โดยคาดว่าจะประเดิมด้วย B5 รถเอสยูวีสไตล์ออฟโรด
EVDirect จะยังคงมีบทบาทกับ BYD โดยร่วมกับ Eagers Automotive ก่อตั้ง EV Dealer Group ซึ่งจะดูแลโชว์รูมหลายแห่งในออสเตรเลีย
ที่มา: drive.com.au