TH / EN

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 June 2026

AKIO TOYODA เผย “อนาคตที่มีแต่ BEV” คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

11 June 2026

สื่อออสซี่ชี้ รถยนต์ผลิตในจีนมียอดขายที่ออสเตรเลียกว่า 35% ในเดือนพฤษภาคม แซงรถผลิตในไทย 2 เท่า

11 June 2026

Mitsubishi Eclipse Sportback EV ฝาแฝด Nissan Leaf สำหรับตลาดอเมริกา

10 June 2026

Audi Q7 ใหม่ SUV 7 ที่นั่ง พลัง 591 ม้า สุดหรู

10 June 2026

ข้อมูล MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตไทย แบต 42.8 และ 53.9 kWh เคลมวิ่ง 435-530 กม. NEDC

10 June 2026

TOYOTA รุกตลาดโกคาร์ต เตรียมเปิดตัว GR Kart ตั้งโรงงานผลิตในญี่ปุ่น หวังเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

9 June 2026

TOYOTA จดสิทธิบัตรใหม่ "เกียร์กระปุกสำหรับ EV" ปรับระดับความยากตามทักษะ เข้าเกียร์ไม่ถูก รถดับได้

9 June 2026

ชุดแต่งราคา 4,100 ดอลลาร์ ปรับลุกให้ Toyota Probox หน้าตาบ้านๆ เป็นรถ Land Cruiser 60 Series สุดคลาสสิก

9 June 2026

Suzuki Jimny Allgrip Plus และ Rhino Plus ตัวถัง 3 ประตู เปิดตัวในมาเลเซีย CBU ญี่ปุ่น ราว 1.28-1.4 ลัานบาท

8 June 2026

เจาะลึกตัวแข่ง Isuzu D-MAX จ่าย 1.4 ล้านบาทโมเต็ม 285 แรงม้า จากโรงงานพร้อมแข่ง

8 June 2026

SUBARU มีแผนเปิดรถเกียร์ MT ใหม่ 3 รุ่น มีรถแฮทช์แบ็กราคาประหยัดใช้พื้นฐานเดียวกับ WRX STI ในอนาคต

8 June 2026

No Data Found

Back To Page Car

อดีตผู้บริหาร Honda ชี้ CEO ปัจจุบัน ละเลยตลาดจีน และเดิมพันกับ BEV อย่างผิดทิศทาง

11 June 2026| Number Of Visitors 47

รายงานจาก Reuters เปิดเผยว่า กลุ่มอดีตผู้บริหารระดับสูงของ Honda Motor Co., Ltd. ได้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับปัญหาที่บริษัทกำลังเผชิญ พร้อมชี้เป้าว่า โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ของฮอนด้าเข้าสู่ภาวะวิกฤต

 

ตามข้อมูลที่ Reuters ได้รับจากเอกสารสรุปการหารือและแหล่งข่าวหลายราย กลุ่มอดีตผู้บริหารวิจารณ์ว่า โทชิฮิโระ มิเบะ ละเลยตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดของโลก ขณะเดียวกันยังเดิมพันกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างผิดทิศทาง จนสร้างความเสี่ยงให้ฮอนด้าเผชิญผลขาดทุนประจำปีเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี

 

รายงานระบุว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โนบุฮิโกะ คาวาโมโตะ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้ทรงอิทธิพลของฮอนด้า ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว และเรียกร้องให้โทชิฮิโระ มิเบะ ลาออกจากตำแหน่งโดยตรง

 

อย่างไรก็ตาม โทชิฮิโระ มิเบะยังคงปฏิเสธที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง และยังได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริษัท แม้ว่าจะสูญเสียแรงหนุนจากอดีตผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากก็ตาม

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการบริหารธุรกิจในประเทศจีน โดยกลุ่มอดีตผู้บริหารมองว่าผู้บริหารระดับสูงของฮอนด้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่หรือรับฟังเสียงลูกค้าในตลาดจีนมากพอ

 

ผลลัพธ์คือส่วนแบ่งตลาดของฮอนด้าในจีนลดลงอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 8% ในปี 2020 เหลือต่ำกว่า 3% ในปี 2025 ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่สามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ฮอนด้าประกาศปรับยุทธศาสตร์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยยกเลิกโครงการรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นที่อยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าที่เกี่ยวข้องกับโครงการ EV มูลค่าประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 296,000 ล้านบาท) และอาจเพิ่มขึ้นถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต (ราว 394,000 ล้านบาท)

 

การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการถอยห่างจากเป้าหมายเดิมที่โทชิฮิโระ มิเบะเคยประกาศไว้ว่า ฮอนด้าจะเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2040

 

สถานการณ์นี้ไม่ต่างจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่น ๆ อย่าง Ford Motor Company, General Motors และ Nissan Motor Co., Ltd. ที่ต้องยกเลิกหรือชะลอโครงการ EV หลายรายการ

 

อดีตผู้บริหารจำนวนหนึ่งยังมองว่า โทชิฮิโระ มิเบะละเลยแนวคิด "เก็มบะ" (Genba) ซึ่งเป็นปรัชญาสำคัญของฮอนด้าที่เน้นการลงพื้นที่จริง ทั้งโชว์รูม โรงงาน และตลาด เพื่อเข้าใจปัญหาและความต้องการของลูกค้าโดยตรง

 

พวกเขามองว่าการขาดการลงพื้นที่ โดยเฉพาะในประเทศจีน ทำให้ผู้บริหารไม่สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ทันท่วงที ขณะที่คู่แข่งอย่าง Toyota Motor Corporation และนิสสันเริ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคจีนได้เร็วกว่า

 

แม้จะเผชิญแรงกดดันจากอดีตผู้บริหาร แต่คณะกรรมการสรรหาและกำกับดูแลของฮอนด้ายังคงให้การสนับสนุนโทชิฮิโระ มิเบะโดยเห็นว่าเขายังมีแผนฟื้นฟูธุรกิจยานยนต์ที่ชัดเจน แผนดังกล่าวรวมถึงการลดต้นทุนระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ลง 30% และการปรับโครงสร้างทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมวิศวกรรมที่เคยเป็นจุดแข็งของบริษัท

 

ปัจจุบันธุรกิจรถจักรยานยนต์ของฮอนด้ายังคงสร้างผลกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ธุรกิจรถยนต์กลับเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้าน EV การเปลี่ยนแปลงของตลาดจีน และผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

 

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ฮอนด้ากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์องค์กร และการตัดสินใจของผู้บริหารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดว่าบริษัทจะสามารถกลับมาแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง หรือจะสูญเสียความได้เปรียบให้กับผู้ผลิตรถยนต์ยุคใหม่จากจีนและผู้เล่นรายอื่นในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

 

ที่มา: Reuters


Share this article


Related News/Articles

AKIO TOYODA เผย “อนาคตที่มีแต่ BEV” คือสิ่งที่เขากลัวที่สุด

11 June 2026

สื่อออสซี่ชี้ รถยนต์ผลิตในจีนมียอดขายที่ออสเตรเลียกว่า 35% ในเดือนพฤษภาคม แซงรถผลิตในไทย 2 เท่า

11 June 2026

Audi Q7 ใหม่ SUV 7 ที่นั่ง พลัง 591 ม้า สุดหรู

10 June 2026

TOYOTA รุกตลาดโกคาร์ต เตรียมเปิดตัว GR Kart ตั้งโรงงานผลิตในญี่ปุ่น หวังเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

9 June 2026

ชุดแต่งราคา 4,100 ดอลลาร์ ปรับลุกให้ Toyota Probox หน้าตาบ้านๆ เป็นรถ Land Cruiser 60 Series สุดคลาสสิก

9 June 2026

Suzuki Jimny Allgrip Plus และ Rhino Plus ตัวถัง 3 ประตู เปิดตัวในมาเลเซีย CBU ญี่ปุ่น ราว 1.28-1.4 ลัานบาท

8 June 2026

SUBARU มีแผนเปิดรถเกียร์ MT ใหม่ 3 รุ่น มีรถแฮทช์แบ็กราคาประหยัดใช้พื้นฐานเดียวกับ WRX STI ในอนาคต

8 June 2026

เจาะลึกตัวแข่ง Isuzu D-MAX จ่าย 1.4 ล้านบาทโมเต็ม 285 แรงม้า จากโรงงานพร้อมแข่ง

8 June 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept