Harley-Davidson ยังได้เปิดตัว Street Glide Limited ซึ่งจะเข้ามาเสริมทัพในไลน์อัพ ตระกูล Grand American Touring
- Street Glide Limited Black Trim ราคาเริ่มต้น 2,071,000 บาท
Street Glide Limited รุ่นปี 2026 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight™ VVT 117 แบบ V-Twin ความจุ 1,923 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 107 แรงม้า ที่ 5,020 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที จุดเด่นอยู่ที่การตอบสนองแรงบิดในรอบต่ำที่มาอย่างต่อเนื่อง ผสานระบบวาล์วแปรผัน (VVT) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านอัตราเร่งและความประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งเคลมไว้ที่ 5.9 ลิตร/100 กม. ระบบจ่ายน้ำมันเป็นแบบ ESPFI และส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด พร้อม Final Drive แบบโซ่ อัตราทดเกียร์ถูกไล่มาเพื่อรองรับการใช้งานทางไกลโดยเฉพาะ
ในด้านมิติตัวรถ Street Glide Limited มีความยาว 2,625 มม. กว้าง 1,035 มม. ระยะฐานล้อ 1,625 มม. และความสูงเบาะเพียง 740 มม. ช่วยให้ควบคุมรถขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น น้ำหนักพร้อมขับขี่อยู่ที่ 405 กก. ถังน้ำมันความจุ 22.7 ลิตร รองรับการเดินทางระยะไกลโดยไม่ต้องแวะเติมบ่อย ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 0.143 ลูกบาศก์เมตร รองรับการใช้งานแบบ Touring เต็มรูปแบบ
โครงสร้างช่วงล่างติดตั้งโช้คหน้าแบบ Dual Bending Valve ขนาด 49 มม. และโช้คหลังคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ ทั้งแบบรีโมตและเกลียว เพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกและผู้โดยสาร ระบบเบรกเป็นดิสก์หน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ และดิสก์หลังเดี่ยว เสริมด้วยจานเบรกหน้าแบบลอยตัว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ ล้ออลูมิเนียมจับคู่กับยาง Dunlop™ โดยด้านหน้าใช้ขนาด 130/60B19 และด้านหลัง 180/55B18
ระบบความปลอดภัยมาพร้อมแพ็กเกจ Rider Safety Enhancements ที่ครอบคลุมทั้ง ABS และ Cornering ABS, ระบบลิงก์เบรกอิเล็กทรอนิกส์ (ELB / C-ELB), Traction Control (TCS / C-TCS), ระบบควบคุมแรงบิดขณะลดเกียร์ (DSCS / C-DSCS) รวมถึง Vehicle Hold Control และระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS โดยทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมเสถียรภาพของรถในทุกสภาพการขับขี่ โดยเฉพาะในขณะเข้าโค้งหรือบนพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำ
ด้านเทคโนโลยี Street Glide Limited MY2026 มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ Skyline™ OS แสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการใช้งานแบบสัมผัส ผสานมาตรวัดดิจิทัลไว้ในชุดเดียว ระบบเสียงให้ลำโพง 4 ตัว ติดตั้งทั้งบริเวณแฟริ่งและ Tour-Pak ให้กำลังขับ 50 วัตต์ต่อแชนแนล รองรับ Apple CarPlay ทั้งแบบไร้สายและมีสาย รวมถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth และ USB-C พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง
ตัวรถยังมาพร้อมอุปกรณ์ Touring อย่าง Grand Tour-Pak™ ใหม่ เบาะนั่งและแฮนด์แบบอุ่น และการออกแบบแอโรไดนามิกที่ปรับปรุงใหม่







