IM Motors เปิดตัว LS8 อย่างเป็นทางการในฐานะ SUV ขนาดใหญ่แบบ EREV (Extended-Range EV) ที่มาพร้อมระบบไฟฟ้า 800V เทคโนโลยี steer-by-wire และ brake-by-wire พร้อมระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 430 กิโลเมตร ตัวรถมีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 6 ที่นั่ง และเปิดตัวด้วยทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ในช่วงราคาประมาณ 249,800-299,800 หยวน (ราว 1,178,000-1,414,000 บาท)
- รุ่น 52 Max+ Tech Flagship Big Five-Seater ราคา 249,800 หยวน (ประมาณ 1,178,000 บาท)
- รุ่น 66 Ultra Tech Flagship Big Five-Seater ราคา 279,800 หยวน (ประมาณ 1,320,000 บาท)
- รุ่น 52 Max+ Luxury Big Six-Seater ราคา 269,800 หยวน (ประมาณ 1,273,000 บาท)
- รุ่น 66 Ultra Luxury Big Six-Seater ราคา 299,800 หยวน (ประมาณ 1,414,000 บาท)
LS8 ถือเป็นโมเดลลำดับที่ 6 ของแบรนด์ IM และเป็นสมาชิกตัวที่ 4 ในตระกูล SUV ซีรีส์ LS ต่อจาก LS6, LS7 และ LS9 โดยตำแหน่งทางการตลาดจะอยู่ต่ำกว่า LS9 และใช้ภาษาการออกแบบใกล้เคียงกัน แต่ลดทอนรายละเอียดหรูหราอย่างล้อสไตล์พรีเมียมและชิ้นงานโครเมียมบางส่วนออกไป
ด้านระบบขับเคลื่อน LS8 มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ซึ่งแตกต่างกันที่ขนาดแบตเตอรี่และจำนวนที่นั่ง รุ่น 52 Max+ ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 52 kWh จาก Jiangsu Zenergy ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้ระยะทางไฟฟ้า 355 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) มอเตอร์ไฟฟ้าหลังให้กำลัง 230 กิโลวัตต์ (312 PS) อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. อยู่ที่ 7.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม.
รุ่น 66 Ultra ใช้แบตเตอรี่แบบ ternary NMC ขนาด 66 kWh จากบริษัทร่วมทุน CATL-SAIC จับคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์คู่ โดยมอเตอร์หลัง 230 กิโลวัตต์ (312 PS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์หน้า 160 กิโลวัตต์ (218 PS) รวมกำลังสูงสุด 390 กิโลวัตต์ (530 PS) ให้ระยะทางไฟฟ้า 430 กิโลเมตร (CLTC) เร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ใน 4.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม.
ทุกรุ่นของ LS8 ติดตั้งระบบ “Stellar” Super Extended Range ซึ่งเป็นระบบ EREV ที่ผสานแพลตฟอร์ม 800V เข้ากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 1.5 ลิตร “Zephyr” ทำหน้าที่เป็น range extender โดยเมื่อชาร์จแบตเต็มและเติมน้ำมันเต็มถัง 60 ลิตร จะสามารถวิ่งได้ไกลรวมสูงสุดถึง 1,605 กิโลเมตร
ตัวถังของ LS8 มีขนาดยาว 5,085 มม. กว้าง 2,000 มม. สูง 1,807 มม. และระยะฐานล้อ 3,060 มม. รุ่น 52 Max+ มีน้ำหนักตัวรถ 2,540 กก. ส่วนรุ่น 66 Ultra อยู่ที่ 2,620 กก. ล้อขนาด 20 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสามารถเลือกอัปเกรดเป็น 21 หรือ 22 นิ้วได้
ช่วงล่างใช้โครงสร้าง “Lingxi” digital chassis รุ่นล่าสุด พร้อมปีกนกคู่ด้านหน้าและมัลติลิงก์ด้านหลัง ทุกรุ่นมาพร้อมถุงลมช่วงล่างแบบ single-chamber และระบบควบคุมแรงหน่วงแบบต่อเนื่อง (CDC) ขณะที่รุ่น 66 Ultra สามารถเลือกติดตั้งระบบเลี้ยวสี่ล้อ steer-by-wire ได้ในราคาเพิ่ม ซึ่งรองรับอัตราทดพวงมาลัยแปรผัน (VSR) และทำให้ล้อหลังหมุนได้สูงสุด 24 องศา ลดรัศมีวงเลี้ยวเหลือเพียง 4.85 เมตร นอกจากนี้ทุกรุ่นยังติดตั้งระบบเบรกไฟฟ้า brake-by-wire จาก Continental
ภายในห้องโดยสารออกแบบแบบโอบล้อม ติดตั้งหน้าจอหลัก MiniLED ขนาด 27.1 นิ้ว ความละเอียด 5K และหน้าจอผู้โดยสารขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 3K ใช้ชิป Qualcomm 8295P สำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์ และสามารถเลือกติดตั้งระบบเสียง B&O ที่มีลำโพงมากถึง 25 ตัว
เบาะนั่งแถวหน้าและแถวสองรองรับฟังก์ชันระบายอากาศ ทำความร้อน และนวด ขณะที่ผู้โดยสารแถวสองยังมีตู้แช่ขนาด 12.3 ลิตรที่สามารถทั้งทำความเย็นและแช่แข็งได้ รวมถึงมีม่านไฟฟ้า ระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation และระบบทำความร้อนพื้นห้องโดยสาร
ด้านระบบช่วยขับขี่ IM ร่วมมือกับ Momenta พัฒนา ADAS โดยใช้ LiDAR ความละเอียด 520 เส้น (อุปกรณ์เสริม) ติดตั้งบนหลังคา ทำงานร่วมกับชิป Nvidia Thor พร้อมหน่วยความจำ LPDDR5x ขนาด 64GB โดยบริษัทเคลมว่าสามารถตรวจจับวัตถุได้ไกลถึง 300 เมตร และรองรับระบบนำทางอัตโนมัติแบบไม่พึ่งแผนที่ (NOA) รวมถึงการขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ L2 ในทุกเมืองของจีนสำหรับรุ่นที่ติดตั้ง LiDAR








ที่มา: CarNewsChina