ISUZU ทุ่มเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 240,000 ล้านบาท
เพื่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาเพื่อดำเนินการเรื่องการปฏิรูปทางดิจิทัลเกี่ยวกับความเป็นการทางคาร์บอนและโลจิสติกส์ (CN and logistics DX) ภายในปีงบประมาณ 2573
อีกทั้งการสร้างศูนย์พัฒนาและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ชื่อ "The EARTH Lab" ที่เมืองฟุจิซะวะประเทศญี่ปุ่น ภายในปี 2569
ISUZU เดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาลไทยในการมุ่งสู่สังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality Society) ให้สำเร็จในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608 ตามแผน “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) โดยยึดมั่นในนิยาม “คุณค่าผลิตภัณฑ์” ไว้ 3 ประการ ดังนี้
- ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environmental Friendliness)
- ความเป็นมิตรกับผู้ใช้รถ (User Friendliness)
- ความน่าเชื่อถือและความต่อเนื่องในการดำเนินงาน (Reliable and Continuous Operation)
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก มีการผลิตรถยนต์ต่อปีมากถึง 1.8 - 1.9 ล้านคัน สูงที่สุดในอาเซียน และเป็นอันดับ 10 ของโลก ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ และการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engines : ICE) เกือบทั้งหมด ในปี 2566 มีมูลค่าการส่งออกรวมสูงถึง 9.73 แสนล้านบาท
หลังจากที่เขียนถึงรถพระเอกอย่าง ISUZU D-MAX EV CONCEPT และน้องพระเอก Isuzu D-Max MHEV ไปแล้ว จากที่เราเกริ่นไปว่าภายในงานเปิดตัวนโยบายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนว่า ISUZU ได้นำรถมาจัดแสดงถึง 4 รุ่น คือ
- ISUZU D-MAX EV CONCEPT
- ISUZU D-Max MHEV
- ISUZU Elf EV
- ISUZU Elf FCEV
ซึ่งคราวนี้ก็ถึงคิวของอีก 2 รุ่นที่จะไปเน้นในด้านการใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นหลัก
รถบรรทุกไฟฟ้า “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV) ที่เน้นการใช้งานบรรทุกสินค้าน้ำหนักเบาเป็นหลัก ระยะวิ่งไม่ไกลมาก อาศัยความคล่องตัว เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง
พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Isuzu Modular Architecture and Component Standard : I-MACS” สำหรับรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการออกแบบ “Center Drive System EV” โดยแบตเตอรี่จะถูกวางกลางไว้ตรงแชสซีช่วยเพิ่มความสมดุลและความนุ่มนวลของรถระหว่างขับขี่ ซึ่งเป็นการออกแบบมาเพื่อรถบรรทุกไฟฟ้าโดยเฉพาะ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความสมดุลของการกระจายน้ำหนักรถ ระยะช่วงล้อหลัง และรัศมีวงเลี้ยวที่เหมาะสม โดยใช้แพลตฟอร์มการผลิตเดียวกันกับรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อมีนาคม 2566 เป็นเทคโนโลยีที่สามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว (Battery Swapping System) เพื่อลดระยะเวลาในการจอดชาร์จ ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน โดยแต่ละก้อนจะมีความจุ 20kWh อีกทั้งยังสามารถเลือกใส่แบตเตอรี่ตั้งแต่จำนวน 2 - 5 ก้อน ได้ตามความเหมาะสมของผู้ใช้งาน
รถบรรทุกไฟฟ้าขนาดกลางเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Isuzu Elf FCEV) เหมาะกับการใช้งานบรรทุกหนัก สามารถเติมเชื้อเพลิงได้รวดเร็ว และไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
รถบรรทุกไฟฟ้าขนาดกลางเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Isuzu Elf FCEV) การพัฒนาร่วมกันระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ ภายใต้โครงการ Commercial Japan Partnership Technologies Corporation (CJPT) เพิ่มตัวเลือกรถบรรทุกในตลาด ให้สอดคล้องกับความต้องการก้าวสู่ยุคความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยในญี่ปุ่นได้มีการวิ่งทดสอบตามการใช้งานจริงตามเมือง และประเภทการใช้งานต่างๆ จำนวน 90 คัน เมื่อเดือนมกราคม 2566 ที่โตเกียว ฟุกุชิมะ และฟุกุโอกะ ส่วนประเทศไทยได้มีการวิ่งทดสอบแล้วจำนวน 4 คัน เมื่อเดือนกันยายน ถึงพฤศจิกายน 2566
นอกจากนี้ ISUZU ก็ยังจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนด้วยเช่นกัน ซึ่งมีรายละเอียดโปรเจคคร่าว ๆ ดังนี้
- การลงนามในบันทึกข้อตกลงการเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากับกรมสรรพสามิตเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถไฟฟ้าอีซูซุเพื่อจำหน่ายในประเทศ และเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
- การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาโครงการทดสอบรถยนต์กับพลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ระหว่าง ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ มิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) กับ ปตท. เพื่อทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าอีซูซุ วิ่งใช้งานจริง โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบชาร์จ และ EV อีโคซิสเต็มของ ปตท.
- โครงการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับรถยนต์ดีเซล โดยการทดสอบใช้ HVO น้ำมันไบโอดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่จากน้ำมันพืชใช้แล้ว รวมทั้งร่วมกับมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ศึกษาวิจัยน้ำมัน e-fuel ซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 และสามารถใช้งานใ
- เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยจะเริ่มวิ่งทดสอบการใช้น้ำมัน HVO ภายใต้สภาพการใช้งานจริงร่วมกับบริษัทชั้นนำของประเทศไทยกลางปีนี้เป็นต้นไป
- โครงการ “Isuzu Life Cycle Solutions” ที่ให้การสนับสนุนผู้ใช้รถอีซูซุ ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นส์ ด้านเทคโนโลยี จัดอบรมเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอย่างคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน และลดต้นทุนโดยรวม
- การสร้างจิตสำนึกด้านการประหยัดพลังงาน ด้วยการปรับปรุงสำนักงานเป็นอาคารประหยัดพลังงาน ติดตั้งแผงพลังงานโซลาร์เซลล์ที่โรงงานผลิต และขยายการติดตั้งในโชว์รูมทั่วประเทศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ไปแล้วกว่า 1,000 ตัน และลดอัตราการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 50%
- โครงการปลูกจิตสำนึกพนักงานในองค์กร เช่น โครงการแยกขยะ และโครงการปลูกป่า
- โครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ที่กลุ่มอีซูซุร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 11 ปี โดยการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาปรับใช้ในโครงการ
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)


.jpg)