TOYOTA GAZOO Racing (TGR) เปิดตัว "GRMN Corolla" โดยนิยามว่าเป็นสุดยอดแห่ง GR Corolla ที่ผ่านการพัฒนามาจากสนามแข่งนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี โดยตัวรถถูกอัปเกรดขึ้นจากรุ่น GR Corolla RZ มาตรฐานอย่างเหนือชั้นในทุกมิติ
ตัวรถยังคงใช้งานเครื่องยนต์รหัส G16E-GTS เบนซิน 3 สูบแถวเรียง ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ที่ให้พละกำลังสูงสุดคงไว้ที่ 304 แรงม้า แต่มีการปรับจูนการตอบสนองใหม่จนได้แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 415 นิวตันเมตร โดยทีมพัฒนาเน้นการรีดแรงบิดในย่านความเร็วรอบปานกลางช่วง 3,600 ถึง 4,800 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นช่วงสำคัญในการเติมคันเร่งเพื่อเร่งออกจากโค้งในสนามแข่งขัน จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบอัตราทดชิด (Close-ratio transmission) พร้อมระบบ iMT นอกจากนี้ยังติดตั้งแผงหม้อน้ำเสริม (Sub-radiator) และระบบฉีดละอองน้ำอินเตอร์คูลเลอร์ (Intercooler Spray) เพื่อรักษาเสถียรภาพของกำลังเครื่องยนต์แม้ในสภาวะการเหยียบคันเร่งสุดอย่างต่อเนื่อง
ตัวรถขับเคลื่อนด้วยระบบ 4 ล้ออัจฉริยะ GR-FOUR ที่ได้รับการปรับจูนโปรแกรมควบคุมใหม่โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังขณะวิ่งทางตรง และเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวในช่วงเริ่มหักเลี้ยวด้วยความเร็วสูงมาก ระบบกันสะเทือนเปลี่ยนมาใช้โช้คอัพแบบ Monotube Shock Absorbers โดยด้านหน้าเป็นแบบกลับหัว และด้านหลังเป็นแบบตั้งตรง มาพร้อมสปริงรีบาวด์ภายใน ซึ่งช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะของล้อฝั่งด้านในโค้งและเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าโค้งความเร็วสูง ในส่วนของระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนซอฟต์แวร์ควบคุมใหม่เพื่อให้มีแรงผ่อนแรงที่เหมาะสมแม้ขณะกำลังเข้าโค้งที่ต้องรับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์สูง ล้อฟอร์จสีทองแดงด้าน ปั๊มโลโก้ GR ที่รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 245/40ZR18 ช่วยเพิ่มความหนึบในการเกาะโค้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก
ในด้านของมิติตัวถัง มีความยาว 4,410 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,850 มิลลิเมตร และมีความสูงอยู่ที่ 1,475 มิลลิเมตร ซึ่งเตี้ยลงกว่ารุ่นมาตรฐาน 5 มิลลิเมตร โดยมีระยะฐานล้อเท่าเดิมที่ 2,640 มิลลิเมตร ตัวรถมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 1,450 กิโลกรัม ซึ่งรีดน้ำหนักให้เบาลงถึง 30 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นธรรมดา ถอดเบาะนั่งแถวหลังออกทั้งหมด พร้อมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างด้วยค้ำตัวถัง
ตัวรถยังติดตั้งชิ้นส่วนแอร์โรไดนามิกส์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมช่องดักลม แก้มบังโคลนหน้าคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมช่องระบายลม สปอยเลอร์ด้านข้างกันชนหน้า และปีกสปอยเลอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์ที่มาพร้อมกลไกปรับองศาได้ถึง 5 ระดับ ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ละเอียดทีละ 1 องศา เพื่อหาแรงกดที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยตัวรถจะมาพร้อมสีพิเศษอย่างสีดำเงา Black Gravite ตัดกับตราสัญลักษณ์โตโยต้าแบบรมดำ และ โลโก้ GRMN
ภายในมาพร้อมเบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ที่เป็นแบบ Bucket Seat ผลิตจากวัสดุพลาสติกเสริมใยแก้ว เพื่อลดน้ำหนัก โดยโครงสร้างอ้างอิงจากตำแหน่งท่านั่งของรถแข่งในซีรีส์ Super Taikyu ทำให้รับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ได้อย่างดี แผงคอนโซลหน้าและเสา A คู่หน้า หุ้มด้วยวัสดุกำมะหยี่ ป้องกันการสะท้อนแสง ฝั่งผู้โดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมประทับลายเซ็นของ "Morizo" แผงประตูและหัวเกียร์ที่ตกแต่งด้วยสีแดง Alumite Red และแผ่นบอกหมายเลขตัวถังเฉพาะของรุ่น GRMN
สำหรับแผนการจำหน่ายในอนาคต GRMN Corolla จะผลิตและจำหน่ายในจำนวนจำกัด โดยเน้นไปที่ตลาดญี่ปุ่น, อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย นอกจากนี้ทาง Toyota ยืนยันว่ากำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเวอร์ชัน "MORIZO RR" พละกำลังระดับเดียวกัน แต่จะมาในรูปแบบ 5 ที่นั่ง พร้อมติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ออกมาสมทบในอนาคตอีกด้วย













ที่มา: Toyota Global Newsroom