ฮอนด้าและนิสสันยังคงกลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง แม้จะเพิ่งยกเลิกแผนควบรวมกิจการไปไม่กี่เดือนก่อน คราวนี้ทั้งสองบริษัทเตรียมจับมือพัฒนารถและระบบขับเคลื่อนสำหรับตลาดสหรัฐฯ
อีวาน เอสปิโนซา ซีอีโอคนใหม่ของนิสสัน ยืนยันว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มุ่งไปสู่การควบรวมกิจการ แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่น “เรากำลังคุยกันว่าจะร่วมมือกันในสหรัฐฯ อย่างไร” เขากล่าว โดยบอกว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันและการใช้ระบบขับเคลื่อนร่วมกันเป็นหนึ่งในทางเลือก เขาบอกว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี และทีมงานทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้บริหารระดับสูง กำลังพบกันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เขาย้ำชัดว่า “เราไม่ได้คุยเรื่องควบรวม หรือผูกพันทางทุน”
ตลาดสหรัฐฯ ยังคงแข่งขันสูง โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถญี่ปุ่น แม้อัตราจะลดจาก 27.5% เหลือ 15% ตามข้อตกลงใหม่ แต่ก็ยังสูงกว่าระดับเดิมมาก นิสสันคาดว่าจะสูญเสียกำไรประมาณ 275,000 ล้านเยน ส่วนฮอนด้าจะเสียไปถึง 385,000 ล้านเยน การใช้ทรัพยากรร่วมกันจะช่วยให้ทั้งสองบริษัทแข่งขันได้ดีขึ้น ในช่วงที่ตลาดรถไฟฟ้าล้วนในสหรัฐฯ ชะลอตัว และคู่แข่งจีนอย่าง BYD ขยายตลาดอย่างรวดเร็ว
เอสปิโนซากล่าวว่า “ทั้งฮอนด้าและนิสสันมีโรงงาน เครือข่ายซัพพลาย และทีมวิศวกรในสหรัฐฯ ที่แข็งแรงมาก ทำให้มีหลายทางเลือกสำหรับการทำงานร่วมกัน”
ทั้งสองค่ายเคยลงนามความร่วมมือด้านเทคโนโลยีในปี 2024 แต่การหารือรอบนี้อาจล้ำไปถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือระบบขับเคลื่อนร่วมกันที่ผลิตในสหรัฐฯ แม้ไม่ได้เอ่ยถึงความเป็นไปได้ที่นิสสันจะผลิตรถในโรงงานฮอนด้า แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก
ขณะเดียวกัน นิสสันยังคงเดินหน้าแผน “Re:Nissan” ปรับโครงสร้าง ลดพนักงาน 20,000 คน และลดจำนวนโรงงานทั่วโลกจาก 17 เหลือ 10 แห่งภายในปี 2028 แม้จะขาดทุนกว่า 221.9 พันล้านเยนเมื่อต้นปี
เอสปิโนซายืนยันว่า “โลกเปลี่ยนเร็วมาก เราพร้อมร่วมมือทุกรูปแบบ หากมันสร้างประโยชน์ให้กับนิสสันและผู้ถือหุ้น”
ที่มา: Carscoops