MAZDA 6e ซีดานไฟฟ้าลูกครึ่งจีน-ญี่ปุ่น แต่ปรับปรุงใหม่ในหลายมิติ ทำให้ออกมาเป็นรถ DNA "Feel the drive" หรือ "Zoom-Zoom" (เก่าเชียว) ของ MAZDA เป็นรถที่ขับดีกว่า "ต้นฉบับ" อยู่ปหลายด้าน และยังสามารถจูนช่วงล่างให้เพิ่มความมั่นใจได้ "ใกล้เคียง" กับ Mazda3 แม้ยังไม่เท่า แต่ก็เร้าใจไม่แพ้กัน
Mazda 6e เด่นด้วยรูปทรงภายนอกที่ถูกแต่งหน้าตาใหม่เล็กน้อย ให้เป็น MAZDA อย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีเค้าโครงเดิมที่ชัดอยู่ มองไกล ๆ ถ้าไม่สังเกตุ โลโก้ ล้ออัลลอย หรือ ไฟท้าย อาจสับสนได้ว่า L07 หรือ 6e แต่โดยรวมสวยกว่าและดูสปอร์ตวัยรุ่นขึ้นเยอะ








ฟังก์ชั่นคุ้มค่า
ภายในไม่แตกต่างกันมากนัก และมีดีที่ได้ออปชั่นครบ ๆ ติดมาด้วย และปรับหน้าตาจอกลางให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น (หรือเปล่า) เท่าที่ทำได้ Interface หน้าจอจึงออกมาเป็น ดูง่ายขึ้นอีกนิด และพวงมาลัย คอนโซลกลางออกแบบใหม่ ดูพรีเมี่ยมขึ้น สมกับชื่อชั้นแบรนด์ญี่ปุ่น และความสะดวกสบายแบบ "ไม่กั๊ก" ทั้งเบาะไฟฟ้าคู่หน้าพร้อมเป่าลม ฝั่งคนขับพร้อม Memory Seat, Welcome Seat, ปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน, แผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง, ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าแบบ AR Head-up Display พร้อมระบบนำทางแบบ AR Navigation, เครื่องเสียง Sony พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ Transparent Chassis Mode, ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย, ระบบควบคุมรถผ่านมือถือ Mobile Remote Control, wireless charger และอีกเพียบ


















ความปลอดภัย ADAS นุ่มนวลไว้ใจได้
ความปลอดภัย ADAS ครบปรับระบบใหม่ by Mazda ทำงานได้เนียนนุ่มนวลทุกระบบ เช่น ระบบคุมออกนอกเลนพร้อมดึงกลับที่ทำงานได้สมูทและนุ่มนวลไม่กระชาก ไม่ขืนมือมากนักเวลาจำเป็นต้องเบี่ยงหลบหลุมหรือรถคันอื่น ๆ Adeptive Cruiser Control จะชะลอจะเร่งจะเบรกก็นุ่มสบายไม่เวียนหัว หรือระบบแสดงภาพเมื่อเปิดไฟเลี้ยว และยังมีระบบเปิดกล้อง 360 องศา อัตโนมัติเมื่อขับขึ้นทางชันมาก ๆ เพื่อความปลอดภัย เซ็นเซอร์รอบคัน แต่ระบบเตือนออกนอกเลนระบบเตือนชนด้านหน้าความเร็วต่ำ ถ้าไม่ใช้งานจะต้องปิดใหม่ทุกครั้งเนื่องจากเป็นค่ามาตรฐานยังไม่จดจำค่าล่าสุด








ความสะดวกสบายที่ชอบสุดคือ Frunk ด้านหน้าใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็ก 20 นิ้วสบาย ฝากระโปรงท้ายแบบ Lift-Back เปิดทั้งชิ้นกว้างโปร่งใส่ของง่าย สปอยเลอร์ท้ายยกขึ้นได้ กระจกมองข้างมีระบบไล่ฝ้าและเวลาสภาพอากาศเย็นจะมีระบบเปิดโหมด "ไล่ฝ้า" อัตโนมัติ ระบบต้อนรับเปิดประตูเมื่อเข้าใกล้ และมือจับกางออก แต่ข้อเสียคือ ถ้ายังอ้อยอิ่งไม่รีบเปิด สักพักมันจะเก็บเข้า เมื่อจะเปิดประตูจะต้อง "งัดออก" ก็จะยุ่งยากนิดหน่อยครับ
สมรรถนะ แรง หนึบพอตัว แต่คันเร่งไวเกินไป
สมรรถนะของพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง 258 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร แม้แรงบิดน้อยกว่าใน Deepal L07 แต่ก็ไม่รู้สึกว่าความแรงด้อยลงเท่าไหร่ เพราะยังขับสนุก ตึงเท้า ตอบสนองทันใจทุกช่วงความเร็ว ระบบช่วงล่างที่ปรับใหม่สไตล์ "Zoom-Zoom" ก็มั่นใจไม่เสียชื่อ ให้ความกระชับทั้งเข้าโค้ง เปลี่ยนเลน ใช้ความเร็งสูง เนียนและนิ่งพอตัว แต่ก็ยังมีบางจังหวะที่แอบ นุ่มไปนิด ๆ แม้เวลาขับช้า ๆ จะกระเด้งจากความแข็งหนึบ แต่บางครั้งในช่วงความเร็วสูงยังมี "ท้ายเลื่อย" เล็กน้อย ส่วนเรื่องการทรงตัวทั่วไปนั้น เอาอยู่ที่แปลว่า เอาอยู่จริง ๆ แม้ช่วงฝนตกถนนลื่น กระทืบคันเร่งในช่วงทางโค้งกลับรถ ระบบควบคุมการทรงตัวและระบบป้องกันล็อหมุนฟรี ทำงานได้แม่นยำ แทบไม่มี "ล้อฟรี" และรถไม่มีอาการท้ายส่ายท้ายปัดแต่อย่างใด คุณจะมั่นใจทั้งรถและฝีมือการ "เซ็ตรถใหม่" ของแบรนด์นี่



แม้มาสด้าจะมีการปรับปรุงในหลายจุด ทั้งช่วงล่างที่ปรับแก้จุดยึด ชุดลูกหมากลูกยางต่าง ๆ โช้คอัพ ปรับซอฟท์แวร์ใหม่ แต่สุดท้ายชิ้นส่วนบางอย่างยังต้องใช้ร่วมกับต้นฉบับ จึงยังมีรายละเอียดบางอย่างที่อาจต้องทำการบ้านเพิ่ม เช่น ขับผ่านช่วงรอยต่อถนนคอนกรีตมีอาการ ท้ายกระเด้ง การเข้าโค้งบางครั้งมีท้ายโยนเบา ๆ บ้าง แต่ถ้าขับปกติทั่วไปก็นับว่ามีความอุ่นใจกว่ารถยนต์ไฟฟ้าค่ายจีนหลายรุ่น
คันเร่งมีอาการตอบสนองไว้ถึงไวมาก ช่วงยกและเติมคันเร่ง แม้จะใช้การขยับเท้าเล็กน้อย แต่รอยต่อของการ "ตัดต่อกำลัง" จะมีการกระตุกกระชากเบาหรือแรงแล้วแต่น้ำหนักเท้า ทำให้ต้องเกร็งเท้ามากกว่าปกติ และยิ่งในโหมด Sport จะตั้งค่า Regenerate สูงมาก เปล่าคันเร่งชะลอหัวทิ่งทันที แตถ้าโหมด Narmal จะแทบไม่หน่วงเลย หากใครซื้อไปขับต้องการความนุ่มนวลแนะนำว่าไปที่ Individaul จะสามารถตั้งค่าหน่วงเองตามต้องการได้ ส่วนระบบเบรกเอาอยู่ไม่มีปัญหาครับ นุ่มเท้าและใช้แรงไม่มากนักก็เบรกได้มั่นใจ
วิสัยทัศน์อาจจะมีมุมมองที่ต้องปรับตัวเล็กน้อย เนื่องจากเป้นรถที่มีเบาะต่ำระดับไหล่อยู่ระดับขอบกระจก ทำให้ต้องชะเง้อในการมองรอบคัน หรือปรับเบาะให้ได้ระดับที่ต้องการ เรื่องการปรับเบาะ หากต้องการบันทึกค่าจะต้องจอดเกียร์ "P" เท่านั้น หากขับไปปรับไปจะกดบันทึกไม่ได้ กระจกมองหลังมุมมองแคบและเอียงจากส่วนท้ายที่ลาดเอียงมากมองยากหน่อย กระจกมองข้างมองง่ายชัดเจน และมีระบบแสดงภาพขณะเลี้ยวและภาพรอบคันเมื่อตรวจเจอวัสถุรอบคันในความเร็วต่ำ ๆ แต่ถ้าขับความเร็วสูงขึ้นเรื่อย ๆ และต้องการเปิดดูภาพรอบคันก็สามารถเปิดได้เช่นกัน เหมาะมากในขณะขับขี่ผ่านที่แคบหรือลุยน้ำท่วม


ลุยน้ำได้ไหม?
ช่วงนำรถมีรีวิวนั้นเกิดเหตุการณ์ฝนถล่มเมืองทำให้มีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ และจำเป็นต้องขับผ่านไป Mazda 6e สามารถลุยได้นะครับ ขับผ่านไปช้า ๆ เบา ๆ ไม่มีดับแน่นอน แต่ต้องประเมินระดับน้ำให้ดีด้วยว่า ไม่ควรลุยสูงเกินกว่า "ครึ่งล้อ" จะปลอดภัยกว่า แม้จะลุยไปโดยไม่ดับ แต่อาจเกิดความเสียหากส่วนอื่น ๆ แทนได้ เช่น น้ำซึมเข้าภายในรถ หรือ ความชื่นสะสมในระบบไฟฟ้า, แบตเตอรี่แรงดันสูง เป็นต้น ทางที่ดีหลีกเลี่ยงระดับน้ำสูง ๆ ไว้ก่อนดีกว่าครับ



อัตรากินไฟที่น่าประทับใจ แม้จะตัวเลขไม่สวยหรู แต่เทียบกับตัวรถแลัสมรรถนะเหมาะสมแล้ว จากที่ใช้งานกว่า 200 กม. ในเมืองเป็นหลัก อัตรากินไฟตัวเลขบนมาตรวัดเฉลี่ย 14.5 kWh/100KM จากแบตฯ LFP Lithium-ion ขนาด 232 - 423 V ความจุ 77.9 kWh ถือว่า กลาง ๆ ไม่กินไม่ประหยัดเว่อร์ แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ได้ทั้งสมรรถนะ ใหญ่ลูกใหญ่ที่ตัวเลขวิ่งจริงราว ๆ 450 กม. บวกลบแล้วแต่การขับ ซึ่งตัวเลขมาตรฐานเมื่อไฟเต็ม 100% วิ่งได้ 560 กม. WLTC และ 524 กม. Dynamic รองรับการชาร์จ AC 11 kW และ DC 194 kW นับว่าเกินพอในชีวิตประจำวันเลยครับ



จุดที่แนะนำให้ปรับปรุง
สำหรับสิ่งที่ควรจะปรับเพิ่มเติมนั้นคือ การจดจำค่าล่าสุด มือเปิดประตูที่ควรมีปุ่มสัมผัสเพื่อให้มือจับกางออกอีกครั้ง หลังเป็ดล็อคแต่ยังไม่เข้ารถ และควรมีไว้สำหรับกดล็อคประตู เพื่อความมั่นใจก่อนเดินไปทำธุระ ไม่ควรพึ่งเรื่องแอฟฯ และต้องคอยหยิบรีโมทเพื่อกดล็อครถ อีกสิ่งคือ ปรับระบบความไวของคันเร่งให้ตัดต่อกังนุ่มนวลอีกหน่อย และในอนาคตเป็นไปได้ ย้ายปุ่มสังงานจำเป็นต่าง ๆ ออกมานอกจอเหมือนรภสันดาปของมาสด้าเอง จะทำให้ไม่ต้องปรับตัวเยอะ และใช้งานง่ายขึ้นครับ


สรุปความคุ้มค่า ผมให้ 9/10
Mazda ตัดสินใจนำ 6e มาขายนับว่า "คิดถูกแล้ว" ด้วยชื่อแบรนด์ การปรับปรุงระบบใหม่สไตล์ มาสด้า และราคาเปิดมาตกใจ ทำไมคุ้มแบบนี้ น่าจะตอบตัวเองได้แล้วว่า ถ้าคิดจะซื้อ คุ้มไหม อย่างไร? หากเปิดใจจะใช้รถยนต์ไฟฟ้า และชอบตัวถังซีดาน ขับสบาย เกาะถนน สปอร์ตหรูดูพี่เมี่ยม และบริการหลังขายแบบญี่ปุ่มกำกับเอง แถมด้วยสมรรถนะและออปชั่นขนาดนี้ หาในรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ได้ยากเลยครับ
ไปลองขับ จับและสัมผัสคันจริงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ส่วนคนที่จองแล้วอาจต้องรอหน่อยกำลังเร่งส่งมอบเต็มทีเลยครับ
