MG URBAN ได้ทดลองขับขี่ในสถานการณ์เดินทางไกลกทม. - บางแสน ไปแล้ว แต่ยังไม่เคยลองขับใช้งานในเมืองตามแบบฉบับชีวิตประวัน ว่าใน 1 ชาร์จ ที่เคลมเอาไว้ 530 กม. NEDC วิ่งจริงได้เท่าไหร่ แต่ในการลองขับครั้งอาจไม่ได้ขับจนระดับแบตฯ เกลี้ยงเหลือต่ำกว่า 20 - 30% ผมตั้งใจว่า การใช้งานจริง ๆ แล้ว เราไม่ควรรอให้แบตฯ ใกล้หมด เว้นแต่บางกรณีที่สามารถคำนวนระยะทางการใ้ช้งานและกลับมาชาร์จที่บ้านได้ และอีกเรื่องที่ยากลองคือ พวกระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่าง ๆ และระบบช่วยจอดนี่เวลาเจอสถานการณ์จริง ๆ หาช่องได้เร็วแค่ไหน จะใช้เวลานานไหม จะกดดันแค่ไหน เวลามีรถมาจอดรอ!

ลองใช้ระบบต่าง ๆ ที่น่าสนใจและอาจใช้เป็นประจำให้ลึกขึ้นอีกนิด ใครที่กำลังตัดสินใจซื้อ บางครั้งยังนึกไม่ออกว่าระบบช่วยเหลือต่าง ๆ ที่อยู่ในรุ่นท็อปสุดอย่าง MG URBAN ULTRA (Smooth) คันนี้ใช้จริงเป็นอย่างไร การทำงานสอดคล้องกับสภาพการจราจรในประเทศไทยแค่ไหน มาทดลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่น่าจะใช้งานบ่อยในชีวิตจริงไปพร้อม ๆ กันเลยครับ
ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (Lane Centering Control) และระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลนพร้อมดึงกลับ (LKA / LDP / LDW / ELK)
: 7 / 10
ระบบนี้มีอาการดึงซ้ายดึงขวา ผู้ขับขี่ต้องค่อยประคองหรือว่าต้อง "ขืน" แก้เอียงไปมา เพราะระบบจะพยายายามบังคับทิศทางของพวงมาลัยให้รถอยู่ตรงกลางเลนมากที่สุด แต่ว่ากลับกลายเป็นเกิดอาการ "ส่าย" ไปมาแทน อาจทำให้คนขับหรือคนนั่งมึนหัวได้ ยังดีที่ระบบช่วยดึงกลับอัตโนมัติเมื่อรถออกนอกเลนทำงานได้ค่อยข้างนุ่มนวลสมูท ไม่กระชากแม้ว่าตัวรถจะหักเอียงออกนอกเลนมาก ๆ แต่ระบบกลับค่อย ๆ ดึงเข้าแบบนุ่มนวล สรุปคือ ระบบช่วยประคองให้รถอยู่ในเลนนั้นยังไม่ค่อยเนียน แต่ระบบช่วยกลับนั้นค่อยข้างดีเลยทีเดียวครับ
ระบบเตือนเมื่อมีรถมาขณะถอยหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ และเตือนมุมอับสายตา (BSD / LCA / RCTA / RCTB / DOW / RCW)
: 10 / 10
ระบบนี้ใช้งานได้ดีมาก ๆ ไม่ว่าจะถอยออกจากที่จอดในมุมอับสายตา มุมกลองก็ช่วยให้มองเห็นด้านหลังที่ค่อนข้างกว้างมาก และยังมีเสียงกับสัญลักษณ์เตือนบนจอ ช่วยให้ระวังรถที่มาจากด้านหลังได้ดีและถ้ารถยังเคลื่อนออกไป ก็จะมีระบบช่วยเบรกให้ นับว่าปลอดภัยสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำมาก ๆ อีกระบบหนึ่ง ส่วนระบบเตือนมุมอับด้านข้างใช้ดีอยู่แล้ว และมีระบบเตือนรถด้านข้างขณะจอดเมื่อเปิดประตูก่อนลงจากรถก็ช่วยให้ปลอดภัยเมื่อต้องจอดรถริมถนนได้ดี

ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ พร้อมระบบแจ้งเตือน ALC (Auto Lane Change with Alert)
: 5 / 10
ระบบนี้นับเป็น "ไอเดียที่ดี" ช่วยในการแซงให้ปลอดภัย แต่ในการใช้งานจริงแล้ว ไม่ค่อยสะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ยังใช้ได้ในเฉพาะบางสถานการณ์เท่านั้น เช่น บนทางด่วนหรือถนนวิ่งระหว่างเมือง โล่ง ๆ รถน้อย และรถที่ขับมาด้านหลังในเลนที่จะแซงนั้นจะต้องขับมาช้า ๆ อีกด้วย เพราะระบบนี้ เท่าที่ได้ลองนั้นระบบตรวจจับแค่เลนที่จะแซงนั้น "ว่าง" ไม่มีรถ และห่างออกไป แต่ไม่สามารถตรวจจับความเร็วที่ขับมาได้ละเอียกมากพอ บางครั้งเมื่อแซงขึ้นไปรถที่อยู่ในเลนนั้นใช้ความเร็วมากกว่า อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ระบบนี้ผมว่าคนขับแซงเองดีกว่าครับ

ระบบแสดงภาพด้านข้างขณะเปิดไฟเลี้ยว / กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ
: 10 / 10
อันนี้ดีจริง ! แม้ว่าใช้งานจริงก็ยังมองกระจกข้างเหมือนเดิม แต่ก็ช่วยให้เห็นมุมมองอะไรใหม่ ๆ ที่อาจเป็นมุมอับ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนตอนที่กำลังจะจอดรถข้างทางหรือในที่จอดรถสามารถมองภาพในจอและช่วยให้จอดได้สะดวกปลอดภัยขึ้น และความฉลาดคือ เอานิ้วลากไปมาบนจอได้ตามต้องการ ส่วนกล้องรอบคันคมชัด ยิ่งกลางคืนช่วยให้มองเห็นรอบคันได้ดี
ระบบช่วยเตือนการชน FCW และระบบช่วยเบรก AEB
: 10 / 10
รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มีระบบนี้ และบางครั้งก็ใช้งานได้ไม่ค่อยเหมาะสมกับสภาพการจราจรของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงการจราจรแออัดและในตรอกซอกซอยที่วุ่นวาย ระบบนี้มักจะตรวจจับและเบรกอัตโนมัติ แม้ว่าจะไม่มีสิ่งกีดขวางตรง ๆ ด้านหน้า แค่อยู่ขอบทางหรือใกล้ ๆ ก็เบรก แต่ใน Urban ตั้งแต่ใช้งานมา 4 วัน ยังไม่เจออาการนี้ (หรือการจราจรยังไม่วุ่นวายพอ) นับว่าคลายความกังวลในช่วงการจราจรหนาแน่นและวุ่นวายในซอยแคบ ๆ ได้ดี
ระบบเปิด - ปิดไฟสูงอัตโนมิติ IHC (Intelligent High-beam Control)
: 10 / 10
รถยนต์หลายคันมีระบบนี้ แต่หลายรุ่นก็ใช้จริงไม่ค่อยเวิร์ค แต่ใน Urban ระบบช่วยเปิดไฟสูงทำงานตอบสนองได้ทันใจและไว้ต่อแสงน้อยหรือมาก ได้ดั่งใจ แม้จะมีช่วงมืดแค่ระยะสั้น ๆ ระบบก็เปิดไฟสูงให้และรีบปิดทันทีเมื่อมีแสงไฟหรือรถยนต์ที่สวนทางมา นับว่าใช้งานจริงได้ดีและไว้ใจได้

ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Smart Parking Assist)
: 10 / 10
ระบบช่วยจอดใน Urban มีทั้งหมด 3 รูปแบบกับอีก 1 ฟังก์ชั่นเด็ด คือ ถอยจอดเข้าช่องและสั่งออกจากช่องจอดอัตโนมัติ, จอดแบบขนาดริมถนน, และอีกระบบที่มีในรถราคาเกินล้านคือ จอดแบบอิสระที่สามารถเลือกปรับทิศทางในการจอดได้อย่างอิสระ แม้ในกรณีที่ไม่มีตีเส้นช่องจอด เช่น ลานโล่ง ๆ ก็เลือกจุดต้องการจอดด้วยการเลื่อนช่องบนหน้าจอ โดยขยับหรือหมุนตามต้องการและกรอบแสดงสีน้ำเงิน กดสั่งการได้ทันที และอีกระบบที่มักมีในรถหลักล้านเช่นกันคือ REMOTE PARKING ระบบช่วยจอดสั่งเดินหน้า - ถอยหลังผ่านสมาร์ทโฟน - สามารถบังคับรถแนวเส้นตรงเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุดในการการขึ้น-ลงรถ นับว่าให้ฟังก์ชั่นรถเกินล้านมาแบบครบ ๆ และในการจอดแบบถอยเข้าซองใช้เวลาไม่นานมาก แต่จอดเองได้อยู่แล้วจะเร็วกว่าครับ
(*ระบบ i-SMART PRO สั่งการขยับรถระยะไกล ต้องมีแอปฯ ลงทะเบียนในสมาร์ทโฟน แต่เคยทำให้ดูในกรุ๊ปเทสแล้ว)


ระยะทางไม่ตรงปกขับไป 252 กม. แบตฯ เหลือ 37% ระยะทางวิ่งได้ 166 กม. แต่ชาร์จไว้ดี
MG URBAN มีขนาดแบตฯ 53.9 กิโลวัตต์ - ชั่วโมง เคลมจากโรงงานว่าวิ่งได้ 530 กม. NEDC เราทราบกันดีว่าไม่ถึงแน่ ๆ หลังจากใช้งานจริงขับไป 252 กม. ระดับแบตฯ คงเหลือ 37% ระยะทางคงเหลือ 166 กม. เมื่อใช้งานในเมืองแบบขับขี่ในชีวิตประจำวันพบว่า ระยะทางที่วิ่งได้คิดแบบคร่าว ๆ 418 - 420 กม. หายไป 112 กม. จาก 100% ลงมาถึง 37% ใช้งานในเมืองความเร็วต่ำ ๆ อาจจะขยับขึ้นไปถึง 430 กม. ก็เป็นได้ ซึ่งการชาร์จรองรับ DC FAST CHARGE 88 kW แต่เมื่อลองชาร์จกับหัวจ่ายไฟ DC 120 kW ทั่วไป รับกำลังไฟได้ถึง 68 kW และใช้เวลาไป 17 นาทีนิด ๆ ก็ได้ไฟกลับมา 71% ได้ระยะทางเพิ่มมา 155 กม. เพียงพอที่จะเดินทางต่อไปได้สบาย ๆ

สรุปใช้งานระบบต่าง ๆ ดีหรือไม่อันไหนควรเปิดไว้อันปิดดีกว่า!
หลังจากลองขับในถนนเปิดระบบต่าง ๆ แล้วพบว่า ระบบที่ใช้งานได้จริง ไม่กระทบการขับขี่และช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดีมีดังนี้
- ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถมาขณะถอยหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ ( LCA / RCTA / RCTB / RCW)
- เตือนมุมอับสายตาและเตือนเมื่อมีรถมาขณะลงจากรถ (BSD / DOW)
- ระบบช่วยเตือนการชน FCW และระบบช่วยเบรก AEB
- ระบบเปิด - ปิดไฟสูงอัตโนมิติ IHC (Intelligent High-beam Control)
- ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Smart Parking Assist)
ระบบที่น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ใช้งานจริง (ขึ้นกับสภาพการขับขี่ สภาพแวดล้อมแต่ละคน) ดังนี้
- ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ พร้อมระบบแจ้งเตือน ALC (Auto Lane Change with Alert)
- ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (Lane Centering Control)
- ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลนพร้อมดึงกลับ (LKA / LDP / LDW / ELK)
ความจริงระบบต่าง ๆ หากอยู่ในสถานการณ์หรือสภาพการขับขี่ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก ๆ แต่ผู้ขับขี่ต้องมีสติ และต้องสามารถควบคุมรถได้เองตลอดเวลา ไม่ควรปลอยให้ระบบจัดการเอง และไม่ควรเชื่อมั่นใจในระบบมากเกินไป จนเกิดความประมาท เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ห้ามโทษระบบ! เพราะสุดท้าย คนเป็นผู้กำหนดควบคุมและสั่งงานให้รถยนต์ขับเคลื่อนไปได้

MG Urban Ultra กับราคาพิเศษ 729,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท (ภายใต้มาตการใหม่ EV 3.5 ) พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน ยกเว้นลูกค้าที่จดทะเบียนรถเป็นรถนิติบุคคล และการใช้รถเชิงพาณิชย์ (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ออปชั่นอัดแน่นรับประกันแบต ยาวนานขนาดนี้ คุ้มไหมต้องไปลองขับสัมผัสด้วยตัวคุณเองครับ
บทความ : สินธนุ จำปีศรี