EN / TH

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 กันยายน 2569

Renault Niagara พลัง 1.3 ลิตร เทอร์โบ ขับขี่ได้เหมือนรถ SUV เข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา

15 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

มาเลเซียเข้มกำแพงภาษีบีบรถนำเข้า BYDเร่งประกอบในประเทศ

14 กันยายน 2569

CHERY GROUP ดันพลัง REEV เป็นทางเลือกให้คนไทยในอนาคต

14 กันยายน 2569

GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV เป็น 10 ปี หรือ 220,000 กม. เริ่มต้น 6,500 บาท

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

โปรลับ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแห่งความมั่นใจ “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” พบข้อเสนอพิเศษ ดอก 0% ผ่อนเริ่ม 13,652 บาท/เดือน

11 กันยายน 2569

รถยนต์สัญชาติสเปนตัวถัง Nissan ผลิตในจีนมีรุ่น LPG ด้วย ภายในใหม่หมดดูล้ำกว่า Terra

11 กันยายน 2569

Bronco Basecamp ผลิตจีนส่งขายออสเตรเลียนิวซีแลนด์ พลัง Range-extended

11 กันยายน 2569

Hyundai new STARIA Hybrid ไฮบริดที่รอคอย ภายในใหม่ หรูพรีเมี่ยมอีกระดับ ครั้งแรกกับ Hyundai Bluelink และ e-Motion Drive

9 กันยายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์

มาสด้าโชว์วิสัยทัศน์อนาคต ส่งรถ "VISION X-COUPE" และ "X-COMPACT" อวดโฉมเวทีJMS2025

29 ตุลาคม 2568| จำนวนผู้เข้าชม 1,376

 

 ญี่ปุ่น—29 ตุลาคม 2568—บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (Mazda Motor Corporation) สร้างความฮือฮาในวงการยานยนต์โลก ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบวิสัยทัศน์สองรุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ "MAZDA VISION X-COUPE" และ "MAZDA VISION X-COMPACT" ครั้งแรกในงานแถลงข่าวของโตเกียวมอเตอร์โชว์( Japan Mobility Show 2025)  


 

VISION X-COUPE: ไฮบริดโรตารี่

มาสด้า  VISION X-COUPE ถือเป็นรถครอสโอเวอร์คูเป้ที่ยกระดับภาษาการออกแบบ KODO ของมาสด้าให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น โดย KODO ซึ่งแปลว่า "วิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว" ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2010 เพื่อถ่ายทอดความงามของการเคลื่อนไหวแบบธรรมชาติลงสู่รูปทรงรถยนต์ รุ่นนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ผสานรวมเครื่องยนต์โรตารี่เทอร์โบสองโรเตอร์—เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าที่เคยหายไปจากสายการผลิตมานาน—เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นล่าสุด สร้างพลังสูงสุดถึง 510 แรงม้า โดยสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 160 กิโลเมตร และรวมระยะทางทั้งหมด 800 กิโลเมตรเมื่อใช้เครื่องยนต์ร่วมด้วย ซึ่งเทียบเท่ากับการเดินทางข้ามประเทศโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงบ่อยครั้ง

 

 

 

จุดเด่นที่โดดเด่นและสร้างความประหลาดใจให้กับนักข่าวและผู้เชี่ยวชาญในงาน คือการนำเชื้อเพลิงที่เป็นกลางทางคาร์บอนจากสาหร่ายขนาดเล็ก (microalgae) มาผสานกับเทคโนโลยี Mazda Mobile Carbon Capture ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของมาสด้า ระบบนี้ทำงานโดยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ แล้วนำไปใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในวงจรปิด ช่วยให้ยิ่งขับมากยิ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศได้มากขึ้น คาดว่าสามารถลดคาร์บอนได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับรถไฮบริดทั่วไป นอกจากนี้ ดีไซน์ภายนอกยังใช้แผงโซลาร์เซลล์แบบโปร่งใสที่ฝากระโปรงหน้า เพื่อชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มเติมจากแสงแดด สร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ—ด้วยระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งให้ตอบสนองแบบจินบะอิไต (Jinba Ittai: มนุษย์กับรถเป็นหนึ่งเดียว)—และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมาสด้ามองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการตอบโจทย์กฎระเบียบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลกในปี 2030


 

VISION X-COMPACT: รถอัจฉริยะที่กลายเป็นเพื่อนคู่ใจ

มาสด้า VISION X-COMPACT เป็นรถยนต์ขนาดกะทัดรัดที่มุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และยานพาหนะให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี "แบบจำลองร่างกายและอารมณ์ของมนุษย์" (Human Body and Emotion Model) ที่แปลงประสาทสัมผัสของมนุษย์—เช่น การเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ และการแสดงสีหน้า—ให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ผสานกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของผู้ใช้ ทำให้รถสามารถสนทนาแบบเป็นกันเอง แนะนำเส้นทางที่เหมาะสมกับอารมณ์ เช่น เส้นทางผจญภัยหากผู้ขับรู้สึกตื่นเต้น หรือเส้นทางผ่อนคลายหากเครียด และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ราวกับเป็น "เพื่อนสนิทคู่ใจ" บนท้องถนน

 

 

เทคโนโลยีนี้พัฒนาจากระบบ i-Activsense ของมาสด้าในปัจจุบัน แต่ก้าวกระโดดด้วยการใช้ AI เจเนอเรทีฟที่เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว—ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลบนคลาวด์ส่วนตัวของผู้ใช้เท่านั้น นอกจากนี้ รถยังมีระบบ "Emotional Sync" ที่ปรับแสงภายใน สีแดงและเพลงประกอบตามอารมณ์ เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายหรือกระตุ้นความตื่นเต้น นับเป็นก้าวสำคัญสู่การเดินทางอัจฉริยะที่มาสด้าจินตนาการไว้ โดยเน้นการสร้างสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างคนและรถ ซึ่งในยุคที่รถยนต์ไร้คนขับกำลังมาแรง มาสด้ายังยืนยันว่าการขับขี่ด้วยตัวเองยังคงเป็นหัวใจของความสุข โดยรุ่นนี้เหมาะสำหรับเมืองใหญ่ที่ต้องการรถขนาดเล็กแต่ฉลาด ช่วยลดอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้าของผู้ขับได้ถึง 40% ตามการจำลองของบริษัท


 


 CX-5 ใหม่: วิวัฒนาการ SUV สู่ยุคดิจิทัล

นอกจากรถต้นแบบ ปีนี้มาสด้ายังนำ Mazda CX-5 รุ่นใหม่ (สเปกยุโรป) มาจัดแสดงครั้งแรกในโลกเช่นกัน ซึ่งเป็นการอัพเกรดจากรุ่นยอดนิยมที่มียอดขายสะสมกว่า 4.5 ล้านคันในกว่า 100 ประเทศตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 รถรุ่นนี้มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวางในดีไซน์ Soul of Motion ที่ประณีต ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติญี่ปุ่น เช่น การไหลของน้ำหรือลม สมรรถนะการขับขี่แบบจินบะอิไต (Jinba Ittai: มนุษย์กับรถเป็นหนึ่งเดียว) และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ "Mazda E/E ARCHITECTURE+" ที่มอบประสบการณ์ขับขี่เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยรวมระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เช่น การตรวจจับคนเดินถนนในที่มืดและการจอดอัตโนมัติเต็มระบบ 

CX-5 รุ่นใหม่นี้ยังเพิ่มตัวเลือกเครื่องยนต์ไฮบริด e-Skyactiv-G ที่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้เหมาะสำหรับตลาดยุโรปที่เน้นสิ่งแวดล้อม และคาดว่าจะช่วยยกระดับยอดขายของมาสด้าในเซกเมนต์ SUV ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 30% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การอัพเดตนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ลูกค้าประจำ แต่ยังดึงดูดผู้ซื้อรุ่นใหม่ที่มองหาความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและความสนุกในการขับ

 

 

แผน5 ปี ลงทุน 2ล้านล้านเยน

นายมาซาฮิโระ โมโระ (Masahiro Moro) ประธานและซีอีโอของมาสด้า กล่าวในงานแถลงข่าวว่า "คำกล่าวที่ว่า 'ความสุขในการขับขี่สร้างรอยยิ้มให้กับโลก' คือรากฐานของมาสด้าและเป็นหัวใจสำคัญของความพยายามในอนาคตของเรา ด้วยพันธกิจร่วมกันในการทำให้ทุกคนมีคาร์บอนเป็นศูนย์ เราเชื่อว่า 'ความสุขในการขับขี่' สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนในการพัฒนาอนาคตของสังคมและโลกใบนี้ และเราจะยังคงเติมเต็มความปรารถนาขของผู้ที่ 'รักรถยนต์' และ 'อยากขับขี่ตลอดไป' ต่อไป" คำพูดนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งรวมถึงตัวแทนจากรัฐบาลญี่ปุ่นและพันธมิตรด้านพลังงานหมุนเวียน

 

 

นายโมโระ เน้นย้ำถึงแผนการลงทุน 2 ล้านล้านเยนในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนนิวทรัลและ AI สำหรับยานยนต์ ซึ่งจะช่วยให้มาสด้าแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota และ Tesla ได้อย่างสูสี โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและยุโรปที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV อย่างรวดเร็ว

มาสด้า ยืนยันว่า มาสด้า เดินหน้าพัฒนาความพึงพอใจในการขับขี่ โดยยึดหลักคุณค่าที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เพิ่มความตื่นเต้นให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าทั่วโลก งาน Japan Mobility Show 2025 ยังคงเป็นเวทีสำคัญที่มาสด้าจะนำเสนอวิสัยทัศน์ต่อไป

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 กันยายน 2569

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 กันยายน 2569

Renault Niagara พลัง 1.3 ลิตร เทอร์โบ ขับขี่ได้เหมือนรถ SUV เข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา

15 กันยายน 2569

CHERY GROUP ดันพลัง REEV เป็นทางเลือกให้คนไทยในอนาคต

14 กันยายน 2569

GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV เป็น 10 ปี หรือ 220,000 กม. เริ่มต้น 6,500 บาท

14 กันยายน 2569

โปรลับ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแห่งความมั่นใจ “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” พบข้อเสนอพิเศษ ดอก 0% ผ่อนเริ่ม 13,652 บาท/เดือน

11 กันยายน 2569

รถยนต์สัญชาติสเปนตัวถัง Nissan ผลิตในจีนมีรุ่น LPG ด้วย ภายในใหม่หมดดูล้ำกว่า Terra

11 กันยายน 2569

Bronco Basecamp ผลิตจีนส่งขายออสเตรเลียนิวซีแลนด์ พลัง Range-extended

11 กันยายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ