นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยในเนื้อหาข่าวนี้ ทาง MassAutoCar จะขอนำเสนอเฉพาะตัวเลขของรถกระบะและรถ PPV เป็นอันดับแรก
การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2569 มีทั้งสิ้น 117,383 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 6.12 โดยการผลิตรถกระบะยังคงลดลงตามยอดขายในประเทศที่ยังคงลดลง แต่ผลิตรถกระบะไฟฟ้าได้ 346 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 686.36 เพื่อขายในประเทศและส่งออก รถบรรทุกผลิต 1,550 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 108.05 จากการกลับมาผลิตได้ตามปกติเพราะย้ายโรงงานผลิตเสร็จแล้ว
สำหรับรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 68,326 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 4.40 และตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 524,483 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 0.51 คิดเป็นร้อยละ 62.84 ของยอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก มีจำนวนสะสม 87,107 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 2.56
- รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวนสะสม 327,624 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 3.10
- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มีจำนวนสะสม 2,447 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 1,726.12
- รถกระบะ PPV มีจำนวนสะสม 107,305 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 3.19
ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนกรกฎาคม 2569 ผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 72,679 คัน คิดเป็นร้อยละ 61.95 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 1.92 และตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 521,840 คัน คิดเป็นร้อยละ 62.53 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 4.97
สำหรับ รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 56,479 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 0.36 และตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 411,755 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 5.06 โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก มีจำนวน 42,875 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 10.63
- รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวน 287,270 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 6.12
- รถกระบะ PPV มีจำนวน 81,610 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 2.32
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนกรกฎาคม 2569 ผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 44,704 คัน คิดเป็นร้อยละ 38.05 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 22.42 และตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 312,755 เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 9.27
สำหรับ รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 11,847 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 22.03 และตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 112,728 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 20.65 โดยแบ่งเป็น
-
รถกระบะบรรทุก มีจำนวน 44,232 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 19.69
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวน 42,801 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 32.70
-
รถกระบะ PPV มีจำนวน 25,695 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 6.05
ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกรกฎาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 59,196 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2569 ร้อยละ 0.80 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 20.07
ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 รถยนต์มียอดขายรวม 406,162 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 15.39
สำหรับยอดขายรถกระบะ เดือนกรกฎาคม 2569 แบ่งเป็น
-
รถกระบะ (Pickup 1 Ton) จำนวน 5,084 คัน เท่ากับร้อยละ 8.59 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 16.22
-
รถกระบะ BEV (Pickup 1 Ton) จำนวน 8 คัน เท่ากับร้อยละ 0.01 ของยอดขายทั้งหมด โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 ไม่มีการจำหน่าย
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ จำนวน 5,602 คัน เท่ากับร้อยละ 9.46 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 14.33
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV จำนวน 467 คัน เท่ากับร้อยละ 0.79 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 764.81
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ REEV จำนวน 1 คัน โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 ไม่มีการจำหน่าย
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ HEV จำนวน 4 คัน โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 ไม่มีการจำหน่าย
-
รถ PPV มีจำนวน 3,003 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 21.39
สำหรับยอดขายรถกระบะ เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 แบ่งเป็น
-
รถกระบะ (Pickup 1 Ton) จำนวน 37,369 คัน เท่ากับร้อยละ 9.20 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 17.38
-
รถกระบะ BEV (Pickup 1 Ton) จำนวน 22 คัน เท่ากับร้อยละ 0.01 ของยอดขายทั้งหมด โดยช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ไม่มีการจำหน่าย
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ จำนวน 43,454 คัน เท่ากับร้อยละ 10.70 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 10.38
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV จำนวน 1,351 คัน เท่ากับร้อยละ 0.33 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 219.39
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ REEV จำนวน 18 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 200.00
-
รถกระบะดับเบิลแค็บ HEV จำนวน 219 คัน โดยช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ไม่มีการจำหน่าย
-
ส่วนรถ PPV มีจำนวน 23,864 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 2.73
ยอดส่งออก
เดือนกรกฎาคม 2569 ส่งออกได้ 74,169 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2568 ร้อยละ 2.39 โดยเพิ่มขึ้นเพราะตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนียที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งโดยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 30.25% เติบโตถึง 29.16% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน รองลงมาคือตลาดเอเชียที่มีส่วนแบ่งตลาด 28.92% เพิ่มขึ้น 14.79% ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่มีส่วนแบ่งตลาด 9.74 เพิ่มขึ้น 3.55% ตะวันออกกลางส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 20.40 % ปีทีแล้ว เหลือ 14.56% เพราะส่งออกลดลง 33.56% ตลาดตะวันออกกลางยังคงมีความต้องการตามปกติ แต่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงต้องหาเส้นทางขนส่งอื่นที่ปลอดภัยกว่า ทำให้ส่งออกลดลงมาห้าเดือนแล้ว
-
รถกระบะ 307,380 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 62.06 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 8.90
-
รถกระบะ BEV 517 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.10 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 338.14
-
รถ PPV 77,715 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 15.69 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2568 ร้อยละ 2.11