รายละเอียดสีขาวยังมีให้เห็นไปถึงขอบรอบตราสัญลักษณ์ 5.0-liter และ GT อีกทั้งยังติดตั้งโลโก้ม้าป่าสีขาวล้วน ไว้ตรงกลางกระจังหน้าสีดำเงา สำหรับรุ่นที่มาพร้อม Performance Pack จะได้ช่องรับอากาศด้านหน้าหรือที่เรียกว่า “Nostrils” สีขาว Oxford White ส่วนรุ่นมาตรฐานที่ไม่มี Performance Pack จะใช้เป็นสีเทา Dark Carbonized Gray แทน FX Package ยังมาพร้อม ไฟท้ายสีขาว ซึ่งตัดกับสี Adriatic Blue ได้อย่างโดดเด่นและสะดุดตา โดยไฟท้ายสีขาวก็จะถูกวางจำหน่ายเป็นอะไหล่แยก สำหรับลูกค้า Mustang ที่ต้องการติดตั้งเพิ่ม
ภายในห้องโดยสาร มาพร้อม เบาะหนังเจาะรูดีไซน์พิเศษ ผสมผสานระหว่างสีดำและขาว เลียนแบบลายตาราง (plaid) แบบที่เคยเห็นใน Mustang ยุค80 เบาะลายนี้มีให้เลือกทั้งใน เบาะมาตรฐาน และ เบาะ Recaro สปอร์ต ที่เป็นออปชันเสริม เดินด้ายภายในใช้สี City Silver และ Adriatic Blue ครอบคลุมทั่วห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นที่แผงประตู แผงหน้าปัด เบาะนั่ง หรือพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมี ตรา Mustang GT บนแผงหน้าปัดที่ใช้ฟอนต์เฉพาะของ FX Package อีกทั้งยังมีสีเข็มขัดนิรภัยให้เลือกเพิ่มเติม ได้แก่ International Orange, Prime Blue, และ สีดำแถบแดง ซึ่งจะมีให้เลือกใน Mustang ทุกรุ่น เช่นเดียวกับสีตัวถังใหม่อย่าง Adriatic Blue Metallic และนำสี Orange Fury Metallic Tricoat กลับมา ซึ่งเป็นสีที่มีให้เลือกครั้งสุดท้ายในปี 2019 และเพื่อปิดท้ายความคลาสสิก เจ้าของรถสามารถเปลี่ยนหน้าปัดดิจิทัลให้แสดงผลแบบเดียวกับในรุ่น Fox Body ซึ่งจำลองหน้าปัด Mustang ปี 1987–1993 พร้อมตัวอักษรสีขาวเวลากลางวันที่เรืองแสงเป็นสีเขียวในเวลากลางคืน
FX Package จะมีให้เฉพาะในรุ่น GT Premium ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด









