รายงานข่าวจากสถาบันวิจัยตลาด sneresearch เผยแพร่รายงานเชิงลึก เกี่ยวกับแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและปริมาณการใช้แบตเตอรี่ของจีนในช่วง 7 เดือน 2569 (ม.ค-ก.ค 2569) โดยระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม ปี 2569 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ฟื้นตัวขึ้นเป็น 4.42 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในเดือนกรกฎาคมมียอดเพิ่มขึ้นสูงสุด 9.9%เป็น 758,000 คัน ในทางตรงกันข้ามยอดขายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ในตลาดจีนกลับลดลง 22.9% เหลือ 1.94 ล้านคัน ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจาก การปรับอัตราการยกเว้นภาษีรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) อย่างเต็มรูปแบบ เหลือการลดภาษีให้เพียง 50% ควบคู่ไปกับข้อกำหนดด้านระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับรถยนต์ PHEV ทำให้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความต้องการรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
BYD ยอดลด 30.4%
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้านการแข่งขันอย่างชัดเจนเช่นกัน ยอดขายของ BYD ลดลง 30.4% เหลือ 572,000 คัน ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลงจาก 18.6% เหลือ 12.9% ขณะที่ Geely, Wuling และ Tesla ก็มียอดขายลดลงเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม LeapMotor, NIO และ SAIC มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และ Li Auto ขยายยอดขายจาก 9,000 คันเป็น 149,000 คัน ส่วนแบ่งการตลาดรวม เพิ่มขึ้นจาก 8.6% เป็น 18.7% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของแบรนด์ใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น ทางด้านรถยอดนิยมมีการเปลี่ยนอันดับ เนื่องจากการเปิดตัวรุ่นใหม่ Li Auto Ideal i6 มียอดขาย 136,000 คัน และขึ้นมาอยู่อันดับที่ 3 ขณะที่ Xiaomi YU7 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ด้วยยอดขาย 115,000 คัน LeapMotor A10, NIO ES8 และ MG-4 ก็ติดอันดับท็อป 10 เช่นกัน ในขณะเดียวกัน Hongguang MINI และ Xiaomi SU7 มียอดขายลดลงอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวงจรการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่รวดเร็วขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน
ปลั๊กอินไฮบริดยอดทรุด
นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ที่ ชัดเจนยิ่งขึ้นในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยยอดขายของ BYD ลดลง 55.0% จาก 904,000 คัน เหลือ 407,000 คัน ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลงจาก 35.9% เหลือ 20.9% ค่าย Li Auto ก็มียอดขายลดลงอย่างมากเช่นกัน ในขณะที่ Fangchengbao สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้น 152.7% และ ZEEKR ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาด ส่วนแบ่งการตลาดของรถแบรนด์อื่นๆ"ก็เพิ่มขึ้นจาก 19.0% เป็น 30.9% ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากตลาดที่มีค่าย BYD เป็นศูนย์กลางไปสู่สภาพการกระจายตัวมากขึ้น Fangchengbao Titanium 7 กลายเป็นรถยนต์ PHEV ที่ขายดีที่สุดด้วยยอดขาย 99,000 คัน ในขณะที่รถยนต์หลายรุ่นของ BYD ที่เคยเป็นผู้นำด้านยอดขายกลับมียอดลดลงอย่างมาก
CATL นำโด่งซัพพลายเออร์แบตเตอรี่
แม้ยอดขายรถยนต์รวมๆจะอ่อนตัวลง แต่ความต้องการแบตเตอรี่กลับเพิ่มสูงขึ้นในอัตรา 16.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นปริมาณ 408.4 GWh โดย ค่ายCATL ยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้วยปริมาณ 182.1 GWh และครองส่วนแบ่งการตลาด 44.6% ขณะที่ BYD ลดลง 10.8% เหลือ 73.2 GWh ในขณะที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับกลาง เช่น REPT, LGES, Zenergy, EVE และ CALB ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในช่วงครึ่งปีแรกการขยายตัวของปริมาณการใช้แบตเตอรี่เกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้า ของรถยนต์เชิงพาณิชย์เป็นปัจจัยสำคัญ โดยยอดขายรถบรรทุกไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 17.7% เป็น 465,000 คัน ขณะที่ขนาดแพ็คเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 95 kWh ในปี 2024 เป็น 204 kWh ทำให้รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการใช้แบตเตอรี่รวม 107.9 GWh หรือคิดเป็น 26.4% ของความต้องการแบตเตอรี่ทั้งหมด
โดยรวมแล้วตลาดจีน ในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2026 ไม่ได้ชี้นำจากการเติบโตของตลาดโดยรวมมากนัก แต่ถูกกำหนดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมากกว่า ค่ายรถใหม่ๆ ที่วางจำหน่ายรถรุ่นใหม่ ๆ กำลังได้รับอิทธิพลมากขึ้น และการแข่งขันของตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มีการกระจายตัวมากขึ้น ส่วนตลาดซับพลายแบตเตอรี่ CATLยังความเป็นผู้นำ ทั้งนี้ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ ความแตกต่างของแบรนด์ และความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน
CR:www.sneresearch.com