TH / EN

HONDA ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก กำไรดำเนินงาน 530,700 ล้านเยน ขึ้นสถิติสูงสุดของบริษัท

5 August 2026

Mitsubishi Motors เผยภาพช่วงล่าง All-new Pajero

4 August 2026

NISSAN ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก 2026 ยอดขายทั่วโลก 701,000 คัน กำไรสุทธิพลิกบวก 836 ล้านบาท

3 August 2026

CEO Mercedes-Benz ยอมรับ รถยนต์พึ่งหน้าจอมากเกินไป ยืนยันจะนำปุ่มควบคุมกลับมาใช้มากขึ้น

3 August 2026

FORD RANGER WOLFTRAK 2.0 ลิตร 10 สปีด ตกแต่งพิเศษ ราคา 949,000-1,089,000 บาท

3 August 2026

SUZUKI FRONX รุ่นเริ่มต้น GL ราคาพิเศษ 599,000 บาท จำกัด 200 คัน

3 August 2026

TOYOTA ALPHARD & VELLFIRE MY2026 รุ่นย่อยใหม่ HEV SMART 3,590,000 บาท

3 August 2026

TOYOTA เผย ยอดขาย 6 เดือนแรก 117,333 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.82% นำโดยกลุ่มกระบะ และ Eco Car

31 July 2026

แผ่นดินไหวคิวชูส่งผลกระทบโรงงาน Toyota, Nissan และ Daihatsu ชะลอสายการผลิตชั่วคราว

31 July 2026

Isuzu MU-X 2.2 RS 4x4 ราคา 1.736 ล้านบาท ยังน่าใช้อยู่ไหม?

31 July 2026

HYUNDAI NEIRA Prototype รถ BEV ต้นแบบ 7 ที่นั่ง ระยะวิ่ง 490 กม./ชาร์จ เตรียมผลิตในอินโด

31 July 2026

XIAOMI เปิดตัว SKYNOMAD N70 และ N90 ในจีน ขุมพลัง EREV เริ่มต้นราว 1.3 และ 1.5 ล้านบาท

31 July 2026

No Data Found

Back To Page Car

HONDA ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก กำไรดำเนินงาน 530,700 ล้านเยน ขึ้นสถิติสูงสุดของบริษัท

5 August 2026| Number Of Visitors 69

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda Motor Co., Ltd.) ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 530,700 ล้านเยน (ประมาณ 116,800 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดสำหรับผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัท โดยไม่มีการบันทึกผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 6,061.5 พันล้านเยน (ประมาณ 1.274 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 721.2 พันล้านเยน (ประมาณ 151.6 พันล้านบาท) คิดเป็น +13.5%

 

ธุรกิจรถจักรยานยนต์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยทำสถิติกำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสแรก จากยอดขายที่แข็งแกร่งทั่วโลก โดยเฉพาะในอินเดียและบราซิล

 

ด้านธุรกิจรถยนต์ แม้ว่ายอดขายในจีนยังคงเผชิญแรงกดดัน แต่ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนหลักจากตลาดอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ธุรกิจรถยนต์มีกำไรจากการดำเนินงาน 192,100 ล้านเยน (ประมาณ 42,300 ล้านบาท) คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 5.0%

 

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการรวมของปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2027 Honda ได้ปรับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนใหม่เป็น 155 เยนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากการดำเนินงานขึ้น 150,000 ล้านเยน (ประมาณ 33,000 ล้านบาท) เป็น 650,000 ล้านเยน (ประมาณ 143,000 ล้านบาท)

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ายังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลต่อปริมาณการขาย ต้นทุนวัตถุดิบ และปัจจัยอื่น ๆ ทำให้สมมติฐานด้านความเสี่ยงในส่วนดังกล่าวยังคงไว้เช่นเดิมจากประมาณการครั้งก่อน

 

Honda ได้ปรับประมาณการผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ EV ให้สอดคล้องกับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด ส่งผลให้เมื่อไม่รวมผลขาดทุนจากธุรกิจ EV บริษัทคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Operating Profit) จะอยู่ที่ 1.17 ล้านล้านเยน (ประมาณ 257,400 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 170,000 ล้านเยน (ประมาณ 37,400 ล้านบาท) จากประมาณการเดิม

 

ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 Honda มีเงินสดสุทธิ (Net Cash) อยู่ที่ 3.3 ล้านล้านเยน (ประมาณ 726,000 ล้านบาท) ไม่รวมธุรกิจบริการทางการเงิน

 

 

ธุรกิจรถจักรยานยนต์มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนหลักจากตลาดในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศบราซิล ส่งผลให้ยอดขายรวมอยู่ที่ 5.663 ล้านคัน

 

ขณะที่ธุรกิจรถยนต์มียอดจำหน่ายลดลงเหลือ 786,000 คัน สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ชะลอตัวในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะตลาดจีน

 

ส่วนธุรกิจเครื่องยนต์อเนกประสงค์และผลิตภัณฑ์กำลัง (Power Products) มียอดจำหน่ายลดลงเช่นกัน โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ยอดขายรวมอยู่ที่ 752,000 หน่วย

 

 

ก่อนหน้านี้ Honda ได้ดำเนินมาตรการเรียกคืนรถยนต์ในหลายประเทศจากปัญหาชุดสร้างแรงดันถุงลมนิรภัย โดยบริษัทได้ตั้งสำรองค่าใช้จ่ายด้านการรับประกันสินค้าไว้สำหรับกรณีที่คาดว่าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว และสามารถประเมินมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม Honda ระบุว่า หากในอนาคตมีข้อมูลหรือหลักฐานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกคืนรถยนต์ บริษัทอาจต้องบันทึกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินทั้งมูลค่าและช่วงเวลาที่ความเสียหายดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ Honda ยังเปิดเผยถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังจากตัดสินใจยกเลิกโครงการพัฒนาและแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นที่เดิมเตรียมผลิตในอเมริกาเหนือเมื่อปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 ส่งผลให้บริษัทต้องประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้อง Honda ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับซัพพลายเออร์แต่ละราย ซึ่งผลการเจรจาอาจทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการประเมินผลกระทบและการเจรจายังไม่แล้วเสร็จ บริษัทจึงยังไม่สามารถระบุมูลค่าหรือช่วงเวลาของภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อย่างน่าเชื่อถือ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง

 

ที่มา: Honda Global Newsroom


Share this article


Related News/Articles

Mitsubishi Motors เผยภาพช่วงล่าง All-new Pajero

4 August 2026

NISSAN ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก 2026 ยอดขายทั่วโลก 701,000 คัน กำไรสุทธิพลิกบวก 836 ล้านบาท

3 August 2026

CEO Mercedes-Benz ยอมรับ รถยนต์พึ่งหน้าจอมากเกินไป ยืนยันจะนำปุ่มควบคุมกลับมาใช้มากขึ้น

3 August 2026

FORD RANGER WOLFTRAK 2.0 ลิตร 10 สปีด ตกแต่งพิเศษ ราคา 949,000-1,089,000 บาท

3 August 2026

SUZUKI FRONX รุ่นเริ่มต้น GL ราคาพิเศษ 599,000 บาท จำกัด 200 คัน

3 August 2026

TOYOTA ALPHARD & VELLFIRE MY2026 รุ่นย่อยใหม่ HEV SMART 3,590,000 บาท

3 August 2026

TOYOTA เผย ยอดขาย 6 เดือนแรก 117,333 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.82% นำโดยกลุ่มกระบะ และ Eco Car

31 July 2026

แผ่นดินไหวคิวชูส่งผลกระทบโรงงาน Toyota, Nissan และ Daihatsu ชะลอสายการผลิตชั่วคราว

31 July 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept