TH / EN

ตลาดจีน7เดือนแรก ปลั๊กอินไฮบริดยอดทรุดต่อเนื่อง

17 September 2026

รถยนต์ไฟฟ้า BEV เหมาะกับใคร?

15 September 2026

Mitsubishi Eclipse Cross EV วิ่งได้ 650 กม.!!!

15 September 2026

Renault Niagara ขับขี่ได้เหมือนรถ SUV เข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกา พลัง 1.3 ลิตร เทอร์โบ

15 September 2026

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 September 2026

ภาษีมาเลเซียบีบBYDต้องประกอบรถCKD

14 September 2026

CHERY GROUP ดันพลัง REEV เป็นทางเลือกให้คนไทยในอนาคต

14 September 2026

GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV เป็น 10 ปี หรือ 220,000 กม. เริ่มต้น 6,500 บาท

14 September 2026

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 September 2026

โปรลับ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้าแห่งความมั่นใจ “ซื้อก็สบาย ใช้ก็สบาย” พบข้อเสนอพิเศษ ดอก 0% ผ่อนเริ่ม 13,652 บาท/เดือน

11 September 2026

รถยนต์สัญชาติสเปนตัวถัง Nissan ผลิตในจีนมีรุ่น LPG ด้วย ภายในใหม่หมดดูล้ำ Terra

11 September 2026

Bronco Basecamp ผลิตจีนส่งขายออสเตรเลียนิวซีแลนด์ พลัง Range-extended

11 September 2026

No Data Found

Back To Page EV

MG4 Urban ราคาและสเปคในออสเตรเลีย มอเตอร์เดี่ยว ขับหน้า ทอร์ชั่นบีม ระยะวิ่งสูงสุด 405 กม. WLTP

7 April 2026| Number Of Visitors 1,981

 

MG ได้เผยรายละเอียดฟีเจอร์และสเปกทั้งหมดของรถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ MG 4 EV Urban บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือก 2 เวอร์ชัน ได้แก่ รุ่นแบตเตอรี่ลิเทียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 43 kWh และ 54 kWh แต่ทั้งสองรุ่นมาในเกรดเดียวคือ Essence

 

  • MG 4 EV Urban Essence 43 kWh   ราคาจำหน่าย  31,990  ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 721,000 บาท)
  • MG 4 EV Urban Essence 54 kWh   ราคาจำหน่าย  34,990  ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 789,000 บาท)

 

ต่างจาก MG 4 รุ่นปัจจุบันที่มีทั้งขับเคลื่อนล้อหลังและสี่ล้อ รุ่น MG 4 EV Urban จะมีเฉพาะมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั้น

 

ตัวรถมีขนาดยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,551 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,750 มม. ซึ่งยาวขึ้น 108 มม. กว้างขึ้น 6 มม. และสูงขึ้นสูงสุด 47 มม. เมื่อเทียบกับ MG 4 เดิม พร้อมฐานล้อที่ยาวขึ้น 45 มม.

 

MG 4 EV Urban พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ E3 ของผู้ผลิตจากจีน โดยใช้ช่วงล่างหลังแบบทอร์ชันบีม แทนระบบอิสระแบบมัลติลิงก์ที่ใช้ใน MG 4 รุ่นเดิม

 

ขุมพลัง

รุ่น 43 kWh : ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้พละกำลัง 110 kW (150 PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัวเมตร แบตเตอรี่แบบ LFP ขนาด 43 kWh เลคม 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 9 วินาที

ระยะทางวิ่ง 316 กิโลเมตร WLTP

รุ่น 54 kWh : ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้พละกำลัง 118 kW (160 PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัวเมตร แบตเตอรี่แบบ LFP ขนาด 54 kWh เลคม 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 8.7 วินาที

ระยะทางวิ่ง 405 กิโลเมตร WLTP

 

 

MG 4 EV Urban ยังไม่มีผลการทดสอบความปลอดภัยจาก ANCAP แต่ Euro NCAP ได้ให้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวในปี 2025

โดยมีคะแนนแยกดังนี้

  • การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ 87%
  • การปกป้องผู้โดยสารเด็ก 85%
  • การปกป้องผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง 85%
  • ระบบช่วยเหลือความปลอดภัย 80%

อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน ได้แก่:

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบตรวจจับมุมอับสายตา
  • ระบบตรวจจับการมีเด็กอยู่ในรถ
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ระบบช่วยประคองเลนฉุกเฉิน
  • Intelligent Cruise Assist
  • Intelligent Speed Limit Assist
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง
  • ระบบเตือนเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมา
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, กลาง (far-side) และม่านถุงลม
  • เซ็นเซอร์ถอยหลัง
  • กล้องมองภาพรอบคัน

 

อุปกรณ์มาตรฐาน

ปัจจุบันมีเพียงรุ่นย่อยเดียว (Essence)

อุปกรณ์มาตรฐานของทั้งรุ่น Essence 43 และ Essence 54 ได้แก่:

  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลาย ‘Starburst’ พร้อมยาง 205/50R17
  • ไฟหน้า LED อัตโนมัติ ปรับระดับเองแบบแมนนวล
  • ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พับไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า
  • กระจกหลังแบบ Privacy
  • ระบบ Auto Hold
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ต
  • หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล 7.0 นิ้ว
  • หน้าจออินโฟเทนเมนต์ 12.8 นิ้ว
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto (ทั้งไร้สายและแบบสาย)
  • วิทยุดิจิทัล DAB+
  • ระบบนำทาง (Navigation)
  • ช่อง USB-C หน้า 2 จุด / หลัง 1 จุด
  • ระบบเชื่อมต่อ iSmart (ใช้งานฟรี 12 เดือน)
  • แท่นชาร์จมือถือไร้สาย 15W
  • ระบบเสียง 6 ลำโพง
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะหน้าปรับอุ่น
  • เบาะหลังพับแยก 60:40
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมระบบทำความร้อน
  • พวงมาลัยปรับได้ทั้งสูง-ต่ำ และเข้า-ออก
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนเดียว
  • ช่องแอร์ผู้โดยสารตอนหลัง
  • ไฟ Ambient Light
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบขึ้น-ลงอัตโนมัติทุกบาน

 

สีตัวรถ

ภายในมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ “Dark”

สีภายนอกมาตรฐานคือ York White และมีสีเมทัลลิกให้เลือกเพิ่มเติม ได้แก่:

  • Diamond Red
  • Brixton Blue
  • Stone Green
  • Black Pearl
  • Camden Grey
  • Sterling Silver

 

 
 
 

 

ที่มา: CarExpert
 

Share this article


Related News/Articles

ตลาดจีน7เดือนแรก ปลั๊กอินไฮบริดยอดทรุดต่อเนื่อง

17 September 2026

ภาษีมาเลเซียบีบBYDต้องประกอบรถCKD

14 September 2026

เผยโฉม SUZUKI e SKY รถไฟฟ้า Kei Car แบต 26 kWh ชาร์จ DC 50 kW

25 August 2026

LEPAS เตรียมเปิดตัวรถยนต์ในไทยอีก 2 รุ่น L8 และ L6 SIVP ช่วงปลายปี 2026

24 August 2026

MAXUS eDELIVER รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ เปิดราคา 990,000-1,300,000 บาท

24 August 2026

MAXUS eTERRON9 กระบะไฟฟ้า 100% แบต 102.2 kWh ระยะทาง 430 กม. WLTP เปิดรับจอง 1,690,000 บาท

24 August 2026

BYD SEALION 7 รุ่นย่อยใหม่ AWD Ultimate แบต 91.3 kWh ระยะวิ่ง 600 กม. NEDC สีตัวถังใหม่ แดงและม่วง

24 August 2026

MG IM5 EXCLUSIVE EDITION จำกัด 50 คัน ตัวถังสีม่วง ภายในทูโทน ครีม-เทา ราคา 1,499,900 บาท

21 August 2026

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept