EN / TH

FORD BRONCO FILSON 2027 ตกแต่งเฉพาะรุ่น สีพิเศษ เน้นพรีเมียม ปรับวัสดุและการเก็บเสียงดีขึ้น

4 มิถุนายน 2569

TOYOTA COROLLA CROSS เวอร์ชั่นกระบะ ถูกพบวิ่งพรางตัวทดสอบในประเทศบราซิล

4 มิถุนายน 2569

พัฒนาอุสาหกรรมแล้วต้องมีป่าเพื่อรักษาสมดุลใน “รักษ์โลกกับลามิน่า”

4 มิถุนายน 2569

MG ประกาศแต่งตั้ง รองกรรมการผู้จัดการคนใหม่ “นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์”

4 มิถุนายน 2569

OR จับมือ Big C เปิดสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” ใน Big C กว่า 80 แห่ง เดินหน้าขยายทุกสาขาทั่วประเทศ

4 มิถุนายน 2569

VOLKSWAGEN AMAROK W600 กระบะตัวท็อปรุ่นใหม่ตลาดออสซี่ เน้นทางดำ ช่วงล่าง Koni

3 มิถุนายน 2569

TOYOTA เปิดตัว GRMN COROLLA ปรับจูนเพื่อลงสนาม พาร์ทคาร์บอนรอบคัน ถอดเบาะหลังเสริมค้ำตัวถัง

2 มิถุนายน 2569

HONDA SUPER-ONE เคาะราคาที่ญี่ปุ่น รุ่นย่อยเดียว ราคาราว 692,000 บาท ระยะทางวิ่ง 274 กม. WLTC

2 มิถุนายน 2569

นี่คือรถยนต์ไฟฟ้า Cavira Emerge Long-Range Edition ของ Foxconn บริษัทประกอบ iPhone

2 มิถุนายน 2569

Chery Emta K-car เตรียมลงสนาม Kei Car ในญี่ปุ่น

2 มิถุนายน 2569

MG เตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่ในสเปน แห่งแรกในยุโรป

2 มิถุนายน 2569

SUZUKI LANDY 2026 แฝด Toyota Noah และ Voxy ขุมพลังไฮบริด พร้อมตัวเลือก 8 ที่นั่ง หน้าตาสปอร์ต

2 มิถุนายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า รถยนต์ไฟฟ้า

MG4 Urban ราคาและสเปคในออสเตรเลีย มอเตอร์เดี่ยว ขับหน้า ทอร์ชั่นบีม ระยะวิ่งสูงสุด 405 กม. WLTP

7 เมษายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 716

 

MG ได้เผยรายละเอียดฟีเจอร์และสเปกทั้งหมดของรถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ MG 4 EV Urban บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือก 2 เวอร์ชัน ได้แก่ รุ่นแบตเตอรี่ลิเทียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 43 kWh และ 54 kWh แต่ทั้งสองรุ่นมาในเกรดเดียวคือ Essence

 

  • MG 4 EV Urban Essence 43 kWh   ราคาจำหน่าย  31,990  ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 721,000 บาท)
  • MG 4 EV Urban Essence 54 kWh   ราคาจำหน่าย  34,990  ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 789,000 บาท)

 

ต่างจาก MG 4 รุ่นปัจจุบันที่มีทั้งขับเคลื่อนล้อหลังและสี่ล้อ รุ่น MG 4 EV Urban จะมีเฉพาะมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั้น

 

ตัวรถมีขนาดยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,551 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,750 มม. ซึ่งยาวขึ้น 108 มม. กว้างขึ้น 6 มม. และสูงขึ้นสูงสุด 47 มม. เมื่อเทียบกับ MG 4 เดิม พร้อมฐานล้อที่ยาวขึ้น 45 มม.

 

MG 4 EV Urban พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ E3 ของผู้ผลิตจากจีน โดยใช้ช่วงล่างหลังแบบทอร์ชันบีม แทนระบบอิสระแบบมัลติลิงก์ที่ใช้ใน MG 4 รุ่นเดิม

 

ขุมพลัง

รุ่น 43 kWh : ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้พละกำลัง 110 kW (150 PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัวเมตร แบตเตอรี่แบบ LFP ขนาด 43 kWh เลคม 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 9 วินาที

ระยะทางวิ่ง 316 กิโลเมตร WLTP

รุ่น 54 kWh : ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้พละกำลัง 118 kW (160 PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัวเมตร แบตเตอรี่แบบ LFP ขนาด 54 kWh เลคม 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 8.7 วินาที

ระยะทางวิ่ง 405 กิโลเมตร WLTP

 

 

MG 4 EV Urban ยังไม่มีผลการทดสอบความปลอดภัยจาก ANCAP แต่ Euro NCAP ได้ให้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวในปี 2025

โดยมีคะแนนแยกดังนี้

  • การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ 87%
  • การปกป้องผู้โดยสารเด็ก 85%
  • การปกป้องผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง 85%
  • ระบบช่วยเหลือความปลอดภัย 80%

อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน ได้แก่:

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบตรวจจับมุมอับสายตา
  • ระบบตรวจจับการมีเด็กอยู่ในรถ
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ระบบช่วยประคองเลนฉุกเฉิน
  • Intelligent Cruise Assist
  • Intelligent Speed Limit Assist
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง
  • ระบบเตือนเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมา
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, กลาง (far-side) และม่านถุงลม
  • เซ็นเซอร์ถอยหลัง
  • กล้องมองภาพรอบคัน

 

อุปกรณ์มาตรฐาน

ปัจจุบันมีเพียงรุ่นย่อยเดียว (Essence)

อุปกรณ์มาตรฐานของทั้งรุ่น Essence 43 และ Essence 54 ได้แก่:

  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลาย ‘Starburst’ พร้อมยาง 205/50R17
  • ไฟหน้า LED อัตโนมัติ ปรับระดับเองแบบแมนนวล
  • ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พับไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า
  • กระจกหลังแบบ Privacy
  • ระบบ Auto Hold
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ต
  • หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล 7.0 นิ้ว
  • หน้าจออินโฟเทนเมนต์ 12.8 นิ้ว
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto (ทั้งไร้สายและแบบสาย)
  • วิทยุดิจิทัล DAB+
  • ระบบนำทาง (Navigation)
  • ช่อง USB-C หน้า 2 จุด / หลัง 1 จุด
  • ระบบเชื่อมต่อ iSmart (ใช้งานฟรี 12 เดือน)
  • แท่นชาร์จมือถือไร้สาย 15W
  • ระบบเสียง 6 ลำโพง
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะหน้าปรับอุ่น
  • เบาะหลังพับแยก 60:40
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมระบบทำความร้อน
  • พวงมาลัยปรับได้ทั้งสูง-ต่ำ และเข้า-ออก
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนเดียว
  • ช่องแอร์ผู้โดยสารตอนหลัง
  • ไฟ Ambient Light
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบขึ้น-ลงอัตโนมัติทุกบาน

 

สีตัวรถ

ภายในมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ “Dark”

สีภายนอกมาตรฐานคือ York White และมีสีเมทัลลิกให้เลือกเพิ่มเติม ได้แก่:

  • Diamond Red
  • Brixton Blue
  • Stone Green
  • Black Pearl
  • Camden Grey
  • Sterling Silver

 

 
 
 

 

ที่มา: CarExpert
 

แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

OR จับมือ Big C เปิดสถานีชาร์จ “EV Station PluZ” ใน Big C กว่า 80 แห่ง เดินหน้าขยายทุกสาขาทั่วประเทศ

4 มิถุนายน 2569

HONDA SUPER-ONE เคาะราคาที่ญี่ปุ่น รุ่นย่อยเดียว ราคาราว 692,000 บาท ระยะทางวิ่ง 274 กม. WLTC

2 มิถุนายน 2569

GMC เปิดตัวรถไฟฟ้า Concept Car ใหม่ Hummer X SUV และ Hummer X Pickup

1 มิถุนายน 2569

CHANGAN NEVO Q05 ทำตลาด 2 รุ่น แบต 51.9 kWh ระยะทางวิ่ง 462 กม. NEDC

28 พฤษภาคม 2569

Ford ชี้แจง RANGER EV ยังไม่มาเร็วๆนี้ ชี้ เทคโนโลยีไฟฟ้าปัจจุบันไม่ตอบโจทย์เท่าดีเซลและ PHEV

27 พฤษภาคม 2569

นี่คือ Ferrari Luce พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก พลัง 1,035 แรงม้า วิ่งได้ 530 กม.พร้อมเสียงคำรามของจริง!

26 พฤษภาคม 2569

BYD Dolphin G พลัง Plug-in Hybrid ชิงเปิดตัวก่อนขายยุโรป

26 พฤษภาคม 2569

MG 4X แบตฯ ใหม่ liquid-solid battery เปิดจองในจีนเริ่ม 14,700 ดอลลาร์สหรัฐ

12 พฤษภาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ