MG ได้เผยรายละเอียดฟีเจอร์และสเปกทั้งหมดของรถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ MG 4 EV Urban บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือก 2 เวอร์ชัน ได้แก่ รุ่นแบตเตอรี่ลิเทียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 43 kWh และ 54 kWh แต่ทั้งสองรุ่นมาในเกรดเดียวคือ Essence
- MG 4 EV Urban Essence 43 kWh ราคาจำหน่าย 31,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 721,000 บาท)
- MG 4 EV Urban Essence 54 kWh ราคาจำหน่าย 34,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 789,000 บาท)
ต่างจาก MG 4 รุ่นปัจจุบันที่มีทั้งขับเคลื่อนล้อหลังและสี่ล้อ รุ่น MG 4 EV Urban จะมีเฉพาะมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั้น
ตัวรถมีขนาดยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,551 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,750 มม. ซึ่งยาวขึ้น 108 มม. กว้างขึ้น 6 มม. และสูงขึ้นสูงสุด 47 มม. เมื่อเทียบกับ MG 4 เดิม พร้อมฐานล้อที่ยาวขึ้น 45 มม.
MG 4 EV Urban พัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ E3 ของผู้ผลิตจากจีน โดยใช้ช่วงล่างหลังแบบทอร์ชันบีม แทนระบบอิสระแบบมัลติลิงก์ที่ใช้ใน MG 4 รุ่นเดิม
ขุมพลัง
รุ่น 43 kWh : ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้พละกำลัง 110 kW (150 PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัวเมตร แบตเตอรี่แบบ LFP ขนาด 43 kWh เลคม 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 9 วินาที
ระยะทางวิ่ง 316 กิโลเมตร WLTP
รุ่น 54 kWh : ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้พละกำลัง 118 kW (160 PS) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัวเมตร แบตเตอรี่แบบ LFP ขนาด 54 kWh เลคม 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 8.7 วินาที
ระยะทางวิ่ง 405 กิโลเมตร WLTP
MG 4 EV Urban ยังไม่มีผลการทดสอบความปลอดภัยจาก ANCAP แต่ Euro NCAP ได้ให้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวในปี 2025
โดยมีคะแนนแยกดังนี้
- การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ 87%
- การปกป้องผู้โดยสารเด็ก 85%
- การปกป้องผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง 85%
- ระบบช่วยเหลือความปลอดภัย 80%
อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐาน ได้แก่:
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- ระบบตรวจจับมุมอับสายตา
- ระบบตรวจจับการมีเด็กอยู่ในรถ
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
- ระบบช่วยประคองเลนฉุกเฉิน
- Intelligent Cruise Assist
- Intelligent Speed Limit Assist
- ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง
- ระบบเตือนเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมา
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, กลาง (far-side) และม่านถุงลม
- เซ็นเซอร์ถอยหลัง
- กล้องมองภาพรอบคัน
อุปกรณ์มาตรฐาน
ปัจจุบันมีเพียงรุ่นย่อยเดียว (Essence)
อุปกรณ์มาตรฐานของทั้งรุ่น Essence 43 และ Essence 54 ได้แก่:
- ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลาย ‘Starburst’ พร้อมยาง 205/50R17
- ไฟหน้า LED อัตโนมัติ ปรับระดับเองแบบแมนนวล
- ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พับไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า
- กระจกหลังแบบ Privacy
- ระบบ Auto Hold
- ระบบกุญแจอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ต
- หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล 7.0 นิ้ว
- หน้าจออินโฟเทนเมนต์ 12.8 นิ้ว
- รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto (ทั้งไร้สายและแบบสาย)
- วิทยุดิจิทัล DAB+
- ระบบนำทาง (Navigation)
- ช่อง USB-C หน้า 2 จุด / หลัง 1 จุด
- ระบบเชื่อมต่อ iSmart (ใช้งานฟรี 12 เดือน)
- แท่นชาร์จมือถือไร้สาย 15W
- ระบบเสียง 6 ลำโพง
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะหน้าปรับอุ่น
- เบาะหลังพับแยก 60:40
- พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมระบบทำความร้อน
- พวงมาลัยปรับได้ทั้งสูง-ต่ำ และเข้า-ออก
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนเดียว
- ช่องแอร์ผู้โดยสารตอนหลัง
- ไฟ Ambient Light
- กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบขึ้น-ลงอัตโนมัติทุกบาน
สีตัวรถ
ภายในมีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ “Dark”
สีภายนอกมาตรฐานคือ York White และมีสีเมทัลลิกให้เลือกเพิ่มเติม ได้แก่:
- Diamond Red
- Brixton Blue
- Stone Green
- Black Pearl
- Camden Grey
- Sterling Silver







