TH / EN

Porsche 911 GT3 S/C เปิดรับจองในไทยแล้ว GT3 เปิดประทุน 6 สูบนอน เกียร์กระปุก เริ่มต้น 35.5 ลบ.

18 April 2026

Rolls-Royce Project Nightingale รถไฟฟ้าเปิดประทุนสุดหรู จำกัด 100 คันทั่วโลก ราคาเริ่มต้น 304 ล้านบาท!

17 April 2026

เผยภาพภายใน Mercedes-Benz C-Class EV ซีดานไฟฟ้า จอเบิ้มๆ เปิดตัว 20 เมษายน

17 April 2026

NISSAN เตรียมโชว์ตัว NX8 พร้อมรถคอนเซปต์อีก 2 รุ่น ในงาน Beijing Auto Show 2026

17 April 2026

New MG4 2026 ชิงเปิดตัวก่อนกำหนดในงานแสดงรถยนต์ปักกิ่ง

17 April 2026

All-New LEXUS ES เตรียมเปิดตัวในออสเตรเลีย ทางเลือก 2 ขุมพลัง ไฮบริดและไฟฟ้า

17 April 2026

TOYOTA YARIS CROSS เวอร์ชั่นยุโรป ปรับหน้าใหม่ ขุมพลังไฮบริด

16 April 2026

ISUZU จับมือ TOYOTA พัฒนารถบรรทุกพลังงานไฮโดรเจน พื้นฐานจาก ISUZU ELF EV และระบบ Fuel Cell จาก TOYOTA

16 April 2026

ALL NEW SUBARU CROSSTREK ราคานำเข้า 2.35 ลบ. ได้สายเลือดญี่ปุ่นมีของดีซ่อนไว้เสมอ!

16 April 2026

NISSAN แถลงวิสัยทัศน์ เผยโฉม X-Trail และ Juke ใหม่ คอนเฟิร์ม Xterra และ Skyline กลับมาแน่นอน!

14 April 2026

สื่อญี่ปุ่นรายงาน NISSAN กำลังวางแผนเปลี่ยนการส่ง Patrol จากปลายทางตะวันออกกลาง ไปสหรัฐแทน

10 April 2026

ยืนยัน Wuling Eksion SUV 7 ที่นั่ง เตรียมเปิดตัวในไทยปลายปีนี้

10 April 2026

No Data Found

Back To Page ข่าวประชาสัมพันธ์

Michelin การปฏิรูปโรงงานเนื่องจากการใช้งานผู้ขับขี่เปลี่ยนไปอย่างมาก ใส่การใส่ใจล้อยางที่มีผลต่อรถยนต์

31 May 2023| Number Of Visitors 1,392

 

Michelin ได้จัดกิจกรรมวันสื่อมวลชนสากล (International Media Day) ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ โรงงานอุตสาหกรรมในเมืองกูนีโอ (Cuneo) ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยางรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก เพื่อเผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ 2 ด้านหลักของกลุ่มมิชลิน ได้แก่

-พัฒนาการของตลาดยางล้อ ท่ามกลางบริบทความต้องการใหม่ ๆ ของผู้ขับขี่และผู้ผลิต ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

-การปฏิรูปโรงงานมิชลิน ท่ามกลางความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งด้านมนุษย์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

ในโอกาสนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่จะผลิตยางโดยใช้วัสดุที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2593

 

 

 

 

ตลาดยางล้อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วง 2-3 ปีมานี้ ตลาดยานยนต์ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงลึก โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ความต้องการและรูปแบบการใช้ยานยนต์ของผู้บริโภคทุกที่ทั่วโลกเปลี่ยนไปอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากคุณสมบัติของยานยนต์ที่มีน้ำหนักมากขึ้น ปรับแต่งได้ตามต้องการมากขึ้น ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น ตลอดจนการเกิดขึ้นของธุรกิจแบ่งปันรถใช้ (Car Sharing) และ พัฒนาการของธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ (Leasing) ยิ่งกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

 

 

1. การเพิ่มขนาดยางล้อ เพื่อรองรับยานยนต์ที่มีน้ำหนักมากขึ้น แนวโน้มนี้ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ท่ามกลางความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและ การขาดแคลนทรัพยากร แต่มิชลินตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัวด้วยเทคโนโลยี ยกตัวอย่างเช่น การลดแรงต้านทานการหมุนของยางล้อซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 3.4 พันล้านลิตร ตลอดอายุการใช้งานยางล้อในปี 2564 แต่ยังส่งผลต่อเนื่องโดยช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 8.7 ล้านเมตริกตันเมื่อเทียบกับปี 2553 ทั้งนี้ มิชลินมุ่งมั่นที่จะทุ่มเทความพยายามอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2573 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ดีขึ้นอีก 10%

 

2. ยางสำหรับทุกฤดูกาล ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังในยุโรป ยางสำหรับทุกฤดูกาล ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้รับความนิยมในยุโรป แต่ กลับประสบความสำเร็จ และ มียอดขายสูงขึ้นถึงสามเท่า ยางประเภทนี้ไม่เพียงใช้งานง่าย แต่ยังให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าซึ่งมิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งนี้ กลุ่มมิชลินคาดว่าตลอดระยะ 5 ปีข้างหน้า ตลาดยางประเภทนี้ในยุโรปจะเติบโตมากกว่า 11%

 

ปัจจัยส่งเสริมความสำเร็จดังกล่าว ได้แก่

- การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและการที่หิมะตกโดยไม่คาดคิด

- การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ ของยุโรป

- ข้อได้เปรียบสำหรับผู้บริโภคเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมียางล้อ 2 ชุด

- พัฒนาการของธุรกิจเดินรถขนส่งและธุรกิจสินเชื่อยานยนต์

 

3. ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้รับความนิยมสูง การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าทำให้ยางล้อมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากยานยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะและข้อจำกัดเฉพาะตัว จึงมีความต้องการใช้ยางล้อที่มีคุณสมบัติสูงกว่ายางสำหรับใช้งานกับยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน

 

เพื่อสมรรถนะที่ดี ยางสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

- อายุใช้งานที่ยาวนาน เนื่องจากยานยนต์ไฟฟ้ามีแรงบิดสูงกว่าปกติเมื่อเร่งเครื่องและผ่อนคันเร่ง

- แรงต้านทานการหมุนของยางล้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับระบบอัตโนมัติของยานยนต์ไฟฟ้า

- การรับน้ำหนักบรรทุก ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานเนื่องจากต้องรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่รถด้วย

- การลดเสียงรบกวน ทั้งนี้ 70% ของระดับเสียงรบกวนที่เกิดจากยานยนต์ไฟฟ้ามาจากการขับขี่ไม่ใช่จากเครื่องยนต์

 

 

 

 

ในกิจกรรมวันสื่อมวลชนนานาชาติครั้งแรกนี้ มิชลินยังได้เผยถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ ณ โรงงานของกลุ่มมิชลิน โดยตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มมิชลินได้ดำเนิน “การปฏิรูป 3 ด้าน” (Triple Revolution) ในโรงงานผลิต ได้แก่

- การปฏิรูปเชิงมนุษย์ (Human Revolution) ผ่านการตั้งคำถามเชิงลึกในเรื่องเป้าหมายการจัดโครงสร้างองค์กร และพันธกิจ

- การปฏิรูปทางเทคโนโลยี (Technological Revolution) ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีด้านข้อมูลมาใช้ในวงกว้าง

- การปฏิรูปทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Revolution) บนฐานความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนดำเนินไปด้วยกันได้อย่างสมดุล

 

 

 

 

Michlin ดำเนินกิจการโรงงานมากกว่า 85 แห่ง*ทั่วโลก โดยผลิตยางได้ราว 200 ล้านเส้น ต่อปี ด้วยจำนวนพนักงานรวมทั้งสิ้นราว 81,000 คนโรงงานเชิงมนุษย์ (Human Factories): ภายใต้โมเดลภาวะผู้นำ ซึ่งปัจจุบันส่งผลเชิงบวกให้เห็นอย่างชัดเจน โดยมิชลินได้นำนวัตกรรมการจัดการที่มีความแปลกใหม่นี้มาพัฒนาใช้ในโรงงานเป็นเวลา 15 ปีแล้ว เพื่อปรับปรุงการทำงานของทีมงานฝ่ายผลิตให้ดีขึ้น ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกนี้ช่วยส่งเสริมให้โรงงานของมิชลินมีผลประกอบการทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทั้งยังทำให้การประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรมเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น อีกทั้งกลุ่มมิชลินยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาคุณภาพการพูดคุยทางสังคม (Social Dialog) โดยเฉพาะที่ผ่านความร่วมมือกับพนักงานและองค์กรสหภาพแรงงาน ซึ่งจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและจริงจังตลอดระยะ 10 ปีข้างหน้า

 

โรงงานเชิงเทคโนโลยี Michlin ปฏิรูประบบอุตสาหกรรมขององค์กรด้วยการปรับกระบวนการทำงานให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลและการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาใช้งาน ตลอดระยะ 5 ปีที่ผ่านมาได้มีการจัดเก็บข้อมูลสำหรับนำกลับมาใช้ภายใต้สภาพแวดล้อมในการทำงานแบบประสานความร่วมมือกัน เทคโนโลยีโรงงานอัจฉริยะ หรือ Factory 4.0 ซึ่งผสานการทำงานของหุ่นยนต์เข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้การปฏิรูปดำเนินไปได้เร็วขึ้นถึงสิบเท่า โดยเฉพาะเรื่องการเพิ่มคุณภาพการผลิต และ ความยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณสมบัติของพนักงาน นวัตกรรมเหล่านี้เป็นปัจจัยส่งเสริมให้มิชลินบรรลุผลกำไรรายปีที่มีมูลค่าราว 60 ล้านยูโร

 

 

 

 

โรงงานเชิงนิเวศ ระหว่างปี 2548-2562 มิชลินลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโรงงานผลิตลงได้แล้วราวกึ่งหนึ่ง แต่เป้าหมายที่กลุ่มมิชลินตั้งไว้สูงกว่านั้นมาก ซึ่งก็คือการบรรลุปริมาณการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยมีเป้าหมายระยะกลางอยู่ที่การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 50% ในช่วงปี 2553-2573 การรับมือกับความท้าทายดังกล่าวจะบรรลุผลได้ก็ต่อเมื่อกลุ่มมิชลินเร่งสร้างการรับรู้และการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Energy) ทั้งนี้ มิชลินไม่ได้ต้องการเพียงลดผลกระทบของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น แต่กลุ่มมิชลินยังมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการใช้น้ำลงให้ได้มากกว่า 30% ภายในปี 2573 อีกด้วย

 

เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มิชลินรุกสู่ความก้าวหน้าอีกขั้นด้วยการเปิดตัวยางรถยนต์และยางรถโดยสาร 2 รุ่น ซึ่งผลิตจากวัสดุที่ยั่งยืนในสัดส่วนสูงถึง 45% และ 58% ตามลำดับ ความก้าวหน้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมิชลินที่จะบรรลุเป้าหมายในการผลิตยางล้อโดยใช้วัสดุที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2593 โดยยางทั้งสองรุ่นนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตปี 2568 สำหรับการผลิตสินค้าครั้งละมาก ๆ มาใช้ ความก้าวหน้าเหล่านี้ซึ่งเกิดขึ้นจากความเชี่ยวชาญของมิชลินในด้านวัสดุ การวิจัยและพัฒนา และการร่วมพันธมิตรกับธุรกิจสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรม จะเป็นประโยชน์ต่อผลิตภัณฑ์ทุกประเภทของกลุ่มมิชลิน ทั้งนี้ การนำวัสดุที่ยั่งยืนมาใช้ในการพัฒนายางล้อเป็นพันธกิจหนึ่งที่กลุ่มมิชลินให้ความสำคัญภายใต้บริบทของการดำรงไว้ซึ่งสมรรถนะที่เหนือกว่าและการใส่ใจไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในทุกขั้นตอนของวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และ การนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่หรือรีไซเคิล

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Share this article


Related News/Articles

เมโทร กรุ๊ป คว้าสิทธิ์ขาย HONGQI อย่างเป็นทางการในไทย เตรียมรุกตลาดรถหรูกลางปีนี้

13 February 2026

Mercedes-Benz ประเทศไทย เผยกลยุทธ์ปี 2569 เตรียมเปิดตัว All-new Electric CLA ในงาน Motor Show 2026

2 February 2026

BYD Thailand Completes Vehicle Compensation Production Under EV 3.0 Scheme

19 January 2026

Honda Motor Announces New H Mark Logo, to Debut on Next-Generation EV and Hybrid Lineups

13 January 2026

PTG ส่งเสริมโครงการ “ปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง" พร้อมสานต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน"

23 December 2025

PTG มอบน้ำมันเชื้อเพลิง 3 หมื่นลิตรให้กองทัพภาคที่ 4 หนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

1 December 2025

ISUZU ขนทัพรถยนต์จัดแสดงในงาน Motor Expo 2025 พร้อมมอบ Campaign พิเศษสำหรับลูกค้า

1 December 2025

HONDA โชว์ตัว STEPWGN และ CR-V ใหม่ พร้อมโปร OH! MY GOOOOOD PLUS+ ในงาน Motor Expo 2025

1 December 2025

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ Privacy Policy

Accept