EN / TH

Ford Ranger รุ่นปี 2027 จะใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ V6 จากรุ่น Raptor

24 ตุลาคม 2569

เริ่มแล้ว! Honda ร่วมกับ Mitsubishi ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งแรก พัฒนากระบะใหม่บนพื้นฐานมิตซูบิชิ

23 ตุลาคม 2569

ISUZU ขุมพลังใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo "แรง…หยุดโลก" ปรับปรุงหลายส่วนแรงขึ้นประหยัดขึ้น

22 ตุลาคม 2569

Firefly Showroom stand alone แห่งแรกของโลกที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมรุ่นย่อยใหม่ Comfort+ แรงขึ้น ฝาท้ายไฟฟ้า 799,000 บาท

22 ตุลาคม 2569

Toyota ผนึกกำลัง SCGC และ บางจากฯ สานต่อโครงการ “Mobility Upcycling รถเปลี่ยนโลก ปีที่ 2” ขับเคลื่อนการจัดการขยะรีไซเคิล และพลังงานสะอาด สู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

22 ตุลาคม 2569

LUXEED เปิดเกมรุก เรือธง LLounge และ Stormax รถยนต์ Intelligent Luxury นวัตกรรมอัจฉริยะ

22 ตุลาคม 2569

The new 2026 IONIQ 5 N Line แรง ล้ำ วิ่งไกล ชาร์จไว โค้งสุดท้าย ดาวน์ 0% สำหรับ 13 กลุ่มอาชีพ ถึง 31 ตุลาคมนี้

22 ตุลาคม 2569

เปิดราคา ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE ขุมพลังใหม่ Biturbo แรง…หยุดโลก

22 ตุลาคม 2569

ยังไม่เคาะ! รอเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ 3 Tiers สูงสุด 30% คาดเริ่ม 1 ม.ค. 70

20 ตุลาคม 2569

เปิดตัวแบรนด์ SMART รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม Mercedes-Benz Design ภายใต้กลุ่มธนบุรี รุ่นเริ่มต้น 1, บาท

20 ตุลาคม 2569

PT Maxnitron Racing Series 2026 ปิดเมืองแข่ง ขับเคี้ยวสุดมันทั้งรุ่นเล็กใหญ่ พร้อมกิจกรรมมากมาย จ. สงขลา 16 - 18 ต.ค. 2569

16 ตุลาคม 2569

Tesla Roadster เปิดตัวแบบลอยฟ้าบินได้ใช้เทคโนโลยี SpaceX 0-96 กม./ชม.ใน 0.8 S.

16 ตุลาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

พัฒนาอุสาหกรรมแล้วต้องมีป่าเพื่อรักษาสมดุลใน “รักษ์โลกกับลามิน่า”

4 มิถุนายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 930

โลกที่พัฒนาในฝั่งอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตไม่หยุด สร้างงาน สร้างรายได้ แต่ก็สร้างมลพิษให้แก่โลกเช่นกัน โครงการหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อาจดูไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่ ในฐานะสื่อมวลชนสายยานยนต์ เราเห็นถึงจุดเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่นี้ ในการร่วมกิจกรรมในโครงการ “รักษ์โลกกับลามิน่า” ปลูกป่าเพื่อการวิจัย และเป็นกิจกรรมดี ๆ ของหนึ่งในผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใส่ใจธรรมชาติต่อเนื่องยาวนานกว่า 18 ปี โครงการ 1 – 13 รักษ์โลกกับลามิน่า คืนผืนป่าให้ประเทศไทยไปแล้วกว่า 580 ไร่ นับเป็นต้นไม้กว่า 113,000 ต้น!!!!   

 

 

 

 “ลามิน่า” เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมตอบแทนแผ่นดินเกิด ลดโลกร้อนด้วยการติดฟิล์มให้โลก ภายใต้โครงการ “รักษ์โลกกับลามิน่า” ครั้งที่ 13 แปลงปลูกป่าเพื่อการวิจัยและเรียนรู้ด้านวนวัฒนวิทยา จำนวน 30 ไร่ พร้อมงบประมาณดูแลอีก 2 ปี รวมคืนผืนป่าให้ประเทศไทยแล้วกว่า 580 ไร่ จำนวนต้นไม้กว่า 113,000 ต้น

 

 

 

 

 บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกันสะเก็ดหินและฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” ผลิตโดยบริษัท อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากสวีเดน รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย www.laminafilms.com นำทีมปลูกกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า 30 ไร่ มุ่งเน้นการศึกษาการเติบโต การปรับตัว และความสัมพันธ์ของไม้ป่าหลากหลายชนิดในรูปแบบ “การปลูกไม้ผสม” ภายใต้ร่มเงาไม้พื้นเมืองดั้งเดิม เพื่อจำลองระบบนิเวศใกล้เคียงธรรมชาติและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) (หน่วยย่อย) ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

 

โดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ประธานโครงการ รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมป่าไม้ นำทีมโดย นายดุริยะ สถาพร นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยการจัดการป่าไม้ ชมรมรถขับเคลื่อนสี่ล้อกลุ่มกระทิงโทน คณะผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่ายและผู้ใช้ฟิล์มกรองแสงลามิน่า  สื่อมวลชน ชุมชนโดยรอบ โรงเรียนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายกำธร สุวรรณเวช ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ผู้แทนอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ดร.ก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา)  นายภาสกร นาชัยเวียง ผู้อำนวยการส่วนวนวัฒนวิจัย กรมป่าไม้ และ นายสันติ แสนอาจ ประธานที่ปรึกษากลุ่มกระทิงโทน

 

กล้าไม้ 3,000 ต้น ใน 30 ไร่

โครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาเกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพป่าและสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการรักษาสภาพทางนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม การออกแบบแปลงวิจัยกำหนดให้ปลูกไม้จำนวน 15 ชนิด โดยจัดเป็นคู่ชนิดไม้ที่มีลักษณะทางนิเวศและศักยภาพการเติบโตแตกต่างกัน ได้แก่ มะค่าโมง ร่วมกับ ประดู่ป่า, พะยูง ร่วมกับ ชิงชัน, พะยอม ร่วมกับ เคี่ยมคะนอง, รัง ร่วมกับ ยางแดง, ตะเคียนหิน ร่วมกับ ตะเคียนทอง, มะริด ร่วมกับ ยางนา ด้วยกล้าไม้จำนวน 3,000 ต้น ในพื้นที่ 30 ไร่ ใช้ระยะปลูก 4 x 4 เมตร ทั้งยังปลูกไม้โตเร็วและไม้แนวกันชนรอบแปลงเพื่อปรับสภาพแวดล้อม ลดแรงลม เพิ่มอินทรียวัตถุ และช่วยสร้างร่มเงาในระยะเริ่มต้นของการปลูก ซึ่งการปลูกป่าในโครงการรักษ์โลกกับลามิน่ามีอัตราการรอดและเติบโตสูงถึง 95% ให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัย แหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าไม้ และต้นแบบการเพิ่มพื้นที่สีเขียว อันนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

นับตั้งแต่โครงการแรกในปี พ.ศ.2551 จนถึงโครงการล่าสุดในปีนี้ “รักษ์โลกกับลามิน่า” ได้คืนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ให้ประเทศไทยไปแล้วกว่า 580 ไร่ นับเป็นต้นไม้กว่า 113,000 ต้น แม้จะมีช่วงหยุดโครงการไปหลังจบโครงการที่ 12 พ.ศ.2562 ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่สามารถจัดกิจกรรมที่รวมคนจำนวนมากกว่า 300 คนได้

 

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของเมืองไทย ลามิน่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนภายใต้เจตนารมณ์ “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ นอกเหนือจากโครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ยังมีโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน เพื่อให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมแก่เยาวชนของชาติ โครงการลามิน่ามินิสานฝัน โครงการลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม รวมถึงสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ และอื่นๆ อีกมาก

 

 

 

รักษ์โลกกับลามิน่า คืนผืนป่าให้ประเทศไทยกว่า 580 ไร่ ต้นไม้กว่า 113,000 ต้น 

  • โครงการที่ 1 พ.ศ.2551 จัดกิจกรรมปลูกป่าถาวร บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ ที่พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาฉกรรจ์ฝั่งเหนือ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยปลูกต้นไม้ได้ถึง 20,000 ต้น
  • โครงการที่ 2 พ.ศ.2552 สร้างโป่งเทียมให้สัตว์ป่าและปลูกต้นไม้บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา
  • โครงการที่ 3 พ.ศ.2553 ร่วมปลูกปะการัง ฟื้นฟูทะเลไทยที่อ่าวนาวิกโยธิน หาดเตยงาม จ.ชลบุรี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยธรรมชาติและการบุกรุกของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปะการังตามธรรมชาติมีปริมาณลดลง
  • โครงการที่ 4 พ.ศ.2554 ลามิน่าได้จัดกิจกรรมปลูกป่าสนับสนุนโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาสภาวะโลกร้อนที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ณ สถานีวนวัฒนวิจัยราชบุรี อุทยานแห่งชาติไทยประจัน บริเวณป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่บ้านหินสี ต.ยางหัก อ.เมือง จ.ราชบุรี จำนวนพื้นที่ 50 ไร่
  • โครงการที่ 5 พ.ศ.2555 ปลูกป่าสนับสนุนโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ณ สถานีวนวัฒนวิจัยราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่บ้านหินสี ต.ยางหัก อ.เมือง จ.ราชบุรี เพิ่มเติมเป็นจำนวนพื้นที่ 40 ไร่ ต่อเนื่องจากปี 2554 โดยมีอัตราการอยู่รอดถึงร้อยละ 95 พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องอีก 3 ปี เพื่อการบำรุงรักษาต้นไม้ในโครงการให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
  • โครงการที่ 6 พ.ศ.2556 ปลูกป่าสนับสนุนโครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน ในอันที่จะฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาสภาวะโลกร้อนที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน บริษัทจึงได้ร่วมปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว ณ สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พื้นที่ 40 ไร่
  • โครงการที่ 7 พ.ศ.2557 ปลูกป่า ณ สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพิ่มเติมเป็นจำนวนพื้นที่ 60 ไร่ ต่อเนื่องจากปี 2556 ซึ่งได้ดำเนินการปลูกไปแล้วจำนวน 40 ไร่ พร้อมกันนี้ลามิน่ายังสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องอีก 3 ปี เพื่อการบำรุงรักษาต้นไม้ในโครงการให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
  • โครงการที่ 8 พ.ศ.2558 ปลูกป่าเพิ่มเติมอีก 50 ไร่ ณ สถานีวนวัฒนวิจัยหมูสี จ.นครราชสีมา และสนับสนุนงบประมาณดูแลต่อเนื่องอีก 2 ปี
  • โครงการที่ 9 พ.ศ.2559 ปลูกฟื้นฟูป่า “เบญจพรรณ พลัส วัน” หมายถึงไม้พื้นเมืองหลักของป่าเบญจพรรณ 5 ชนิด ได้แก่ แดง มะค่าโมง ชิงชัน ประดู่ป่า และสัก สำหรับพลัส วัน คือไม้พะยูง รวมทั้งหมด 6 ชนิด ซึ่งเป็นไม้มีค่าอยู่คู่ชาติไทย เพิ่มเติมอีก 50 ไร่ พร้อมงบประมาณดูแลต่อเนื่องอีก 2 ปี ณ สถานีวนวัฒนวิจัยหมูสี ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
  • โครงการที่ 10 พ.ศ.2560 น้อมนำศาสตร์พระราชามาสู่การพัฒนาป่าไม้ไทย ปลูกป่าแปลงวิจัย จำนวน 50 ไร่ พร้อมงบประมาณดูแลต่อเนื่องอีก 2 ปี ณ สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา
  • โครงการที่ 11 พ.ศ.2561 ปลูกฟื้นฟูป่าด้วยพืชเด่นคืนถิ่นและปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์ป่า จำนวน 50 ไร่ พร้อมงบประมาณดูแลต่อเนื่องอีก 2 ปี ณ สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา
  • โครงการที่ 12 พ.ศ.2562 ปลูกฟื้นฟูป่าด้วยพืชเด่นคืนถิ่นและปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์ป่า จำนวน 50 ไร่ พร้อมงบประมาณดูแลต่อเนื่องอีก 2 ปี และมีการทำโป่งเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้สัตว์ป่า ณ สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา
    (เว้นไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19)
  • โครงการที่ 13 พ.ศ.2569 แปลงปลูกป่าเพื่อการวิจัยและเรียนรู้ด้านวนวัฒนวิทยา จำนวน 30 ไร่ (ใช้ระยะปลูก 4x4 เมตร) พร้อมงบประมาณดูแลต่อเนื่องอีก 2 ปี ณ ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) (หน่วยย่อย) ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา วท.23 พฤษภาคม 2569

 

 

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ส่งลูกฝึกขับ GO-KART เด็กเรียนรู้อะไร จากรถแข่งคันจิ๋ว จากสนามเล็กสู่การเปิดโลกใบใหญ่

14 ตุลาคม 2569

เมื่อ Mercedes-benz อยากสร้าง City Car แบรนด์ smart จึงเกิดขึ้น!

12 ตุลาคม 2569

อับเดทความคืบหน้า "ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุด" ตุลาคม 2069 จบไหม?

8 ตุลาคม 2569

MAZDA 6e ซีดานไฟฟ้าลูกครึ่งสุดคุ้ม...ขับดี แบตฯ ใหญ่ แต่ปรับตัวเยอะ

29 กันยายน 2569

เรื่องเก่าเล่าใหม่...ที่คนใช้รถต้องรู้ “ลุยน้ำท่วม” ควรระวังอะไร?

26 กันยายน 2569

NIO FRIEFLY น่าซื้อเพราะว่า..ชอบดีไซน์ ความแตกต่าง คล่องตัวขนาดกำลังดี

14 กันยายน 2569

เจาะลึก REEV ขุมพลังทางเลือกใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ดีไหม เหมาะกับใคร?

14 กันยายน 2569

ลองระบบช่วยเหลือการขับขี่ใน MG URBAN ที่น่าจะได้ใช้งานบ่อย ๆ ใช้แล้วเป็นอย่างไร?

31 สิงหาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ