Mitsubishi Motors ประกาศวิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวฉบับใหม่ เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2026 และวางเป้าหมายสู่ปี 2030 โดยมุ่งยกระดับความแข็งแกร่งของแบรนด์ เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของแผนงานครั้งนี้คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ Mitsubishi อย่างชัดเจน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างฐานรายได้ที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยเตรียมเปิดตัว Pajero เจเนอเรชันใหม่ภายในปีงบประมาณปัจจุบัน เพื่อทำหน้าที่เป็นรถยนต์รุ่นเรือธงทั้งในด้านภาพลักษณ์และเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ในยุคใหม่ ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นตระกูลผลิตภัณฑ์ในอนาคต

ในช่วง 6 ปีข้างหน้า Mitsubishi Motors วางแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่รวม 13 รุ่น โดยจะมุ่งเน้นไปยังรถยนต์กลยุทธ์สำหรับภูมิภาคอาเซียนและรถยนต์สายออฟโรด ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีความได้เปรียบและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Revenue Enhancement Strategy 2.0 เน้นเพิ่มผลกำไรจากธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว สินเชื่อยานยนต์ บริการหลังการขาย รวมถึงธุรกิจอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่ง
ด้านการลงทุน Mitsubishi Motors จะให้ความสำคัญกับตลาดหลักอย่างฟิลิปปินส์ เวียดนาม และญี่ปุ่น ขณะเดียวกันยังเตรียมขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงอย่างตะวันออกกลางและลาตินอเมริกา โดยอาศัยความแข็งแกร่งของแบรนด์และผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มที่ 1: ประเทศที่แบรนด์มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว
มุ่งเน้นการทุ่มงบลงทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวแบรนด์ เครือข่ายการขาย และห่วงโซ่มูลค่า (Value chain)
-
ญี่ปุ่น: พัฒนาซีรีส์ผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการใหม่ในพื้นที่เมืองที่ยังเข้าไม่ถึง และขยายธุรกิจค้าปลีกรถยนต์มือสอง
-
ฟิลิปปินส์: ผลิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) รุ่นใหม่ ๆ ภายในท้องถิ่น และขยายยอดขายกลุ่มรถยนต์ราคาสูงด้วยการเพิ่มข้อเสนอทางด้านสินเชื่อที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
-
เวียดนาม: ขับเคลื่อนกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัวรถยนต์ PHEV และ HEV พร้อมทั้งขยายโครงการรับรองมาตรฐานรถยนต์มือสอง (Certified used car) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
กลุ่มที่ 2: ประเทศเป้าหมายในการสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่
มุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งผ่านการลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อผลักดันให้เป็นกลไกสร้างการเติบโตในอนาคต
-
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: เปิดตัวรถยนต์ไฮบริด (HEV) รุ่นใหม่ที่ใช้โครงสร้างแชสซีส์ (Frame-based) และยกระดับกลยุทธ์สินค้าพรีเมียมด้วยโชว์รูมคุณภาพสูงรวมถึงการสร้างประสบการณ์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าฐานะดี
-
บราซิล: ต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สร้างมานานกว่า 30 ปีผ่านกิจกรรมแรลลี่และการจัดงานต่าง ๆ ที่มีรถรุ่น "Pajero" เป็นศูนย์กลาง โดยมีแผนจะทยอยเปิดตัวรถยนต์สไตล์ออฟโรดอย่างต่อเนื่อง นำทัพโดยซีรีส์ "New Pajero"

กลุ่มที่ 3: ประเทศที่มีความท้าทายทางธุรกิจ
มุ่งเน้นการปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรอย่างมั่นคง ด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และการพึ่งพาพันธมิตร
-
ออสเตรเลีย: ปรับโฉมรถยนต์รุ่นหลักและเสริมทัพผลิตภัณฑ์เพื่อดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมา พัฒนาชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมให้ตอบโจทย์ตลาดออสเตรเลียโดยอาศัยพันธมิตรภายนอก และกระชับความร่วมมือกับ FleetPartners
-
ไทย: ขับเคลื่อนระบบไฮบริด "e: Motion" ที่ออกแบบมาสำหรับภูมิภาคอาเซียน ยกระดับกลยุทธ์พรีเมียมด้วยการเปิดตัว "New Pajero" และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดรถกระบะ
-
สหรัฐอเมริกา: เพิ่มความแข็งแกร่งให้แบรนด์ด้วยการขยายไลน์รถยนต์ออฟโรด เข้าสู่เซกเมนต์ใหม่ ๆ ผ่านโครงการความร่วมมือกับ Nissan และเปิดโชว์รูมใหม่ในพื้นที่เมืองผ่านรูปแบบร้านสาขาย่อยขนาดเล็ก

ในส่วนของการปรับโครงสร้างธุรกิจ Mitsubishi Motors จะเร่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ผ่านการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันในหลายรุ่น การขยายการจัดซื้อจัดหาระดับโลก รวมถึงการทบทวนกำลังการผลิตและโครงสร้างต้นทุนคงที่ เพื่อปรับจุดคุ้มทุนให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการใช้ประโยชน์จากความร่วมมือและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อเสริมความครบถ้วนของไลน์ผลิตภัณฑ์และเร่งการเติบโตในตลาดโลก
-
ระดับโลก
-
อยู่ระหว่างการพิจารณาความร่วมมือกับ Nissan ในการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่
-
-
ญี่ปุ่น
-
ร่วมมือกับ Nissan ในการพัฒนาและผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก (Kei-passenger cars) ทั้งประเภทเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
-
-
อาเซียน
-
ส่งมอบรถยนต์เอนกประสงค์ (MPV-OEM) ให้กับ Nissan
-
รับรถตู้ (Van-OEM) จาก Nissan
-
-
ออสเตรเลีย
-
ส่งมอบรถกระบะ (Pickup-OEM) ให้กับ Nissan
-
รับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV-OEM) จาก Hon Hai
-
-
ยุโรป
-
รับรถยนต์รูปแบบ OEM จาก Renault
-
-
อเมริกาเหนือ
-
ส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV-OEM) ให้กับ Nissan
-
รับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV-OEM) จาก Nissan
-
ร่วมมือพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่ร่วมกับ Nissan
-

Mitsubishi Motors ตั้งเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2029 สร้างกำไรจากการดำเนินงาน 160,000 ล้านเยน (ราว 32,600 ล้านบาท) พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 4.5% และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 10% ก่อนขยับสู่เป้าหมายระยะยาวหลังปี 2030 ด้วยกำไรจากการดำเนินงานระดับ 200,000-250,000 ล้านเยน (ราว 40,800-51,000 ล้านบาท) อัตรากำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 5.5% และ ROE มากกว่า 12%
เพื่อรองรับแผนการเติบโตดังกล่าว บริษัทเตรียมงบลงทุนราว 1 ล้านล้านเยน (ราว 2 แสนล้านบาท) ภายในช่วง 4 ปีจนถึงปีงบประมาณ 2029 พร้อมจัดสรรผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นรวมประมาณ 100,000 ล้านเยน (ราว 20,000 ล้านบาท)
ที่มา: Mitsubishi Motors