Mitsubishi Motors ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยยุติแผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ด้วยตนเอง และหันไปใช้แนวทางร่วมมือกับพันธมิตรแทน หลังผู้บริหารสูงสุดของบริษัทระบุว่า Mitsubishi มีขนาดองค์กรที่เล็กเกินกว่าจะรับภาระการลงทุนมหาศาลที่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าต้องการในปัจจุบัน
ระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้น Takao Kato ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Mitsubishi Motors เปิดเผยว่า บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ แทนการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีทั้งหมดด้วยตนเอง
"เรายังคงพัฒนาศักยภาพของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมรับมือหากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็พร้อมดำเนินการ แต่ในช่วงเวลานี้ แนวทางของเราคือการทำงานร่วมกับพันธมิตร" Kato กล่าว
ก่อนหน้านี้ Mitsubishi ยังได้เปิดตัว Eclipse Sportback EV สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก Nissan Leaf รุ่นใหม่ ขณะที่ในยุโรป Eclipse Cross EV ก็ใช้พื้นฐานเดียวกับ Renault Scenic E-Tech สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากพันธมิตรในกลุ่ม Renault-Nissan-Mitsubishi Alliance มากขึ้น
Kato ยอมรับว่า การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเริ่มชะลอตัวลง แม้ในอดีตอุตสาหกรรมยานยนต์จะมุ่งหน้าไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตหลายรายเริ่มกลับมาทบทวนกลยุทธ์ใหม่
"สำหรับบริษัทที่มีขนาดอย่าง Mitsubishi หากตัดสินใจลงทุนมหาศาลในด้านใดด้านหนึ่ง แล้วเกิดผลขาดทุนจำนวนมาก ย่อมกลายเป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการที่สำคัญ" เขากล่าว
แม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่อันดับสองของโลกกลับชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
ข้อมูลระบุว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลงถึง 27% หลังรัฐบาลกลางยกเลิกมาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงปลายปี 2025 และผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่
Kato ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดของ Mitsubishi ในเวลานี้คือการติดตามทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด และสำหรับเทคโนโลยีที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง บริษัทจะเลือกแบ่งเบาภาระด้วยการพัฒนาร่วมกับพันธมิตร เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินให้มากที่สุด
แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแผนเดิมที่ Mitsubishi เคยประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2023 ซึ่งระบุว่าจะพัฒนารถกระบะไฟฟ้าด้วยตนเองและเปิดตัวภายในปี 2028 อย่างไรก็ตาม รถรุ่นดังกล่าวได้หายไปจากเอกสารวิสัยทัศน์ระยะกลางและระยะยาว (Mid-Long Term Vision) ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ปัจจุบัน Mitsubishi เริ่มใช้แนวทางแบ่งปันผลิตภัณฑ์กับพันธมิตรมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Mitsubishi ASX ที่จำหน่ายในออสเตรเลีย ซึ่งก็คือ Renault Captur ที่เปลี่ยนโลโก้ ขณะที่ Mitsubishi Grandis ซึ่งทำตลาดในยุโรป ก็คือ Renault Symbioz ที่ถูกปรับโฉมภายนอกเช่นกัน
สำหรับ Mitsubishi แม้จะยังคงมีกำไรในปีงบประมาณล่าสุด แต่กำไรจากการดำเนินงานลดลงถึง 46% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 4%



ที่มา: CarExpert