FORTHING Thailand เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์ไทย นำคณะสื่อมวลชนสายยานยนต์เดินทางเยี่ยมชมฐานการผลิตรถยนต์ของ Dongfeng Liuzhou Motor (DFLZM) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคม 2569 เพื่อสัมผัสศักยภาพการผลิต เทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมเปิดโอกาสให้ทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ Taikon 5 (TK5) และ Taikon 7 (TK7) สะท้อนทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ควบคู่กับแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ รวมถึงแผนพัฒนาฐานการผลิตในประเทศไทยในปี 2027

เปิดศักยภาพฐานการผลิตในจีน รองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์โลก
Dongfeng Liuzhou Motor (DFLZM) เป็นผู้ผลิตรถยนต์ภายใต้เครือ Dongfeng Motor Corporation ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่า 72 ปี โดยดำเนินธุรกิจทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลภายใต้แบรนด์ FORTHING และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ CHENGLONG โดยมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น คือ Dongfeng Motor Corporation ถือหุ้น 75% และ Liuzhou Industrial Investment Co., Ltd. ถือหุ้น 25% โดยมีรายได้ในปี 2025 จำนวน 17,140 ล้านหยวน และรายได้จากการส่งออกปี 2025 มากกว่า 6,000 ล้านหยวน



ฐานการผลิตแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เครื่องยนต์ และโรงงานบรรจุชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อการประกอบ (KD Packaging Plant) โดยมีพื้นที่รวมกว่า 3,000,000 ตารางเมตร และมีกำลังการผลิตรถยนต์สำเร็จรูปสูงถึง 500,000 คันต่อปี

ฐานการผลิตดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้รองรับกระบวนการผลิตรถยนต์สมัยใหม่ ตั้งแต่กระบวนการผลิตตัวถัง การประกอบรถยนต์ ไปจนถึงการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการผลิต ระบบอัตโนมัติ และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรองรับการพัฒนารถยนต์หลากหลายประเภท ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์พลังงานใหม่
นอกจากนี้ DFLZM ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV รถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง REEV และรถยนต์ไฮบริด HEV ตลอดจนเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะและระบบเชื่อมต่อภายในรถยนต์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ในการเข้าชมครั้งนี้ทาง Forthing เปิดให้ชมฝ่ายออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ไม่สามารถบันทึกภาพได้ ซึ่งทีมออกแบบของ Forthing นั้นสร้างรถยนต์ต้นแบบขนาดย่อส่วนออกมาหลายหลายรุ่น ล้วนมีรูปทรงและสีสันทัยสมัย และถ้าหากสามารถผลิตจำหน่ายได้จริงในเร็ว ๆนี้ เชื่อว่า ค่ายจากฝั่งญี่ปุ่นและยุโรป อาจตะลึง!!




โรงงานแห่งนี้นับว่าเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีทันสมัยของระบบอัตโนมัติต่าง ๆ และคนงานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยทำให้คนในท้องถิ่นมีการจ้างงาน สมรรถนทำงานอยู่ร่วมกันได้ นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของโรงงานอีก 1 แห่ง ที่ยังรักษาแรงงานเอาไว้ ไม่ใช้แค่หุ่นยนต์ที่สัดส่วนมากเกินไป

เปิดประสบการณ์ทดลองขับ FORTHING TK5 และ TK7 สัมผัสเทคโนโลยีรถยนต์รุ่นใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสให้คณะสื่อมวลชนไทยได้ทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ TK5 และ TK7 ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ FORTHING ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีพลังงานใหม่ ความสะดวกสบาย และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

FORTHING TK5 BEV
FORTHING TK5 เป็นรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 75.3 kWh รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบรวดเร็วจาก 30–80% ภายในเวลาประมาณ 14 นาที และมีระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 510 กิโลเมตร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
ตัวรถรองรับเทคโนโลยี V2L (Vehicle-to-Load) กำลังไฟสูงสุด 3.3 kW ช่วยให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานระหว่างเดินทางและกิจกรรมกลางแจ้ง
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมระบบเชื่อมต่อ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto ระบบ Smart Cabin และเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ พร้อมระบบอำนวยความสะดวกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
FORTHING TK5 มีมิติตัวถังยาว 4,546 มม. กว้าง 1,860 มม. และสูง 1,680 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,715 มม. ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารให้เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว
หลังทดลองขับสั้น ๆ
รูปทรงแล้วแต่คนชอบ ส่วนตัว สวยกว่า Friday ภายในดูทันสมัยขึ้นกว่าในรุ่น Friday ท่านั่งขับขี่พอดี เบาะนุ่มสบาย อัตราเร่งตอบสนองดี ทันใจ ช่วงล่างนับว่าหนึบ ไม่โยนตัวเยอะ พวงมาลัยคมกระชับ การเก็บเสียง กลาง ๆ ทั้วไป เกิน 110 กม./ชม. เริ่มมีเสียงลมและเสียงใต้ท้องเข้า ระบบเบรกนุ่มเท้า เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องปรับตัวเยอะ




จุดที่ควรปรับปรุง
- พวงมาลัยเพิ่มปรับใกล้-ไกล
- กระจกมองหลังให้ปรับแสงอัตโนมัติ
- เก็บเสียงเพิ่มอีกหน่อย
- การชาร์จ DC ควร 200 kWh ขึ้นไป
- ระยะวิ่งควรไม่ต่ำกว่า 500 หน่วย WLTP
- ราคาไม่ควรสูงกว่ารุ่น Friday มากนัก หรือ ขยายแบตฯ การชาร์จเร็ว ราคาเพิ่มได้ เพราะมีแบตฯ ใหญ่

FORTHING TK7 BEV
FORTHING TK7 เป็นรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัวยุคใหม่ รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกลสูงสุดประมาณ 500 กิโลเมตร โดยใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มุ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่
ตัวรถมีมิติตัวถังยาว 4,838 มม. กว้าง 1,898 มม. และสูง 1,747 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,900 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร
การทดลองขับรถยนต์ทั้งสองรุ่นในครั้งนี้ เป็นโอกาสให้สื่อมวลชนไทยได้สัมผัสเทคโนโลยีและแนวทางการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ของ FORTHING อย่างใกล้ชิด พร้อมสะท้อนศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์และทิศทางการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ของแบรนด์ในอนาคต
หลังทดลองขับสั้น ๆ
ภายนอกลงตัวสวยสะดุดตา สัดส่วนไม่ใหญ่เกินไป คล่องตัว ภายในตำแหน่งสวิตช์ใช้งานไม่ยากนัก อัตราเร่ง พอใช้งานทั่วไปได้ (วันเทสเป็นโหมด Eco เปลี่ยนไม่เป็นเพราะภาษาจีน) ความแรงค่อยๆ มานุ่มๆ แบบรถครอบครัว ช่วงล่างดีกว่าที่คิด แน่นหนึบ ไม่โยนมาก มีท้ายออกบ้างเวลาโยกเปลี่ยนเลนเร็ว ๆ การเก็บเสียงดีกว่า TK5 แต่เสียงที่รอดเข้าพื้นใต้ท้องก็ยังดัง
น่านั่งกำลังสบายแม้พวงมาลัยปรับเข้าหาตัวไม่ได้ เบาะนั่งนุ่มสบาย วิสัยทัศน์มุมมองรอบคันดีกว่าใน TK5 (ส่วนตัว) เพราะมีช่องกระจกเล็ก ๆ ด้านหน้าเยอะ ระบบเบรกตอบสนองดีเป็นธรรมชาติ เหมือนรถสันดาปทั่วไป ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
ฟังก์ชันเบาะภายในเหมาะกับครอบครัวสามารถเดินตรงกลางผ่านเบาะแถวที่สามได้ จุดเด่นที่ชอบที่สุดคือเบาะแถวที่สามที่สามารถพับเก็บแบนราบและพื้นต่ำสำหรับขนของชิ้นใหญ่ใหญ่ได้สะดวกกว่าในคู่แข่งอื่นๆและพับง่ายเก็บง่าย
นอกจากนี้เบาะแถวสามใช้นั่งเต็มที่พื้นที่ด้านหลังก็ยังสามารถเก็บสัมภาระชิ้นใหญ่ใหญ่ได้สบาย ๆ และมีพื้นที่ลึกลงไปเป็นหลุมเก็บสิ่งของที่มีความสูงสูงได้ดีไม่จำเป็นต้องติดหลังคาเพิ่มก็ได้




จุดที่ควรปรับปรุง
- แบตฯ ชาร์จเร็ว DC ไม่ควรต่ำกว่า 200 kWh
- ระยะวิ่งนวรมากกว่า เพราะเป็นรถสำหรับใช้เดินทางท่องเที่ยวของครอบครัว ไม่ต่ำกว่า 500 กม.WLTP
- พวงมาลัยควรเพิ่มปรับใกล้ไกลได้
- กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
- ประตูคู่หลังควรเปิดให้กว้างกว่านี้เพื่อให้เข้าออกสะดวกเหมาะกับรถประเภทนี้
- ปรับปรุงช่วงล่างให้เฟิร์มขึ้นอีกเล็กน้อย
เดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทย พร้อมแผนพัฒนาฐานการผลิตปี 2027
สำหรับตลาดประเทศไทย FORTHING เดินหน้าวางกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ รวมถึงการยกระดับการดูแลลูกค้าหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการเติบโตของจำนวนผู้ใช้รถยนต์ FORTHING ในอนาคต
บริษัทมีเป้าหมายขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการด้านการขาย การทดลองขับ การบำรุงรักษา และการดูแลหลังการขายอย่างครบวงจร พร้อมพัฒนาระบบสนับสนุนด้านอะไหล่และบุคลากรด้านเทคนิค เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการลงทุนระยะยาว FORTHING มีแผนพัฒนาฐานการผลิตในประเทศไทยภายใต้กรอบเป้าหมายปี 2027 เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน โดยรายละเอียดการดำเนินงานจะเป็นไปตามแผนที่บริษัทประกาศอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ บริษัทยังวางเป้าหมายขยายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านยอดจำหน่าย การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และการยกระดับมาตรฐานบริการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว





ตอกย้ำการเติบโตในตลาดโลก สู่การสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทย
ปัจจุบัน FORTHING มีการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศครอบคลุมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกาใต้ สะท้อนถึงการขยายตัวของแบรนด์ในตลาดยานยนต์ระดับสากล
การนำคณะสื่อมวลชนไทยเดินทางเยี่ยมชมโรงงานและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ FORTHING Thailand ในการสื่อสารศักยภาพของบริษัทผู้ผลิต เทคโนโลยี และทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะยาว พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

เป้าหมายในไทย!!
แผนตลาดในไทย เตรียมนำเข้า Taikon Series อีก 5 รุ่น ภายในปี 2028 โดย TK 5 / TK 7 โชว์ตัวงาน Motor Expo 2026 ปลายปี และจะเปิดตัวพร้อมราคาในเดือนมีนาคม 2027 โดยรุ่นนี้ถูกออกแบบผลิตเพื่อ ให้เหมาะสมสำหรับ ใช้ในประเทศไทย ทั้งเรื่องการลุยน้ำความทนทานต่อสนิมโดยการพ่นระบบกันสนิมเพิ่มเติมรวมถึงระบบปรับอากาศให้สามารถสู้กับอากาศร้อนได้ และเพิ่มเคสห่อหุ้มแบตฯ เพื่อกันน้ำท่วมขังโดยเฉพาะ
สำหรับรุ่น Tk 3 / TK 6 / TK 7 จะทยอยเปิดตัวในปี 2028 สำหรับแผนการลงทุนในไทยจะเน้นตั้งโรงงานในไทยให้เสร็จสิ้นภายในปี 2027 เพราะในไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับ Forting โรงงานจะเน้นการใช้ซัพพลายเออร์ในประเทศไทย 50% ผลิตชิ้นส่วนครบวงจร
ปัจจุบันมีดีลเลอร์สี่แห่งกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็น 20 แห่งภายในปี 2027 อะไหล่มี 2 ที่หนึ่งที่ที่นครปฐมอีกหนึ่งที่กำลังศึกษาและดำเนินการอยู่ ในระหว่างนี้เรื่องของการแก้ไขปัญหามาตรการโครงสร้างภาษีในระหว่างยังไม่ตั้งโรงงานกำลังอยู่ในช่วงหารือเพราะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยอีกครั้ง
ติดตามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FORTHING Thailand รวมถึงแคมเปญปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ FORTHING Thailand: https://www.forthing-th.com/th







