Leapmotor B10 ได้เปิดพรีเซลในประเทศจีนเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา โดยกวาดยอดจองไปมากกว่า 10,016 คัน ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง Leapmotor B10 เป็นโมเดลแรกของตระกูล B ที่ถูกพัฒนาบนสถาปัตยกรรม LEAP 3.5 และ มาพร้อมเทคโนโลยี CTC 2.0 (Cell-to-Chassis) ใช้เซลล์แบตเตอรี่แบบความสูงต่ำช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร เสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง และเพิ่มประสิทธิภาพในการชาร์จเร็ว Leapmotor B10 ได้มีการพัฒนาแชสซีร่วมกับ Stellantis ปรับปรุงน้ำหนักพวงมาลัย และระบบเบรก ให้นุ่มนวลและแม่นยำมากขึ้น
ดีไซน์ภายนอกจะมีความคล้ายกับตระกูล C ของ Leapmotor ไม่ว่าจะเป็น C10 หรือ C16 ไฟเดย์ไลท์ที่ยาวทั้งสองข้าง เชื่อมต่อกันกับแถบไฟ LED โคมไฟหน้าอยู่บริเวณกันชน ดีไซน์ให้ดูสปอร์ต พร้อมช่องดักอากาศขนาดใหญ่ เซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา มือจับประตูแบบเรียบเสมอกับตัวรถ และไฟท้ายแบบชิ้นเดียว
สำหรับขุมพลัง Leapmotor B10 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว มีตัวเลือกให้ 2 พละกำลัง
- มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวให้พละกำลัง 177 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 9.3 วินาที
- มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวให้พละกำลัง 214 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.8 วินาที
Leapmotor B10 มาพร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) สองขนาดให้เลือกได้แก่ 56.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าประมาณ 510 กิโลเมตร มาตรฐาน CLTC) และ 67.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง (ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าประมาณ 600 กิโลเมตร มาตรฐาน CLTC) รองรับระบบชาร์จเร็วแรงดันสูงแบบ 800 โวลต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 30% ไปถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 20 นาที
มิติตัวถัง Leapmotor B10
- ความยาว 4,515 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,885 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,655 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,735 มิลลิเมตร
Leapmotor B10 มีขนาดตัวถังใหญ่กว่า BYD Atto 3 โดยมีความยาวมากกว่า 60 มิลลิเมตร ความกว้างมากกว่า 40 มิลลิเมตร และความสูงมากกว่า 40 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้ B10 มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Atto 3
สำหรับภายใน Leapmotor B10 มาพร้อมกับหน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว จอแสดงผลมาตรวัดสำหรับผู้ขับขี่แบบ LCD ขนาด 8.8 นิ้ว และพวงมาลัยแบบสองก้านทรง D-shape แท่นชาร์จไร้สายสองตำแหน่งบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมจุดยึดสำหรับติดตั้งโต๊ะพับฝั่งผู้โดยสาร หลังคาซันรูฟขนาดใหญ่ 1.83 ตารางเมตร และลำโพงทั้งหมด 12 ตัว ตัวรถมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Leapmotor OS 4.0 Plus ประมวลผลผ่าน Qualcomm Snapdragon 8295 และระบบ AI ที่ทำงานผ่านคลาวด์ ภายในมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ สีเทาและสีม่วง

.jpg)
.jpg)
.jpg)


