Mitsubishi PAJERO ไม่ได้เป็นเพียงรถเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อสำหรับการลุยเส้นทางทุรกันดารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์อันกล้าหาญที่ยึดมั่นในปรัชญาหลักของแบรนด์ ซึ่งคือการไม่หยุดท้าทายขีดจำกัดและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อยู่เสมอ
ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้ขับขี่ควรสามารถออกเดินทางไปถึงจุดหมายได้ ไม่ว่าเส้นทางจะสมบุกสมบันเพียงใด PAJERO จึงได้รับการพัฒนาให้เป็นมาตรฐานของรถเอสยูวีออฟโรด ที่ผสานสมรรถนะการลุยอันเหนือชั้นเข้ากับความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อย่างลงตัว
สมรรถนะเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์และหล่อหลอมจากการแข่งขันแรลลี่สุดโหดอย่าง Dakar Rally ก่อนถ่ายทอดสู่รถยนต์สำหรับการใช้งานจริง เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางทั่วโลก
1982 - PAJERO รุ่นแรก
จุดเริ่มต้นของหนึ่งในรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Mitsubishi
Mitsubishi เปิดตัว PAJERO รุ่นแรก ในเดือนพฤษภาคม ปี 1982 พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้กับรถขับเคลื่อนสี่ล้อในยุคนั้น ด้วยการผสานสมรรถนะการลุยที่แข็งแกร่งเข้ากับความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
พื้นฐานของ PAJERO พัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ด้านรถขับเคลื่อนสี่ล้อของ Mitsubishi ก่อนถูกยกระดับให้มีทั้งความมั่นคงในการขับขี่ ความนุ่มนวล และความอเนกประสงค์ จนสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการเดินทางบนถนนและการใช้งานในเส้นทางทุรกันดาร
แนวคิดดังกล่าวทำให้ PAJERO ก้าวข้ามภาพลักษณ์ของรถออฟโรดแบบดั้งเดิม และกลายเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด SUV เพื่อการใช้งานและไลฟ์สไตล์ ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1980
การเปิดตัวของ PAJERO ยังมีส่วนสำคัญในการจุดกระแสความนิยมของกิจกรรม ออโต้แคมป์ (Auto Camping) ในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้รถขับเคลื่อนสี่ล้อกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการท่องเที่ยวกลางแจ้งของผู้คนในยุคนั้น



1983 - PAJERO Wagon และรุ่นฐานล้อยาว
การขยายไลน์อัพที่ทำให้ PAJERO เข้าถึงผู้ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น
หลังเปิดตัวรุ่นแรกได้ไม่นาน Mitsubishi เดินหน้าขยายตระกูล PAJERO อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม ปี 1983 ได้เพิ่มรุ่นตัวถังขนาดกะทัดรัด ก่อนจะตามด้วยรุ่น ฐานล้อยาว (Long-Wheelbase) ในเดือนกรกฎาคมของปีเดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยและความอเนกประสงค์มากขึ้น
ต่อมาในปี 1985 PAJERO ได้เพิ่มทางเลือกด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ ช่วยยกระดับความสะดวกสบายในการขับขี่และขยายฐานผู้ใช้งานให้ครอบคลุมทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล
การขยายไลน์อัพในช่วงเวลานี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ PAJERO พัฒนาจากรถขับเคลื่อนสี่ล้อสำหรับการลุย สู่รถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ

1985 - ชัยชนะครั้งแรกในรายการ Paris-Dakar Rally
Mitsubishi PAJERO คว้าชัยชนะอันดับ 1 ประเภทโอเวอร์ออลในการแข่งขันแรลลี Paris-Dakar Rally ได้เป็นครั้งแรก นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สร้างประวัติศาสตร์และตอกย้ำสมรรถนะอันโดดเด่นของ PAJERO บนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก



1987 - เปิดตัวรุ่นหรู Exceed
ในปี 1987 Mitsubishi เปิดตัว PAJERO รุ่น Exceed ซึ่งเป็นรุ่นตกแต่งระดับสูง เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการทั้งสมรรถนะในการลุยและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
PAJERO Exceed มาพร้อมการตกแต่งห้องโดยสารที่หรูหรายิ่งขึ้น ติดตั้งเบาะหนังและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายรายการ มอบบรรยากาศและความสบายในการเดินทางใกล้เคียงกับรถยนต์นั่งในยุคนั้น โดยยังคงรักษาศักยภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไว้อย่างครบถ้วน
การเปิดตัวรุ่น Exceed มีส่วนสำคัญในการขยายฐานลูกค้าของ PAJERO จากเดิมที่เน้นผู้ใช้งานสายออฟโรด สู่กลุ่มครอบครัวและผู้ใช้ที่มองหารถ SUV ระดับพรีเมียม ส่งผลให้ PAJERO เจเนอเรชั่นแรก ประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกประมาณ 630,000 คัน ตลอดอายุการทำตลาด



1991 - PAJERO เจเนอเรชั่นที่ 2
Mitsubishi เปิดตัว PAJERO เจเนอเรชันที่ 2 ในเดือนมกราคม ปี 1991 ท่ามกลางช่วงเวลาที่ตลาดรถ RV ของญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นตลาด SUV กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรุ่นใหม่นี้ไม่เพียงต่อยอดความสามารถในการลุย แต่ยังนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาสู่รถยนต์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ตัวรถได้รับการออกแบบใหม่ให้มีห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มรุ่น 3 แถว 7 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวและการเดินทางระยะไกล
หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือการเปิดตัวระบบ Super Select 4WD ซึ่งผสานข้อดีของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full-time และ Part-time เข้าไว้ด้วยกัน ผู้ขับขี่สามารถสลับโหมดการขับเคลื่อนได้แม้ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ ทำให้การใช้งานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีความสะดวกและยืดหยุ่นกว่าที่เคย พร้อมยกระดับมาตรฐานของรถ SUV ในยุคนั้น
ในช่วงทศวรรษ 1990 ที่กีฬาสกีกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น PAJERO เจเนอเรชั่นที่ 2 กลายเป็นภาพคุ้นตาตามลานจอดรถของสกีรีสอร์ตทั่วประเทศ และได้รับการยอมรับในฐานะรถ SUV ที่สะท้อนทั้งไลฟ์สไตล์และความสำเร็จของผู้ครอบครอง จนกลายเป็นหนึ่งในรถที่สร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมของยุคนั้น
นอกจากนี้ PAJERO ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่นำเครื่องยนต์ GDI (Gasoline Direct Injection) เข้าสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ ช่วยยกระดับทั้งสมรรถนะ ความประหยัดเชื้อเพลิง และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม



1994 - PAJERO MINI ถือกำเนิด
ในปี 1994 Mitsubishi เปิดตัว PAJERO MINI รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กที่นำแนวคิดและสมรรถนะของ PAJERO มาปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานรถ Kei Car ของญี่ปุ่น โดยยังคงเอกลักษณ์ด้านความแข็งแกร่งและความสามารถในการขับขี่แบบขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ครบถ้วน
แม้มีขนาดกะทัดรัด แต่ PAJERO MINI ได้รับการพัฒนาด้วยโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่งสูง พร้อมติดตั้งเครื่องยนต์ 20 วาล์ว เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับรถในกลุ่ม Kei Car ขณะนั้น รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Easy Select 4WD ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางทุรกันดาร
ทุกองค์ประกอบของ PAJERO MINI ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดบุคลิกของ PAJERO รุ่นพี่ให้ครบถ้วนที่สุด ทั้งรูปลักษณ์ ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะการใช้งาน ส่งผลให้กลายเป็นหนึ่งในรถ Kei SUV ที่โดดเด่นที่สุดของยุค

1995 - เปิดตัว PAJERO Junior
ในปี 1995 Mitsubishi เปิดตัว PAJERO Junior เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มองว่า PAJERO มีขนาดใหญ่เกินไป ขณะที่รถขนาดเล็กอย่าง Mini ยังไม่ตอบสนองความต้องการด้านความอเนกประสงค์
PAJERO Junior มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.1 ลิตร ตัวถังตกแต่งด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ออกแบบขึ้นเฉพาะรุ่น เพื่อมอบความคล่องตัวในการขับขี่ พร้อมความสามารถในการใช้งานบนเส้นทางหลากหลายรูปแบบ
แม้จะเป็นสมาชิกขนาดเล็กของตระกูล PAJERO แต่ยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ ทำให้ PAJERO Junior เป็น SUV ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยยังคงเอกลักษณ์ของตระกูล PAJERO ไว้อย่างครบถ้วน

1996 - เปิดตัว CHALLENGER (MONTERO SPORT)
Mitsubishi เปิดตัว CHALLENGER ในปี 1996 ซึ่งทำตลาดในอเมริกาเหนือภายใต้ชื่อ MONTERO SPORT โดยพัฒนาขึ้นบนโครงสร้างของ PAJERO เจเนอเรชั่นที่ 2 แต่ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองมากยิ่งขึ้น
ตัวรถมีสัดส่วนที่ปราดเปรียว พร้อมตำแหน่งตัวถังที่ดูเตี้ยและสปอร์ตกว่า PAJERO รุ่นหลัก อีกหนึ่งจุดเด่นคือการย้ายยางอะไหล่ออกจากประตูท้าย ซึ่งถือเป็นแนวทางที่แตกต่างจากรถ SUV ส่วนใหญ่ในยุคนั้น ช่วยให้ด้านท้ายดูเรียบง่ายและทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับรุ่นนี้


1997 - PAJERO EVOLUTION
เปิดตัวในปี 1997 PAJERO EVOLUTION ถือเป็นรุ่นพิเศษที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่รถโปรดักชั่นอย่างเต็มรูปแบบ ตัวรถติดตั้งเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร พร้อมฝากระโปรงอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก รวมถึงการปรับปรุงช่วงล่างและโครงสร้างในหลายจุดเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ทั้งบนและนอกเส้นทาง


1998 - PAJERO iO
ในปี 1998 Mitsubishi เปิดตัว PAJERO iO เพื่อสืบทอดตำแหน่งของ PAJERO Junior โดยมาพร้อมตัวถังขนาดกะทัดรัดที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมือง แต่ยังคงสมรรถนะของรถขับเคลื่อนสี่ล้อไว้อย่างครบถ้วน
รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร GDI พร้อมระบบ Super Select 4WD-i ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่บนทุกสภาพเส้นทาง ขณะที่งานออกแบบตัวถังได้รับความร่วมมือจากสำนักออกแบบชื่อดังของอิตาลี Pininfarina ทำให้ PAJERO iO โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบหรูและแตกต่างจาก SUV ในยุคเดียวกัน

1998 - PAJERO MINI เจเนอเรชั่นที่ 2
Mitsubishi เปิดตัว PAJERO MINI เจเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 1998 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ของรถ Kei Car ในประเทศญี่ปุ่น
รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาโครงสร้างตัวถัง RISE (Reinforced Impact Safety Evolution) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย พร้อมขยายระยะฐานล้อให้ยาวขึ้น ส่งผลให้มีเสถียรภาพในการขับขี่และพื้นที่ห้องโดยสารที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องยนต์ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ควบคู่กับระบบ Easy Select 4WD ที่ยังคงจุดเด่นด้านความอเนกประสงค์เอาไว้


1999 - PAJERO เจเนอเรชันที่ 3
Mitsubishi เปิดตัว PAJERO เจเนอเรชันที่ 3 ในเดือนตุลาคม ปี 1999 พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กำเนิดของรุ่น ด้วยการนำโครงสร้าง Monocoque Body with Built-in Ladder Frame มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งผสานข้อดีของตัวถังแบบโมโนค็อกเข้ากับความแข็งแกร่งของแชสซีส์แบบบันไดไว้ในโครงสร้างเดียวกัน
เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มความแข็งแรงของตัวรถ ลดน้ำหนัก และยกระดับการควบคุมบนถนนลาดยางให้ใกล้เคียงรถยนต์นั่งมากขึ้น โดยยังคงรักษาความสามารถในการขับขี่ออฟโรดตามแบบฉบับของ PAJERO ไว้อย่างครบถ้วน
PAJERO เจเนอเรชั่นที่ 3เป็นรถที่เปลี่ยนมุมมองของตลาด SUV ในยุคนั้น ด้วยการพิสูจน์ว่ารถที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง สามารถมอบทั้งความนุ่มนวล ความมั่นคง และความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ในคันเดียว พร้อมกลายเป็นหนึ่งใน SUV ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก



2003 - PAJERO คว้าแชมป์ Dakar Rally ครั้งที่ 2
ปี 2003 นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของ PAJERO เมื่อ ฮิโรชิ มาซุโอกะ (Hiroshi Masuoka) พา Mitsubishi คว้าชัยชนะในการแข่งขัน Dakar Rally ประเภทโอเวอร์ออล

2006 - PAJERO เจเนอเรชั่นที่ 4
Mitsubishi เปิดตัว PAJERO เจเนอเรชั่นที่ 4 ในเดือนตุลาคม ปี 2006 โดยต่อยอดความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้าด้วยการผสานสมรรถนะที่ผ่านการพิสูจน์จากการแข่งขัน Dakar Rally เข้ากับมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความประณีตในการขับขี่
รถรุ่นนี้ยังคงยึดแนวคิดการเป็น SUV ที่พร้อมรับมือทุกสภาพเส้นทาง แต่ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านคุณภาพการขับขี่ ความเงียบภายในห้องโดยสาร และความหรูหราของวัสดุตกแต่ง
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือระบบ ASTC (Active Stability and Traction Control) ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนนในสถานการณ์ต่าง ๆ เสริมความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ PAJERO ที่มุ่งเน้นการพาผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทางถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพการเดินทาง
นอกจากการพัฒนาด้านสมรรถนะ PAJERO เจเนอเรชันที่ 4 ยังยกระดับความพรีเมียมในหลายด้าน ทั้งงานออกแบบ คุณภาพวัสดุ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร ส่งผลให้กลายเป็นรถที่สะท้อนการผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งของรถออฟโรดกับความหรูหราของ SUV ระดับบนได้อย่างลงตัว



2010 - การเปิดตัวเครื่องยนต์ Clean Diesel Turbo
ในปี 2010 Mitsubishi เพิ่มขุมพลัง 3.2 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง Clean Diesel Turbo เข้ามาในไลน์อัพของ PAJERO เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านไอเสียระดับใหม่ และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ


2019 - การยุติการผลิตของ PAJERO
การผลิต PAJERO สำหรับตลาดโลกสิ้นสุดลงในปี 2021 โดยนับเป็นการปิดฉากเส้นทางอันยาวนานกว่า 39 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 1982
ตลอดช่วงเวลานั้น PAJERO มียอดจำหน่ายรวมประมาณ 3 ล้านคัน และทำตลาดในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก สะท้อนถึงบทบาทของรถรุ่นนี้ในฐานะหนึ่งใน SUV ที่มีอิทธิพลระดับโลก ทั้งในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะ และการกำหนดนิยามของรถอเนกประสงค์ยุคใหม่

2026 - PAJERO กำลังจะกลับมาอีกครั้ง

ข้อมูล: Mitsubishi Motors