Nissan Kicks e-Power รถยนต์ที่ถ้าคุณได้ไปลองขับรถยนต์ไฟฟ้าแล้วชอบ แต่ติดตรงที่ไม่สะดวกในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องปรับตัวเยอะ ต้องติดตั้งระบบตู้ชาร์จ ขอการไฟฟ้า เดินวงจร 2 เป็นต้น Nissan Kicks น่าจะตอบโจทย์ได้เพราะอัตราเร่ง feeling เดียวกันเลย แต่ไม่ต้องชาร์จไฟ เพราะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเพียวๆ จึงแรงสั่งได้ และก็เป็นระบบไฮบริดในรูปแบบหนึ่ง series hybrid คือ มอเตอร์ไฟฟ้าขับล้อคู่หน้า โดยใช้พลังจากแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 2.06 kWh และมีเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.2 ลิตร ใช้ปั่นไฟเก็บในแบตฯ หรือจ่ายกระแสไฟตรงถ้าต้องการพลังขับเคลื่อนในทันทีทันใด โดยที่ไม่ต้องปรับตัวในการชาร์จไฟเพราะเติมน้ำมันปกติ อัตราประหยัดอยู่ในระดับเบอร์ 2, 3 จากเจ้าตลาด ราว 18 - 22 กม./ลิตร แบบไม่ปั้นไม่โกหก
แต่เรื่องการขับขี่ที่สนุกแรงสั่งได้อันนี้เป็นเบอร์ 1 ครับ ในรถระดับเดียวกัน การควบคุมพวงมาลัยคมกระชับควบคุมง่ายแม่นยำเป็นธรรมชาติช่วงล่างนุ่มนวลพอให้มีหนึบหนึบตื้นตึงมั่นใจอยู่บ้างสำหรับรถยกสูงขนาดนี้พอ ๆ กับ HR-V หรืออาจจะเทียบชั้นในตัว Corolla Cross ที่ไม่ใช่ GR นะ ข้าม Yaris Cross ไป เพราะระบบช่วงล่างยังขับขี่ได้ไม่ดีเท่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
ระบบ e-Power เหมือนรุ่นเดิม ดีอยู่แล้ว แต่.....
ระบบการขับเคลื่อนใน Kicks ใหม่ e-Power นั้น ทำงานได้ดีอยู่แล้วครับ ทั้งกำลังมอเตอร์ 136 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร เหลือเฟือที่จะใช้งานได้สบาย ๆ แต่ว่าในความประหยัดนั้น อาจต้องหาวิธิให้ประหยัดมากขึ้นกว่านี้ ให้เฉลี่ยใช้จริง ๆ ไม่ใช่ตัวเลข "ปั้น" ต้องอยู่แถว ๆ 23 กม./ลิตร ขึ้นไป หรือขยายแบตฯ เพิ่มความจุ หรือจะใช้เทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มอีกหน่อย จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น
รุ่นเริ่มต้น 789,900 บาท ก็น่าจะพอแล้วสำหรับขับขี่ในชีวิตประจำวัน
ภายนอกสวยหรือไม่ แล้วแต่มุมมอง ความเห็นส่วนตัวผมรู้สึกเฉย ๆ ไม่ว้าวมากนัก เพราะหน้าเดิมในเจนฯ ก่อนหน้าให้อารมณ์ Japanese Style มากกว่า ส่วนรุ่นปัจจุบันออกไปทางคล้ายรถยนต์ไฟฟ้าล้วนฝั่งแผ่นดินใหญ่ได้นิดนึง แต่ส่วนท้ายดูดีขึ้นทันสมัย น่ามองมากกว่าเดิมเยอะ ลายล้ออัลลอยใหม่ก็ดูแปลกตา สวยไปอีกแบบ
ภายในปรับใหม่ในส่วนคอนโซลหน้า มาตรวัดคนขับเป็นแบบดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว ในกรอบของมาตรวัดคนขับจะไม่มีเข็มอนาล็อคแล้ว พร้อมจอแสดงผลขนาดเล็ก 2 ฝั่ง โดยช่องซ้ายนั้นยังขนาดเท่าเดิม แต่สีสันและรายละเอียดกราฟิกคมชันมากขึ้น ส่วนฝั่งขวาขนาดเล็ก แสดงความเร็ว ระดับน้ำมันและไฟเตือนระบบต่าง ๆ ด้านบน ตรงจอความบันเทิงสัมผัสกลางมีขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อแบบ Wireless Apple CarPlay / Android Auto* ลำโพง 6 ตำแหน่ง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มควบคุมระบบ Pro Pilot เพิ่มมาใหม่ โลโก้ลายใหม่ รุ่น SV ได้เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ระบบชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger (มีตั้งแต่รุ่น VL) ถายในเน้นสีทูโทน เบาะหลังพร้อมที่วางแขน และพับ 60 : 40 และความสะดวกสบายอีกอย่างคือระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมระบบล็อกและปลดล็อกอัตโนมัติ เมื่อออกห่างหรือเข้าใกล้ตัวรถ




















Nissan Kicks มี 3 รุ่นย่อย แตกต่างกันแค่ฟังก์ชั่นไม่มากมายนัก
รุ่น V ราคา 789,900 บาท
ได้ฟังก์ชั่นเกือบเท่ารุ่นท็อปใน Gen ที่แล้ว เช่น
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICC)
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (IFCW) และ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะสำหรับบุคคลและรถยนต์ด้านหน้า (IEB)
ระบบเตือนและป้องกันการชนในจุดอับสายตา (BSW & BSI)
ระบบเตือนและควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทาง (LDW & LDP)
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถเริ่มออกตัว พร้อมระบบล็อกและปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทเข้า และออกห่างจากตัวรถ
กล้องมองขณะถอยหลัง
รุ่น VL สุดคุ้ม!! ราคาพิเศษ 849,900 บาท
เพิ่ม - ProPILOT ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ พร้อมระบบควบคุมรถยนต์ให้อยูในช่องทาง
เพิ่ม - ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) และ ระบบตรวจจับวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (MOD)
เพิ่ม - เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
เพิ่ม - หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay
เพิ่ม - อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย
(ถ้าเพิ่มระบบ NissanConnect Services ราคา 861,900 บาท)
รุ่น SV ราคา 899,900 บาท
เพิ่ม - บริการ NissanConnect Services
ภายในโทนสี Black-Dark Gray (โทนสีดำ-เทาเข้ม) หรือภายในโทนสี Moonstone (โทนสีฟ้า-เทาอ่อน)
เพิ่ม - ระบบป้องกันการชนสำหรับด้านหลังรถ (RAEB)
เพิ่ม - ระบบเซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
เพิ่ม - กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนพร้อมกล้องส่องภาพจากภายนอก (IRVM)
และราวหลังคา
ผมจึงบอกว่ารุ่นเริ่มต้นไม่ถึง 8 แสนบาท นับว่าคุ้มค่ากับการใช้งานแล้ว ไม่ต้องจ่ายแพงเกินจำเป็น และบางระบบไม่มีก็อาจไม่จำเป็นหรือมีก็อาจต้องปิดไม่ได้ใช้จริง แต่รุ่น V ก็มีระบบความปลอดภัย ที่จำเป็นมาครบแล้ว เช่น
- ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags)
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะสำหรับบุคคลและรถยนต์ด้านหน้า Intelligent Emergency Braking (IEB)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Lead Car Departure Notification (LCDN)
- ระบบเตือนและป้องกันการชนในจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW) and Blind Spot Intervention (BSI)
- ระบบเตือนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ระบบเตือนและควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning (LDW) and Lane Departure Prevention (LDP)
- ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
- ระบบ Integrated Driving Module (IDM) : เทคโนโลยีช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Intelligent Trace Control (ITC)
หมายเหตุ : ทุกรุ่นราคาพิเศษตั้งแต่ 23 มีนาคม - 30 มิถุนายน 2569 หวังว่าจะคงราคาเดิมต่อไปอีกหน่อย

สมรรถนะหลังทดลองขับ 9 / 10
สำหรับรถเซกเมนต์นี้ ผมให้ดีเกือบสุดในกลุ่มระดับเดียวกัน ในเรื่องของพลังกำลัง ความสนุกในการขับขี่ ความกระชับของการบังคับทิศทางพวงมาลัย ที่มันมาพร้อมกับความประหยัดได้ระดับที่รับได้ เช่น ถ้าคุณขับในเมืองรถติดสาหัส คุณจะเห็นตัวเลขความประหยัดบนมาตรวัดราว ๆ 23 - 25 กม./ลิตร แบบง่าย ๆ หรือถ้ารถติดสลับหยุดนิ่งมีไหล ๆ บ้าง ขึ้นทางด่วนบ้างเร่งแซงบ้างคุณจะเห็น 20+++ กม./ลิตร และถ้าขับแบบแช่ยาว ๆ บนทางด่วนเอาแค่ขับไม่เกินกฏหมายกำหนดน่าจะได้ 18+++ กม./ลิตร แต่ถ้าคุณเกิดอยากขับในสไตล์ดุดัน ก็ลดลงมากตามกำลังเท้าที่ขับ อาจจะเหลือ 12 - 15 กม./ลิตร (แล้วแต่ลักษณะการขับขี่)
ส่วนเรื่องช่วงล่างนั้น ก็นับว่าให้ความมั่นใจได้แม้เข้าทางโค้งความเร็วสูง ๆ เปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีอาการโยก ๆ โยน ๆ อยู่บ้าง ตามสไตล์รถครอบครัวยกสูง หากขับความเร็วต่ำก็จะมีแอบกระเทือนเบาๆ (ซึ่งนุ่มกว่าในเจนฯ 2 ของผม) ระบบเบรกมั่นใจเอาอยู่และเป็นธรรมชาติ แต่การเก็บเสียงหรือการป้องกันเสียงเข้าในรถยังมีและยิ่งขับเร็วยิ่งดัง ผ่านใต้ท้อง ทั้งเสียงยางบดถนน เสียงลม และถ้าเร่งความเร็วแรง ๆ เสียงจากเครื่องยนต์เล็ดลอดเข้ามา แต่กลับให้อารมณ์สนุกและโทนเสียงเหมือนรถสปอร์ต ซึ่งอันนี้เพราะน่าฟังกว่ารุ่นก่อนหน้า





วิสัยทัศน์การขับขี่ส่วนด้านหน้านับว่าโปร่งโล่งสบาย แต่มาสะดุดที่ห้างตาตรง "โหนกฝากระโปรงหน้า" ที่บริเวณเหนือซุ้มล้อนี่แหละครับ รุ่นก่อนหน้ามันไม่มี! รุ่นนี้เปลี่ยนชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมถึงฝากระโปรงที่มีขอบสันโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเชน ให้ความรู้สึกเหมือนขับอยู่ใน NAVARA หรือ TERRA ยังไงอย่างงั้น! ส่วนมุมองด้านหลังที่ปรับผ่านกล้องแทนสายตานั้น คมชัดและเห็นรายละเอียดชัดเจน ยังใบหน้าของคนขับรถคันด้านหลัง (ถ้าฟิลม์ไม่เข้มมาก) และช่วยให้มองเห็นเมื่อมีสัมภาระด้านหลังที่สูงหรอมีผู้โดยสารนั่งเต็มคันจนบังกระจกมองหลัง แต่คุณอาจต้องทำความคุ้มเคยกับระยะห่างและมุมมองจากกล้องหลังนี้เล็กน้อยครับ เพราะว่าจะรู้สึกรถด้านหลังเหมือนอยู่ใกล้มาก ๆ

อัตราสิ้นเปลือง 8/10
จากการใช้งาน 4 วันในสภาพในเมืองนอกเมืองให้เหมือนใช้ในชีวิตปกติ ความประหยัดของระบบ e-POWER อยู่ในระดับกลาง ๆ และบานลานซ์ระหว่างความแรงกับประหยัด หากเทียบกับค่ายญี่ปุ่นด้วยกันเองอย่าง HR-V หรือ Yaris Cross แล้ว อาจเป็นรองในบางครั้ง แต่ว่าเทียบความแรงและขับสนุกแบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน KICKS กินขาดเลยครับ สรุปแล้วอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยรวมอยู่ 19 กม./ลิตร และสูงสุดที่ทำได้ 22 กม./ลิตร
ความสะดวกสบาย 7/10
ความสะดวกสบายตำแหน่งคนขับด้วยเบาะปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พวงมาลัยหุ้มหนังเรียบจับสบายมือและปรับได้ 4 ทิศทาง สวิตช์บนพวงมาลัยใช้งานง่าย ไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติ ปุ่มสั่งงานต่าง ๆ อยู่นอกจอแบบรถยนต์สันดาปทั่วไป คุ้นเคยไม่ต้องปรับตัวเยอะ มาตรวัดคนขับ สว่างชัดเจนบอกรายละเอียดต่าง ๆ ได้ครบถ้วน แต่จอฝั่งขวา ควรจะเป็นแบบเต็มกรอบไปเลยจะดูน่าประทับใจกว่านี้ ส่วนจอกลางกว้างขึ้นจากรุ่นเดิมเยอะ แสดงรายละเอียดชัดเจนดูง่ายขึ้น ฟังก์ชั่นในจอก็ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน แต่ว่า "กล้องมองรอบคันยังไม่ชัด" ถ้าเทียบกับเทคโนโลยียุคปัจจุบัน ต้องชัดกว่านี้ และควรเลือกแสดงมุมมองภาพมากกว่าแค่มุมล้อหน้าซ้าย กับถอยหลัง นอกจากนี้ ระดับหน้าจอกลางตั้งตรงเกินไป ทำให้คนนั่งด้านหน้าหรอผู้ขับขี่มองยาก คล้าย ๆ ต้องก้มเยอะกว่าปกติทั่วไป ควรปรับมุมให้เงยขึ้นรับกับระดับคนนั่งขับขี่มากขึ้นกว่านี้ ใช้แค่การเหลือบตามองก็ต้องเห็นชัดเจน
ตัวของเบาะนั่งอยู่ในระดับกำลังดี เพียงแต่ผิวสัมผัสหนังหุ้มนั้นจะแข็ง ๆ และไม่ค่อยรองรับกับสัดส่วนเท่าไหร่ (เฉพาะตัวบุคคล) คอนโซลกลางออกแบบใช้งานได้ง่ายสะดวก แต่กล่องใส่ของเล็กและตื้นเหมือน (รุ่น) เดิม ใส่ได้แค่แว่นตา กับของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ในการใช้งานก็ยังมีสิ่งที่สะดวกสบายในหลายอย่าง เช่น ระบบกุญแจแบบ Smart Key เมื่อเข้าใกล้ระยะตัวรถก็เปิดล็อคอัตโนมัติและเมื่อลงรถเดินออกห่างก็จะล็อคให้ อาจดูเหมือนรถหลายรุ่นก็มี แต่ระยะทำการของระบบตรวจจับระยะมีความใกล้กับตัวรถมาก ๆ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะถ้าเดินเข้ารถหรือออกห่างรถในระยะห่างเกินไป จะเกิดอาการ เดี๋ยวล็อคเดี๋ยวปลดล็อค สลับไปมาบ่อย ซึ่งเคยเกิดในรถไฟฟ้าบางรุ่น ที่จอดรถหน้าบ้านและเดินเข้าตัว้านพร้อมวางกุญแจในระยะไม่เกิน 4 เมตร ระบบจะรวนทันที! คือ ปลดล็อคและล็อคสลับไปมา จนต้องเอากุญแจไปวางให้พ้นระยะทำการของระบบนี้
อีกกรณีหนึ่ง เมื่อคุณจอดรถในร้านกาแฟด้านหน้า และเดินเข้าไปสั่งเครื่องดื่ม รถยังไม่ทันจะล็อคถ้าระยะไม่ห่างพอ หรือกลับกัน รถล็อคแล้ว แค่เดินไม่นั่งโต๊ะริมหน้าต่างชื่นชมความเท่ของรถคุณ อยู่ดี ๆ รถก็ปลดล็อคขึ้นเองเฉย ๆ ซึ่งใน Nissan Kicks ใหม่ ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน โดยระยะทำการจริง ๆ คือ ต้องเดินมาบริเวณหระตูด้านหน้าหรือเดินแค่พ้นจากประตูด้านหน้าระบบก็ทำงานแล้วครับ ส่วนการขับขี่ปกตินั้นเมื่อรถเริ่มเคลื่อนทำความเร็วราว ๆ 15 - 20 กม./ชม. ประตูจะล็อคอัตโนมัติ แต่ถ้าจอดต้องเปิดเองนะครับ







เบาะที่นั่งตอนหลังใหญ่นั่งสบาย ทั้งทีระดับของพนักพิงแทบจะตั้งตรง แตกลับไม่รู้สึกเมื่อยหรือนั่งลำบากแต่อย่างใด และยังช่วยให้มองเห้นวิสัยทัศน์ด้านหน้าอย่างสบายตาอีกด้วย ระบบปรับอากาศไม่มีช่องลมแอร์ด้านหลังแต่กระแสลมทั่วถึงเย็นฉ่ำ แอร์นิสสัน เย็นถึงใจแน่นอนอันนี้ฟันธง สำหรับการนั่งและเดินทางแรงกระแทกหรือความกระเด้งน้อยมาก อยู่ในกลุ่มรถญี่ปุ่นระดับเดียวกัน และออกไปทางนุ่มนวล ส่วนเมื่อความเร็วสูง ๆ ก็แล้วแต่สถานการณ์ขับขี่ โดยรวมนั่งสบายไม่อึดอัดช่วงล่างกลาง ๆ ไม่แข็งและนุ่มไป ยังมีความนุ่มนวลสบายอยู่ระดับน่าพอใจ จะมีเพียงระยะพื้นหัวเข่ากับเบาะหน้า หากมีคนตัวสูงใหญ่ด้านหน้า อาจจะเหลือพื้นที่น้อยลง ในจุดที่เท้าแขน เมื่อกลางออกมา จะทำให้ติดลำตัวพอดี และเมื่อวางแขนจริง ๆ ระยะแขนที่วางจะเกินล้นออกไปหาผู้นั่งอีกฝั่ง คุณได้ที่วางแก้วน้ำ 2 อัน แต่จะทำให้แคบและอึดอัดขึ้น



ระบบความปลอดภัย ADAS เต็มระบบ 9 /10
ระบบช่วยเหลือการขับขี่เต็มระบบ โดยเฉพาะระบบใหม่ล่าสุด ProPilot ที่จริงมันก็คล้ายกับระบบช่วยขับตามความเร็วรถคันหน้าพร้อมควบคุมรถให้อยู่ในเลนและบังคับทิศทางตามโค้งให้อัตโนมัติ เมื่อใช้งานจริงคุณจะต้องจับพวงมาลัยตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย ส่วนระบบเค้าก็จะทำงานไปตามที่เราตั้งค่าเอาไว้ เป็นระบบช่วยขับขี่ที่ช่วยได้ดีเวลาต้องเดินทางไกลนาน ๆ หรือทางตรงยาว คนขับอาจเมื่อยล้า เมื่อใช้ระบบนี้จะช่วยประคองและลดการเกร็งมือกับเท้าบนคันเร่งของคนขับไปได้มาก แต่สุดท้ายคนขับต้องมีสติและควบคุมรถไปด้วย หากเหนื่อยเมื่อยล้าหรือง่วงนอนก็ควรจอดพัก ถึงแม้ด้านบนเพดานรถจะมี "ปุ่มช่วยเหลือฉุกเฉิน -SOS" แต่ไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอกครับ

ระบบเตือนเบรกด้านยังทำงานได้ดี และมีระบบที่เหมาะสม นั่นคือ จะไม่รีบเบรกเอง หากระยะห่างยังมีความปลอดภัย ในกรณี ต้องการเปลี่ยน โดยเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นและเบนออกไปอีกเลน โดยต้องการเผื่อระยะแซงรถด้านข้างที่อยู่ด้านหลังให้มีระยะห่างพอ ซึ่งบางครั้งอาจต้องขยับเข้าไปใกล้กับรถที่อยู่ด้านหน้าเล็กน้อย รถบางรุ่นจะทำการเตือนและตัดกำลังทันที ทำให้ เร่งไปขึ้น และอาจเสียจังหวะได้ แต่ในนิสสัน คิกส์ จะมีระยะเผื่อให้อีกเล็กน้อย (ประมาณ 1-1.5 เมตร) อาจมีเตือนหรือไม่มีแล้วแต่ระยะรัสมี และทำให้สามารถแซงขึ้นไปในจังหวะนั้นได้อย่างปลอดภัย แต่...ไม่ใช่ว่าการแซงแบบชิดคันหน้าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ใช้ในบางกรณีเท่านั้นจริง ๆ หากขับขี่ปกติควรเว้นระยะห่างทั้งด้านหน้าและหลัง และดูความเร็วของรถที่อยู่ในเลนที่จะขอแซงด้วย ว่า มาเร็วกว่ารถเราหรือไม่ เพราะอาจออกไปตัดหน้าขวางทางและเกิดอุบัติเหตุได้

ระบบช่วยเหลืออื่น ๆ ที่มีให้ครบอกหลายรายการที่มีประโยชนืมาก ๆ เข่น เตือนมุมอับสายตาด้านข้าง เตือนก่อนชนด้านหน้า เตือนเมื่อมีรถขณะถอยหลัง เตือนออกนอกเลน และเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (ออกตัวก่อนคันหลังบีกแตร) เป็นต้น
สรุปความคุ้มค่า Nissan Kicks SV ราคา 899,900 บาท (ราคาก่อน 30 มิถุนายน 2569)
Nissan Kicks e-POWER ได้พลังขับเคลื่อนสนุกเร้าใจแบบรถยนต์ไฟฟ้า เร่งทันใจ พร้อมระบบ e-Pedal ขับสบายในคันเร่งเดียว กดคันเร่ง เพิ่มความเร็ว ยกหรือกรอคันเร่ง ชะลอหรือหยุด เหมาะกับรถติด ๆ ในเมืองมาก ๆ พร้อมระบบรีเจนเนอเรทีฟในตัว แบบเดียวกับในรถยนต์ไฟฟ้า และได้เรื่องความประหยัด หากคุณรับได้และเข้าเรื่องความพิเศษของระบบ e-POWER ก็น่าจะรับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้งในและนอกเมืองอยู่ที่ 18 - 22 กม./ลิตร ได้ ความประหยัดเป็นรอง Toyota และ Honda อยู่บ้าง แต่ความแรงอยู่หัวแถว ระบบความปลอดภัยและฟังก์ชั่นใช้งานก็เพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
สนใจต้องไปทดลองขับจับและสัมผัสคันจริง ขับเองจริง ๆ ก่อนตัดสิ้นใจ และนับว่าเป็น 1 ในตัวเลือกของรถยนต์กลุ่มไฮบริดราคาไม่เกิน 9 แสนบาทที่น่าสนใจอีก 1 รุ่น
บทความ : สินธนุ จำปีศรี
เอารุ่น GEN2 มาเทียบให้ดูนิดนึง




