EN / TH

TOYOTA ลงทุน 3.6 พันล้านดอลลาร์ ขยายโรงงานเท็กซัส เตรียมย้ายไลน์ผลิต Tacoma จาก Mexico สู่สหรัฐฯ

8 กรกฏาคม 2569

Toyota เผย ไม่รีบทำ HiLux PHEV มองว่า ปลั๊กอินไฮบริดไม่พร้อมสำหรับใช้งานหนักแบบกระบะ

8 กรกฏาคม 2569

รวมรถกระบะครอบครัว + ประกอบกิจการ (ทำกิน) ราคาไม่เกิน 900,000 บาท ปี 2026

8 กรกฏาคม 2569

SUZUKI CARRY รุ่นปรับอุปกรณ์ ราคาถูกลง สีตัวถังใหม่ 375,000 บาท

7 กรกฏาคม 2569

AVATR 11 MY2026 ช่วงล่างแม่เหล็กทุกรุ่น แบต 116.79 kWh ระยะทาง 680 กิโลเมตร NEDC

6 กรกฏาคม 2569

GWM Australia ส่งสัญญาณ Tank 800 อาจเป็นรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ก่อนถึงคิว Tank 700

6 กรกฏาคม 2569

Toyota Australia เปิดรับจอง LandCruiser 70 Series อีกครั้ง หลังอัปเกรดผ่านมาตรฐาน Euro 6 Stage C แล้ว

6 กรกฏาคม 2569

ZEEKR X Standard ราคา 899,000 บาท ยังน่าซื้อไหม?

6 กรกฏาคม 2569

BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Standard แบต 46.08 kWh ระยะทาง 410 กม. NEDC ชาร์จ DC 80 kW

6 กรกฏาคม 2569

เปิดประวัติ MITSUBISHI PAJERO เอสยูวีสายลุยระดับตำนาน

6 กรกฏาคม 2569

TOYOTA COROLLA CROSS Z ADVENTURE รุ่นย่อยใหม่ในญี่ปุ่น ตกแต่งสไตล์ลุย ระบบขับสี่ E-Four

5 กรกฏาคม 2569

รถไฟฟ้า MITSUBISHI รุ่นใหม่ ฝาแฝด Foxtron Bria โผล่วิ่งทดสอบในออสเตรเลียแล้ว คาดใช้ชื่อ ASX VR-e

2 กรกฏาคม 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

รวมรถกระบะครอบครัว + ประกอบกิจการ (ทำกิน) ราคาไม่เกิน 900,000 บาท ปี 2026

8 กรกฏาคม 2569| จำนวนผู้เข้าชม 118

 

รถกระบะได้รับความนิยมสูงมาก แม้ราคาน้ำมันจะผันผวน แต่ก็ไม่กระทบความต้องการมากนัก เพราะเป็นรถที่ตอบสนองการใช้งานได้กว้างกว่ารถเก๋ง ทั้งเดินทางที่สะดวกสบายออปชั่นดีขึ้น ยกสูงลุยได้หลากหลายสภาพถนนและสามารถบรรทุกสัมภาระหรือจะใช้ทำมาหากินก็ได้ในคันเดียว บวกกับความประหยัดและทนทาน ดุแลรักษาง่ายของเครื่องยนต์ดีเซลที่ทั้งแรง อึดทึกทนและประหยัดน้ำมันเมื่อเทียบกำลังกับลิตรต่อการขนส่ง คุ้มกว่าเครื่องยนต์เบนซิน นอกจากนี้ราคาจำหน่ายปัจจุบันก็เข้าถึงง่ายขึ้น

 

ตลาดรถกระบะ 4 ประตู ยกสูง (ขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง) ในงบประมาณไม่เกิน 900,000 บาท ในประเทศไทย ถือเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันกันสูงมาก โดยแต่ละค่ายจะมีรุ่นย่อยที่จัดออปชันมาให้คุ้มค่า แตกต่างกันไปตามจุดเด่นของแบรนด์ และบทความนี้คัดมาให้แล้วสำหรับกระบะ 4 ประตูยกสูงในราคาไม่เกินนี้ มีทั้งหมด 4 รุ่น (+ 1 รุ่น) ดังนี้ครับ

 

 

 

Toyota Hilux TRAVO Prerunner 2.8 Smart MT ราคา 895,000 บาท
ดีเซล 2.8 ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ออปชั่นมาตรฐาน

  • ไฟหน้า LED ไฟต่ำและหลอดฮาดลเจน ไฟสูง ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ
  • ล้อและยางขนาด 265/65R17
  • ความสูงใต้ท้องรถ 224 มม.
  • กระบะภายใน ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 1,555 x 1,540 x 480
  • ฐานล้อ 3,085 มม.
  • มาตรวัดจอสี ขนาด 7 นิ้ว
  • เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว
  • เชื่อมต่อ Bluetooth / Apple CarPlay และ Android Auto / T-Connect / USB (เสียบสาย)
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • USB type-C 2 ตำแหน่ง
  • ระบบแผ่นกรองระบบปรับอากาศ PM 2.5
  • ถุงลมนิรภัย คู่หน้า / หัวเข่าด้านคนขับ
  • ระบบเตือนขณะถอยรถ RCTA
  • กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC)
  • สัญญาณไฟกระพริบเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS)
  • ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย (TSC)
  • ระบบควบคุมเฟืองท้าย (Auto Limited Slip Differential)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)


การบำรุงรักษาตามะยะทาง

6 เดือน หรือ 10,000 กม.

น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 1,648.32 บาท

 

1 ปี หรือ 20,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 2,081.32 บาท


1 ปี 6 เดือน หรือ 30,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
กรองอากาศเครื่อง
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 2,304.32 บาท


2 ปี หรือ 40,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
น้ำมันเบรค_คลัทช์
น้ำมันเฟืองท้าย LT 75W-85 (DL)
จารบีหล่อลื่น
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมัน
ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 3,714.10 บาท


2 ปี 6 เดือน หรือ 50,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 1,648.32 บาท


3 ปี หรือ 60,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
กรองอากาศเครื่อง
ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 2,737.32 บาท


3 ปี 6 เดือน หรือ 70,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 1,648.32 บาท

 

4 ปี หรือ 80,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
น้ำมันเบรค_คลัทช์
น้ำมันเฟืองท้าย LT 75W-85 (DL)
จารบีหล่อลื่น
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมัน
ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 3,714.10 บาท


4 ปี 6 เดือน หรือ 90,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
กรองอากาศเครื่อง
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 2,304.32 บาท


5 ปี หรือ 100,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
จารบีหล่อลื่น
ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 2,081.32 บาท

 

*รอบที่แพงสุด
6 ปี หรือ 120,000 กม.
น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ 5W30
น้ำมันเบรค_คลัทช์
น้ำมันเฟืองท้าย LT 75W-85 (DL)
จารบีหล่อลื่น
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมัน
กรองอากาศเครื่อง
ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ
ประเก็นน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองน้ำมันเครื่อง
รวมราคาอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 4,370.10 บาท

จะเห็นว่า Toyota เช็คระยะแต่ละครั้งราคาเบา ๆ เลย

 

 

 

Isuzu D-Max Hi-Lander 2.2 L MT ราคา 885,000 บาท
ดีเซล 2.2 ลิตร MAXFORCE กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

ออปชั่นมาตรฐาน

  • ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมปรับระดับไฟหน้าสูง - ต่ำ
  • ไฟท้าย LED
  • ล้อและยางขนาด 255/65R17
  • ความสูงใต้ท้องรถ 235 มม.
  • กระบะภายใน ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 1,495 x 1,530 x 490
  • ฐานล้อ 3,125 มม.
  • ระบบแนะนำการเปลี่ยนเกียร์ GSI (Genius Sport Shift)
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay*
  • Bluetooth พร้อมระบบ WiFi Mirroring และช่องต่ออุปกรณ์ USB-C
  • 6 ตำแหน่ง (รวมทวีตเตอร์)
  • แผ่นกรองระบบปรับอากาศ PM 2.5
  • ที่บังแดดคู่หน้าแบบมีกระจก พร้อมที่เก็บนามบัตรเฉพาะด้านผู้ขับขี่
  • ถุงลมคู่หน้า
  • กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด พร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline
  • กุญแจรีโมท Integrated Key
  • ระบบปลดล็อกประตู One Motion Unlock เฉพาะด้านผู้ขับขี่
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อม EBD และ BA
  • ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกระทันหัน ESS

 

การบำรุงรักษาตามะยะทาง มาเป็นตารางดูง่าย

 

 

 

 

 

 


เมื่อดูแล้วช่วงที่ราคาแพงหน่อยจะมี 3 ระยะคือ (กม.)

  • 40,000 กม.    ราคา 4,912 บาท
  • 80,000 กม.    ราคา 5,415 บาท
  • 120,000 กม.  ราคา 5,573 บาท
  • 160,000 กม.  ราคา 6,868 บาท
  • 200,000 กม.  ราคา 5,600 บาท

 

 

 

 

 

Ford Ranger Double Cab XL+ AT ราคา 779,000 บาท
ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

  • ออปชั่นมาตรฐาน
  • ราคา ไม่เกิน 8 แสนบาท
  • ได้เกียร์ออโต้
  • ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ หลอดฮาโลเจน
  • ไฟวิ่งกลางวัน หลอดฮาโลเจน
  • ล้อและยางขนาด 255/70 R17
  • ความสูงใต้ท้องรถ 235 มม.
  • กระบะภายใน ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 1,584 x 1,420 x 540
  • ฐานล้อ 3,270 มม.
  • จอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 8 นิ้ว
  • พวงมาลัยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ปรับ 4 ทิศทาง
  • กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ ด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าพร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียว
  • Cruise Control
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย Apple CarPlay® and Android AutoTM
  • ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A
  • โมเด็มเชื่อมต่อ Ford ap
  • ช่องต่อ USB 2 จุด
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ถุงลมนิรภัย 6 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลมนิรภัย
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด
  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ


สำหรับฟอร์ดเป็นแบรนด์อเมริกันราคาอาจจะสุงกว่าฝั่งญี่ปุ่น แต่ก็ราคาเท่า ๆ กันในทุกระยะ (มีตารางให้ดูง่าย ๆ )

 

 

 


การบำรุงรักษาตามะยะทาง
ทุก 15,000 กม.
เช่น ตะกั่วถ่วงล้อ (Balancing Weight) น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% 4L 0W30 ไส้กรองน้ำมันเครื่อง โอริงน๊อตอ่างน้ำมันเครื่อง เป็นต้น ระยะที่แพงสุดคือ 150,000 บาท ราคา 5,125 บาท

 

 

 

 

 

Nissan Navara Calibre SL 7AT ราคา 842,000 บาท
ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล 7 สปีด

ออปชั่นมาตรฐาน

  • ไฟหน้าแบบ ฮาโลเจน
  • กระจกมองข้างขนาดใหญ่ปรับและพับด้วยมือ
  • กระทะและยางขนาด 255/65 R17
  • ความสูงใต้ท้องรถ 225 มม.
  • กระบะภายใน ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 1,470 x 1,495 x 520
  • ฐานล้อ 3,150 มม.
  • มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่ จอสีแบบสามมิติขนาด 7 นิ้ว
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • NissanConnect - ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ หน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว รองรับ Bluetooth®
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ช่องต่ออุปกรณ์ USB Type-A, AUX
  • Cruise control
  • Push Start
  • ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น (ABLS)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ VDC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถ ขณะลากจูง (TSA)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณเตือนแบบ VSS
  • ระบบตัดวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิงอัตโนมัติ ในกรณีรถพลิกคว่ำ
  • ระบบกุญแจ Immobilizer


การบำรุงรักษาตามะยะทาง 6 เดือน หรือ 10,000 กม. แรกฟรี

12 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 20,000 กม.
อะไหล่ราคาสุทธิ* 3,705 บาท ฟรีค่าแรง
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W30
ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองปรับอากาศ

 

18 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 30,000 กม.
อะไหล่ราคาสุทธิ* 2,150 บาท ฟรีค่าแรง
กรองน้ำมันเชื้อเพลิง


24 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 40,000 กม.
อะไหล่ราคาสุทธิ* 4,590 บาท ฟรีค่าแรง
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W30
ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองปรับอากาศ
กรองอากาศ
น้ำมันเบรก DOT3

 

30 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 50,000 กม.
ตรวจเช็คทั่วไปฟรี

 

36 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 60,000 กม.
อะไหล่ราคาสุทธิ* 5,855 บาท ฟรีค่าแรง
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W30
ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองปรับอากาศ
กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

 

42 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 70,000 กม.
ตรวจเช็คทั่วไปฟรี

 

48 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 80,000 กม.
อะไหล่ราคาสุทธิ* 4,590 บาท ฟรีค่าแรง
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W30
ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองปรับอากาศ
กรองอากาศ
น้ำมันเบรก DOT3


54 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 90,000 กม.
อะไหล่ราคาสุทธิ* 2,150 บาท ฟรีค่าแรง
กรองน้ำมันเชื้อเพลิง


60 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 100,000 กม.
อะไหล่ราคาสุทธิ* 3,705 บาท ฟรีค่าแรง
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W30
ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองปรับอากาศ

 

*รอบที่แพงสุด
72 เดือน หรือ รอบเช็กระยะที่ 120,000 กม.
อะไหล่สุทธิ* 6,740 บาท ค่าแรง 1,860 บาท รามราคาสุทธิ* 8,600 บาท
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 5W30
ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง
กรองปรับอากาศ
กรองอากาศ
น้ำมันเบรก DOT3
กรองน้ำมันเชื้อเพลิง


หมายเหตุ : อย่างไรก็ตาม ราคาเช็คระยะแต่ละรุ่นอาจเปลี่ยนแปลงตามผู้ผลิตและโปรโมชั่นของแต่ละแบรนด์ โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเข้ารับบริการ

 

 

เลือกรุ่นไหนเหมาะกับใคร?

 

Toyota Hilux TRAVO Prerunner 2.8 Smart ราคา 895,000 บาท
เลือกความสดใหม่ปรับใหญ่ทั้งคัน เน้นความแรง ดูแกร่ง ช่วงล่างปรับปรุงเป็นเทคโนโลยีระบบช่วงล่างที่นุ่มใช้ยาว ๆ ฟังก์ชั่นกลาง ๆ แต่ทันสมัย มั่นใจบริการหลังการขายและอะไหล่ที่นับว่าราคาประหยัดมาก ๆ

 

Isuzu D-Max Hi-Lander 2.2 L ราคา 885,000 บาท
เลือกความคุ้มค่า เครื่องใหม่ประหยัดน้ำมันระบบเกียร์ธรรมดายิ่งประหยัดทนทาน บำรุงรักษาง่าย ไม่จุกจิก ใครไปต่อยอดความสวยจัดทรง หรือแต่งเพิ่มความแรงก็ง่ายในงบไม่สูงมากนัก แค่รีแม็พก็แตะ 190 แรงม้า สบาย ๆ มั่นใจบริการหลังการขายและอะไหล่

 

Ford Ranger Double Cab XL+ ราคา 779,000 บาท
เลือกโทคโนโลยี ฟังก์ชั่นมากกว่าใคร ใหญ่บึกบึนและเป็นแบรนด์อเมริกัน หากคำนวนทั้งเรื่องราคา ฟังก์ชั่นของรถที่มีระบบพวงมาลัยไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด และถุงลมเยอะสุด รุ่นเดียวในกลุ่มราคาระดับนี้ และค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะแล้ว อาจจะสูงหน่อยแต่นับว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบความป็นกระบะอเมริกัน!

 

Nissan Navara Calibre SL 7 AT ราคา 842,000 บาท
เลือกทนทานใช้งานง่ายระบบไม่เยอะ และกำลังเครื่องยนต์ที่แรงกว่าในกลุ่ม เน้นใช้ยาว ๆ ใช้ลืมทนแน่นอน บรรทุกหนักสบายด้วยกำลังที่แรงกว่าใครในกลุ่มนี้ และไม่ต้องกลัวตกรุ่นเพราะอายุตลาดค่อนข้างยืนยาว ส่วนเรื่องการเช็คระยะอาจจะอยู่ในราคากลาง ๆ พอรับได้ เพราะหลายอย่างใช้เทคโนโลยีร่วมกับฝั่ง "Renault"

 

#ยังมีรุ่นซีเครทอีก 1 รุ่น จากค่ายจีนที่ราคาลดพิเศษเพราะยอดไม่เดิน แต่ก็เป็นรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยครับ กับภาพลักษณ์กระบะพรี่เมี่ยมเปลี่ยนขุมพลังเป็นดีเซลพร้อมปรับราคาลงมาเยอะจากตัวเบนซินไฮบริด ที่ตั้งราคาสูงจัด! 

 

 

 

 

GWM POER SAHAR DIESEL 2WD ราคา 799,000 บาท 

พลังดีเซลเทอร์โบกำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร เกียร์ 9 สปีด ที่สามารถรองรับแรงบิดได้สูงสุดถึง 750 นิวตัน-เมตร กับ 3 โหมดขับขี่ 

 

ออปชั่นมาตรฐาน

  • ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector เปิด-ปิดอัตโนมัติ
  • ไฟตัดหมอกหลัง
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ
  • ล้อและยางขนาด 265/60R18
  • ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ความสูงใต้ท้องรถ 224 มม.
  • กระบะภายใน ยาว x กว้าง x สูง (มม.) -
  • ฐานล้อ 3,350 มม.
  • พวงมาลัยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ปรับความหนักเบาได้ 3 แบบ 
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ข้างคนขับปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • กระจกอัตโนมัติ 4 บาน
  • มาตรวัดคนขับ 12.3 นิ้ว
  • แอร์แยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา
  • เครื่องเสียงจอสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับ Android Auto และ Wireless Apple CarPlay*
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ถุงลมคู่หน้า ด้านข้างและกลาง
  • กล้องมอง 360 องศา
  • กุญแจรีโมท Immobilizer
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อม EBD และ BA
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)
  • ช่วยชะลอความรุนแรงเมื่อชนครั้งที่ 2 
  • ระบบเตือนวัดตรวจลมยาง
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกระทันหัน ESS

 

การบำรุงรักษาตามะยะทาง 

เช็คระยะ 80,000 กม. แพงสุด คือ 14,206 บาท

 

ต้องยอมรับว่าในเรื่องการขับขี่นับว่าสบายสุด ๆ ทั้งนุ่ม พวงมาลัยเบาสบายขับขี่ระบบช่วยเหลือเยอะ แต่เรื่องความทนทานและการใช้งานระยะยาวนั้นต้องพิสูจน์กันอีกนานครับกว่าจะสามารถให้ความเชื่อมั่นในเครื่องยนต์ตัวนี้ แต่จากคนใช้งานจริงใน TANK 300 Diesel ก็พอจะพิสูจน์ได้จากยอดขายในปัจจุบันครับ 

 

 

                                                              ==================================================

 

ในความเห็นส่วนตัวหากต้องเลือก 1 รุ่นจริง ๆ ผมน่าจะไป Ford Ranger Double Cab XL+ ด้วยความที่เป็นรถที่ขับสบายที่สุดทั้งพวงมาลัยไฟฟ้า เกียร์ 10 สปีด เครื่องยนต์ก็ปรับใหม่นิดหน่อย แถมเป็นแบรนด์แกร่งและค่าบำรุงรักษาไม่ถึงกับดุดันมากนักครับ

 

บทความนี้เป็นเพียงการเลือกรุ่นที่กลุ่มและราคาระดับเดียวหรือใกล้เคียงกัน แต่ละแบรนด์ในราคาที่แตกต่างจากนี้อาจมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปอีก ดังนั้น การเลือกซื้อรถต้องคำนึงหลายเรื่องนอกจากราคากับออปชั่น ต้องดูว่าพื้นที่ใช้งานนนั้นสะดวกในการเข้ารับบริการหรือไม่ ลักษณะการใช้งาน และระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องมี สุดท้ายต้องไปลองจับสัมผัสและขับขริง ๆ ก่อนตัดสินใจครับ

 

บทความ : สินธนุ จำปีศรี

 


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

ZEEKR X Standard ราคา 899,000 บาท ยังน่าซื้อไหม?

6 กรกฏาคม 2569

เปิดประวัติ MITSUBISHI PAJERO เอสยูวีสายลุยระดับตำนาน

6 กรกฏาคม 2569

ลองขับ MG URBAN ตัวท็อป ออปชั่นครบ 709,900 บาท นาทีนี้คุ้มไหม?

29 มิถุนายน 2569

เติมน้ำมัน 1 ลิตร เสียค่าอะไรไปบ้าง? พาส่องโครงสร้างราคาน้ำมันประเทศไทย

19 มิถุนายน 2569

รอมานาน ORA 7 ผลิตโดย BMW หลังจากร่วมมือกันสร้าง MINI ไฟฟ้า

16 มิถุนายน 2569

พัฒนาอุสาหกรรมแล้วต้องมีป่าเพื่อรักษาสมดุลใน “รักษ์โลกกับลามิน่า”

4 มิถุนายน 2569

CEO Lamborghini อดใจไม่ไหวขอแซว Ferrari Luce

29 พฤษภาคม 2569

BYD Sealion 5 DM-i EV Mode ผ่ากลางเมืองรถติดสุดพีคระยะทางกว่า 50 กม.ได้เท่าไหร่?

26 พฤษภาคม 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ