คนที่สนใจหรือจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) หรือเป็นรถสันดาปพ่วงมอเตอร์เสียบชาร์จได้อย่างปลั๊คอินไฮบริด (PHEV) ควรมี แอปพลิเคชั่นใช้ชาร์จ เวลาเดินทางไปต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยว หรือใครที่ไม่สะดวกติดตั้งเครื่องชาร์จ (Wall Charger) ในที่พักอาศัย เช่น คอนโคฯ บ้านพักหลวง บ้านเช่า บ้านญาติ ฯลฯ

ปัจจุบันผู้ให้บริการชาร์จไฟมีหลาากค่ายหลายแหล่ง โดยรวมแล้วทั่วประเทศในปีล่าสุดนี้ราว ๆ 3,000 - 4,000 แห่ง ทั้งในสถานีบริการน้ำมัน, ห้างสรรพสินค้า, สถานประกอบการเอกชน, สถานที่ราชการ และโชว์รูมของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ ซึ่งแต่ละแห่งก้จะมีการจ่ายกระแสไฟที่แตกต่างกัน แล้วแต่พื้นที่หรือผู้ให้บริการนั้น ๆ บางแห่งสามารถจ่ายไฟสูงสุดของ OneCharge มีสถานีที่ กิ่งแก้ว 40 ซึ่งให้กำลังไฟรวมสูงถึง 1,440 kW (24 หัวชาร์จ)
แต่ว่า การจ่ายไฟแรงแค่ไหนสุดท้ายก็อยู่ที่รถยนต์ไฟฟ้าของคุณว่ารองรับไฟได้สูงสุดเท่าไหร่ หรือถ้ารับได้สูง ๆ ก็ต้องดูต้องจ่ายไฟแต่ละแห่งว่าจ่ายได้เท่าไหร่อีก เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งไปซีเรียสกับการขับหาตู้จ่ายไฟแรง ขอแค่คุณมรแอปฯ หรือจุดชาร์จที่สะดวกใกล้ ๆ และช่วยให้เดินทางถึงจุดหมายได้ก็เป็นพอแล้ว

สถานีบริการชาร์จไฟในไทยทั่วประเทศหลักมีดังนี้
EV Station PluZ (OR): ปัจจุบันปักหมุดสถานีชาร์จไปแล้วกว่า 1,300 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศและเน้นตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน PTT OR
เครื่องชาร์จ 40 - 180 kW: On-Peak 7.9 บาท | Off-Peak 6.6 บาท
เครื่องชาร์จ 180 - 200 kW: On-Peak 8.2 บาท | Off-Peak 6.9 บาท
EV HUB / Fast Charge (240-480 kW): On-Peak 8.4 บาท | Off-Peak 7.1 บาท
Ultra Fast Charge: On-Peak 9.4 บาท | Off-Peak 8.1 บาท
หมายเหตุ: มีค่าจองล่วงหน้า 20 บาท (หักคืนเมื่อชาร์จจริง)
PEA VOLTA: มีสถานีเปิดให้บริการมากกว่า 400 สถานี ครอบคลุม 76 จังหวัด ทั่วไทย
ขนาด 25 kW: On-Peak 5.9 บาท | Off-Peak 4.9 บาท
ขนาด 50 - 180 kW: On-Peak 6.9 บาท | Off-Peak 5.9 บาท
ขนาด 300 - 360 kW: On-Peak 7.9 บาท | Off-Peak 6.9 บาท
EA Anywhere: มีเครือข่ายสถานีประมาณ 480 - 500 แห่ง กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่
ตู้ DC ประมาณ 7.7 - 8.7 บาท ส่วนตู้ AC คิดเป็นรายชั่วโมง (เช่น 1 ชม. 80 บาท)
REVERSHARGER (Sharge) (BYD): มีจุดชาร์จให้บริการประมาณ 400 - 500 แห่ง และเน้นความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าและที่พักอาศัย
ใช้ระบบสมาชิกแบบ Tier System ยิ่งชาร์จสะสมเยอะ ยิ่งได้ราคาถูก:
Silver Tier (ทั่วไป): 7.2 - 7.6 บาท/หน่วย
Gold Tier: 6.4 - 7.2 บาท/หน่วย
Platinum Tier: 5.8 - 6.4 บาท/หน่วย (ขึ้นกับโปรโมชันช่วงนั้น)
EleX by EGAT: มีสถานีให้บริการมากกว่า 100 - 120 แห่ง
ในปั๊ม PT ราคาประมาณ 7.5 บาท/หน่วย ส่วนในพื้นที่ กฟผ. DC อยู่ที่ 6.5 บาท และ AC อยู่ที่ 5.5 บาท
MG Super Charge: มีสถานีชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) มากกว่า 150 แห่ง ที่โชว์รูม MG และสถานีน้ำมันบางจาก
ช่วง Peak (ราคาปกติ): 7.50 บาท ต่อหน่วย (kWh)
จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 22.00 น.
ช่วง Off-Peak (ราคาประหยัด): 6.50 บาท ต่อหน่วย (kWh)
จันทร์ - ศุกร์ เวลา 22.00 - 09.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ (ตลอด 24 ชม.)

นอกจากนี้ยังมีค่ายอื่นๆ เช่น
MEA EV (การไฟฟ้านครหลวง)
ราคาเฉลี่ยประมาณ 7.5 บาท/หน่วย (บางสถานีเป็นราคาเดียวตลอดวัน)
EVolt
ตู้ DC (Fast Charge): ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 7.5 - 8.5 บาท ต่อหน่วย (kWh)
ตู้ AC (Normal Charge): ประมาณ 7.5 - 8.0 บาท ต่อหน่วย (kWh) หรือในบางที่ (เช่น คอนโด/โรงแรม) อาจคิดเป็น รายชั่วโมง (เช่น 50 - 80 บาท/ชม.)
on-ion
ตู้ AC (ชาร์จปกติ): ประมาณ 8.0 - 8.5 บาท ต่อหน่วย (kWh)
ตู้ DC (ชาร์จเร็ว): ประมาณ 8.5 - 9.5 บาท ต่อหน่วย (kWh)
(หมายเหตุ: ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามโปรโมชันหรือทำเลที่ตั้ง เช่น ห้างเซ็นทรัลบางสาขา)
Shell Recharge ความร่วมมือกับ ABB และ Porsche ทำให้ตู้ชาร์จส่วนใหญ่เป็นแบบ DC Fast Charge ความเร็วสูงมาก (สูงสุดถึง 180kW - 360kW)
ตู้ DC Fast Charge (ความเร็วสูง): ประมาณ 9.0 - 9.5 บาท ต่อหน่วย (kWh)
ตู้ AC (ชาร์จปกติ): ประมาณ 8.0 - 8.5 บาท ต่อหน่วย (kWh)
(หมายเหตุ: ราคาในบางสาขาอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามทำเล เช่น ในห้างหรือปั๊มบนถนนสายหลัก)
รวมแอปฯ EV Charger ที่ควรมีติดมือถือไว้
ผู้ให้บริการหลักรายใหญ่
EV Station PluZ: ของ PTTOR เน้นในปั๊ม PTT มีสถานีเยอะที่สุด ครอบคลุมทุกจังหวัด
PEA VOLTA: ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เน้นเส้นทางหลวงสายหลัก เดินทางไกลต้องมีตัวนี้ครับ
MEA EV: ของการไฟฟ้านครหลวง เน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
EleXA: ของ กฟผ. (EGAT) มีจุดชาร์จตามเขื่อนและเส้นทางหลัก รวมถึงในห้างเครือเซ็นทรัลบางแห่ง
ผู้ให้บริการเฉพาะกลุ่มหรืออาจใช้งานร่วมได้
MG SUPER CHARGE: สำหรับสถานีชาร์จที่โชว์รูม MG และปั๊มบางจาก (รถยี่ห้ออื่นก็ใช้ได้)
Tesla: สำหรับผู้ใช้ Tesla เพื่อเข้าถึง Supercharger (และบางจุดเปิดให้ยี่ห้ออื่นใช้ได้แล้ว)
GWM: สำหรับชาร์จที่โชว์รูม GWM และสถานี Partner
สำหรับในห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรม
REVERSHARGER (ชื่อเดิม Sharge): เน้นจุดชาร์จในห้าง (เช่น CTW), คอนโด และโรงแรม
EVolt: มีจุดชาร์จตามอาคารสำนักงานและคอมมูนิตี้มอลล์
on-ion: เน้นจุดชาร์จในห้างสรรพสินค้าเครือเซ็นทรัลและโรบินสัน
Spark EV : ถานีในห้างและแหล่งไลฟ์สไตล์: เน้นติดตั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น เครือเซ็นทรัล, โรบินสัน และไทวัสดุ รวมถึงตามโรงแรมและอาคารสำนักงานบางแห่ง
(ในโรงแรมใหญ่หลายแห่งมี EV Station PluZ อยู่ด้วย)
แอปฯ รวมจุดชาร์จ
PlugShare: เป็นแอปฯ ที่รวมตำแหน่งสถานีจากทุกค่ายไว้ในที่เดียว สามารถดูรีวิวจากผู้ใช้จริงได้ว่าตู้ไหนเสียหรือใช้งานได้ปกติ แต่ไม่สามารถสั่งจองเวลาชาร์จได้ ไว้ดูอย่างเดียว ดีกว่าไปถึงแล้วตู้ชาร์จนั้น ๆ ใช้งานไม่ได้ยิ่งเสียเวลาครับ
ข้อสังเกตุ : รถยนต์ไฟฟ้าที่รองรับกระแสไฟได้มาก ๆ จะได้เปรียบเรื่องเวลาในการชาร์จที่เร็วกว่ารถที่รองรับไฟได้น้อยกว่า ตัวอย่างคร่าว ๆ นะครับ เช่น
สมมุติว่าระดับไฟฟ้าในแบตฯ คงเหลือ 30% ชาร์จถึง 80%
รถยนต์รุ่น A รองรับ 80 kWh แบตฯ 400V ใช้เวลา 25 นาที ได้ระยะทาง 50 กม.*
รถยนต์รุ่น B รองรับ 120 kWh แบตฯ 400V ใช้เวลา 20 นาที ได้ระยะทาง 80 กม.*
รถยนต์รุ่น C รองรับ 360 kWh แบตฯ 800V ใช้เวลา 15 นาที ได้ระยะทาง 150 กม.*
(*หมายเหตุ : เป็นตัวอย่างโดยประมาณ)

อย่างไรก็ตามการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าย่อมใช้เวลารอนานกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 20-40 นาที อยู่แล้วดังนั้น ในช่วงเทศกาลหรือหยุดยาว ควรเผื่อเวลาในการชาร์จ ตู้ชาร์จมีปัญหา หรือคิวการจองที่ยาวเหยียดในบางช่วงเวลา
เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าควรจะต้องมีวินัย วางแผนการเดินทาง จองหรือจะ Walk-in ต้องดูว่ามีคนต่อคิวหรือไม่ และเมื่อชาร์จเสร็จตามเวลาหรือได้ไฟเต็มก่อนเวลาหรืออาจจะมีไฟเพียงพอที่จะถึงจุดหมายแล้ว ก็ อาจแบ่งปันให้ผู้รอชาร์จไฟคันอื่น ๆ ได้ใช้ต่อ เพื่อลดระยะเวลาในการใช้งานในภาพรวมลงได้ด้วยครับ และเมื่อถึงกำหนดไม่ควรแช่เกินเวลา แอปฯ จะมีการแจ้งเตือนอยู่แล้ว ควรกลับมาที่รถของท่านและขยับรถออกทันทีครับ
หมดปัญหาจอดผิดฝั่ง ถ้าทำสิ่งนี้!!!
อ้อ...สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ ควรจอดให้ตรงตำแหน่งของหัวชาร์จตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ไม่ใช่เอาสะดวกเข้าว่านะครับ เพื่อสังคม EV น่าอยู่ และควรมีมารยาทซึ่งกันและกัน เพราะการจองอย่างน้อยในแอปฯ จะมีการแจ้งตำแหน่งหัวชาร์จ "A หรือ B" ฝั่งซ้าย/ขวา และในส่วนหัวชาร์จรถยนต์ของคุณนั้น อยู่ตำแหน่งใดที่จะใช้งานได้สะดวกที่สุด เป็นต้น เพื่อให้ขับเข้าช่องชาร์จได้อย่างถูกต้องนั่นเอง
ถึงแม้ที่พักอาศัยจะติดตั้งแท่นชาร์จแต่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะมีแอปฯ ต่าง ๆ ติดมือถือไว้ ซึ่งจะขอแนะนำ 3 แอปฯ หลัก ๆ นี้ไว้ก็เพียงพอ ส่วนใครอยากชัวร์ก็อาจจะเพิ่มหลาย ๆ แอปฯ ก็ตามสะดวกครับ
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้รวบรวมมาให้แล้ว ขาดอะไรเข้าไปโหลดได้เลย
ขอบคุณแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม...
PEAVOLTA
EVStation
EVme
EVroads
Autoinfo
Autospin
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)