การเดินทางช่วงเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าใกล้หรือไกล รถยนต์ที่ใช้จะต้องมีความพร้อมในการเดินทาง และผู้ใช้รถเองก็ควรจะตรวจเช็ครถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด ในบทความนี้จะมาแนะนำการตรวจเช็คเบื้องต้นง่าย ๆ ฉบับ "มือใหม่" ใครก็เช็คได้ เพื่อให้รถยนต์ของคุณอยู่ในสภาพที่ดีก่อนที่จะจอด "กินข้าวลิง" หรือ "จอดเสียบนถนน" จนต้องเรียกรถสไลด์!

เดินวนรอบรถ
- เดินวน...การตรวจสอบความผิดปกติด้วยสายตา หรือ ความผิดปกติรอบ ๆ รถ ด้วยการเดินวนดูรอบ ๆ คัน ว่า สิ่งใดที่มันแปลก ๆ ไป เช่น ยางอ่อน/แบน หรือไม่ มีคราบน้ำหรือน้ำมันหรืออาจจะเป็นของเหลว "ที่หยด" ลงพื้น ของเหลวมีสีหรือลักษณะใด ข้น เหนียวหรือมีกลิ่นเหมือนน้ำมันหล่อลื่น, น้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่
- ดมกลิ่น...ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม หากมีกลิ่นแปลกหรือมีความแรงจนเตะจมูกอย่างไม่เคยมีมาก่อน กลิ่นก็อาจการส่งสัญญาณเตือนว่ามีอะไรที่ผิดปกติไปใรถของคุณก็ได้
- ฟังเสียง...ในกรณีสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว ให้ลองฟังเสียงใต้ฝากระโปรงว่ามีอะไรที่ดังแปลก ๆ เช่น เสียงเหล็กกระทบกัน, เสียงพัดลมไฟฟ้าหมุน/ไม่หมุน, เสียงสายพานที่ดัง "อี๊ด ๆ " หรือเสียงเหมือน "หนูร้อง" นั่นอาจเกิดความผิดปกติได้
- ระบบไฟรอบคัน...ติดครบทุกดวงหรือไม่ ไฟหน้า, ไฟหรี่, ไฟเบรก, ไฟเลี้ยว (ติดแล้วอย่าลืมเปิดใช้งาน), ไฟถอยหลัง และไฟส่องป้ายทะเบียน ต้องติดครบและมองได้ชัดเจน
- ภาษีประจำปี/พรบ.หรือประกันภัย...รถยนต์จำเป็นต้องต่อทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วน รวมถึง พรบ. ด้วย และถ้าสามารถทำประกันภัยภาคสมัครใจชั้น 1, 2 หรือ 3 ได้ ยิ่งดีครับ

- ยางต้องดี...ดอกยางต้องเหลือเยอะ ดูว่ามีหนา ๆ เป็นก้อน ๆ หรือไม่และความลึกของร่องดอกยางไม่ควรน้อยกว่า 5 มม. หรืออาจจะเอาเหรียญบาทมาลองวัดดูให้จมร่องยางไปเกือบครึ่งก็ได้ และลองใช้เล็บ "จิก" เนื้อยางว่ายังนิ่มหรือไม่พร้อมกับสังเกตุด้วยว่ามีการ "แตกลายงา" หรือเปล่า
- ระบบเบรกต้องเอาอยู่...มองที่จานเบรกว่ามีร่อยรอยขุดขีดหรือเป็นเส้น ๆ หรือไม่ และถ้าทำได้ให้มองตัวผ้าเบรกที่อยู่ด้านในว่ามีความหนาหรือไม่ (อันนี้อาจต้องรู้จักตัวผ้าเบรกก่อน)

เปิดฝากระโปรงกัน

เปิดฝากระโปรงสักหน่อยดูว่ามีอะไรที่ไม่เรียบร้อยบ้างและอย่างน้อย ๆ ก็ ยังสามารถตรวจเช็คระดับของเหลวเบื้องต้นได้ครับ อย่างแรกคือ ดึงสวิตช์เปิดฝากระโปรงก่อนเลย ซึ่งรถยนต์ทั่วไปจะอยู่ฝั่งคนขับ จะมีไม่กี่แบรนด์ที่อยู่ฝั่งซ้าย (คนนั่ง) และบางรุ่นจะต้องดึง 2 ครั้งต่อกันเป็น

เมื่อเปิดฝากระโปรงแล้วจะเห็นอะไรยุ่งเหยิงไปหมด ไม่ต้องตกใจนะครับ หากรถคุณยังอยู่ในระยะประกันฯ หรือถ้าไม่มีมีความรู้เรื่องรถมากนัก ให้ดูเพียงที่เติม "น้ำฉีดกระจก" ฝาสีฟ้า ๆ หรือบางรุ่นสีเทา ๆ เท่านั้น เพื่อเติมเวลากระจกเป็นคราบให้กดฉีดล้างกระจกบานหน้าได้ โดยน้ำที่เติมควรเป็น "น้ำยาล้างกระจก" จะดีที่สุด เพราะจะไม่ทิ้งคราบขาว ๆ หลังจากแห้งแล้ว แต่ถ้าไม่สะดวกใช้น้ำยาเฉพาะก็สามารถเติมน้ำเปล่าได้เช่นกันนะครับ
สำหรับฝาปิดสีดำนั้น ไม่จำเป็นไม่ควรเปิดเล่นนะครับ เพราะเป็นระบบของเหลวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบเครื่องยนต์ เบรก หรือ น้ำระบบหม้อน้ำ ที่คุณอาจปิดไม่สนิทส่งผลอันตรายต่อเครื่องยนต์ได้ ให้เพียงสังเกตุที่ฝาของแต่ละกระบอกว่า มีรอยรั่วซึมหรือไม่ก็พอครับ หากมีคราบซึมออกมา ให้รีบนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการทันทีครับ
ระบบแบตเตอรี่ 12V บางรุ่นอาจพอดูได้จาก "ตาแมว" หรือ ช่องกลมใส ๆ ด้านบน ซึ่งจะมีสัญลักษณ์บอกสถานะสีต่าง ๆ เอาไว้ เช่น สีฟ้าหรือเขียว-ปกติ, สีแดง-ควรเติมน้ำกลั่น/ไฟเหลือเหลือน้อย และสีขาว-ไฟหมด เป็นต้น นอกจากนี้ในรถบางรุ่นแบตฯ 12V อาจไปอยู่ที่ส่วนท้ายรถก็ได้
สุดท้ายเมื่อเริ่มออกรถหรือรถเคลื่อนที่ไปแล้ว ให้สังเกตุความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น เสียงล้อหรือยางดัง ขณะรถวิ่ง, เสียงเบรกเสียดสีกับจานเบรก, เสียงระบบช่วงล่าง ตกหลุมดัง/เลี้ยวดัง-แก๊ก ๆ เป็นต้น หากพบให้รีบนำรถเข้าศูนย์หรือสถานบริการที่น่าเชื่อถือทันทีครับ
เอาหละผมว่าการตรวจเช็ครถเบื้องต้นด้วยตัวเองนั้น ไม่ใช้เรื่องใหม่หรือไกลตัวเลย ผู้ขับขี่รถจำเป็นจะต้องมีความสนใจและตรวจสอบสภาพของรถยนต์ที่ใช้งานให้อยู่ในความพร้อมเสมอ เพื่อให้เดินทางได้อย่างปลอดภัยครับ
"การตรวจเช็ครถ-ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป หากคุณใส่ใจสักนิด จะปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคุณและผู้ร่วมใช้ถนนทุกคนครับ"
บทความโดย: สินธนุ จำปีศรี