EN / TH

ข้อมูล MG URBAN แฮทช์แบ็คไฟฟ้า ผลิตไทย แบต 42.8 และ 53.9 kWh เคลมวิ่ง 435-530 กม. NEDC

10 มิถุนายน 2569

TOYOTA รุกตลาดโกคาร์ต เตรียมเปิดตัว GR Kart ตั้งโรงงานผลิตในญี่ปุ่น หวังเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

9 มิถุนายน 2569

TOYOTA จดสิทธิบัตรใหม่ "เกียร์กระปุกสำหรับ EV" ปรับระดับความยากตามทักษะ เข้าเกียร์ไม่ถูก รถดับได้

9 มิถุนายน 2569

ชุดแต่งราคา 4,100 ดอลลาร์ ปรับลุกให้ Toyota Probox หน้าตาบ้านๆ เป็นรถ Land Cruiser 60 Series สุดคลาสสิก

9 มิถุนายน 2569

Suzuki Jimny Allgrip Plus และ Rhino Plus ตัวถัง 3 ประตู เปิดตัวในมาเลเซีย CBU ญี่ปุ่น ราว 1.28-1.4 ลัานบาท

8 มิถุนายน 2569

เจาะลึกตัวแข่ง Isuzu D-MAX จ่าย 1.4 ล้านบาทโมเต็ม 285 แรงม้า จากโรงงานพร้อมแข่ง

8 มิถุนายน 2569

SUBARU เผยเปิดตัวรถใหม่ 3 รุ่น พร้อมแฮทช์แบ็กราคาประหยัดพื้นฐานรองรับ WRX STI ในอนาคต

8 มิถุนายน 2569

AUDI NUVOLARI 2027 ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ ขุมพลังไฮบริด V8 TwinTurbo 1,001 แรงม้า จำกัด 499 คันทั่วโลก

5 มิถุนายน 2569

เปิดตัว NISSAN PRIMERA EV พื้นฐาน N7 217 แรงม้า แบต 60 kWh เคลม 500 กม./ชาร์จ

5 มิถุนายน 2569

Dongfeng Motors พัฒนาเครื่องยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูง 45.5%

5 มิถุนายน 2569

FORD BRONCO FILSON 2027 ตกแต่งเฉพาะรุ่น สีพิเศษ เน้นพรีเมียม ปรับวัสดุและการเก็บเสียงดีขึ้น

4 มิถุนายน 2569

TOYOTA COROLLA CROSS เวอร์ชั่นกระบะ ถูกพบวิ่งพรางตัวทดสอบในประเทศบราซิล

4 มิถุนายน 2569

ไม่พบข้อมูล

กลับไปหน้า บทความ

เช็ครถก่อนเดินทาง ง่ายๆ ฉบับมือใหม่

7 เมษายน 2569| จำนวนผู้เข้าชม 1,011

 

การเดินทางช่วงเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าใกล้หรือไกล รถยนต์ที่ใช้จะต้องมีความพร้อมในการเดินทาง และผู้ใช้รถเองก็ควรจะตรวจเช็ครถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด ในบทความนี้จะมาแนะนำการตรวจเช็คเบื้องต้นง่าย ๆ ฉบับ "มือใหม่" ใครก็เช็คได้ เพื่อให้รถยนต์ของคุณอยู่ในสภาพที่ดีก่อนที่จะจอด "กินข้าวลิง" หรือ "จอดเสียบนถนน" จนต้องเรียกรถสไลด์!

 

 

เดินวนรอบรถ

  • เดินวน...การตรวจสอบความผิดปกติด้วยสายตา หรือ ความผิดปกติรอบ ๆ รถ ด้วยการเดินวนดูรอบ ๆ คัน ว่า สิ่งใดที่มันแปลก ๆ ไป เช่น ยางอ่อน/แบน หรือไม่ มีคราบน้ำหรือน้ำมันหรืออาจจะเป็นของเหลว "ที่หยด" ลงพื้น ของเหลวมีสีหรือลักษณะใด ข้น เหนียวหรือมีกลิ่นเหมือนน้ำมันหล่อลื่น, น้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ 
  • ดมกลิ่น...ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม หากมีกลิ่นแปลกหรือมีความแรงจนเตะจมูกอย่างไม่เคยมีมาก่อน กลิ่นก็อาจการส่งสัญญาณเตือนว่ามีอะไรที่ผิดปกติไปใรถของคุณก็ได้
  • ฟังเสียง...ในกรณีสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว ให้ลองฟังเสียงใต้ฝากระโปรงว่ามีอะไรที่ดังแปลก ๆ เช่น เสียงเหล็กกระทบกัน, เสียงพัดลมไฟฟ้าหมุน/ไม่หมุน, เสียงสายพานที่ดัง "อี๊ด ๆ " หรือเสียงเหมือน "หนูร้อง" นั่นอาจเกิดความผิดปกติได้
  • ระบบไฟรอบคัน...ติดครบทุกดวงหรือไม่ ไฟหน้า, ไฟหรี่, ไฟเบรก, ไฟเลี้ยว (ติดแล้วอย่าลืมเปิดใช้งาน), ไฟถอยหลัง และไฟส่องป้ายทะเบียน  ต้องติดครบและมองได้ชัดเจน
  • ภาษีประจำปี/พรบ.หรือประกันภัย...รถยนต์จำเป็นต้องต่อทะเบียนให้ถูกต้องครบถ้วน รวมถึง พรบ. ด้วย และถ้าสามารถทำประกันภัยภาคสมัครใจชั้น 1, 2 หรือ 3 ได้ ยิ่งดีครับ

 

 

  • ยางต้องดี...ดอกยางต้องเหลือเยอะ ดูว่ามีหนา ๆ เป็นก้อน ๆ หรือไม่และความลึกของร่องดอกยางไม่ควรน้อยกว่า 5 มม. หรืออาจจะเอาเหรียญบาทมาลองวัดดูให้จมร่องยางไปเกือบครึ่งก็ได้ และลองใช้เล็บ "จิก" เนื้อยางว่ายังนิ่มหรือไม่พร้อมกับสังเกตุด้วยว่ามีการ "แตกลายงา" หรือเปล่า
  • ระบบเบรกต้องเอาอยู่...มองที่จานเบรกว่ามีร่อยรอยขุดขีดหรือเป็นเส้น ๆ หรือไม่ และถ้าทำได้ให้มองตัวผ้าเบรกที่อยู่ด้านในว่ามีความหนาหรือไม่ (อันนี้อาจต้องรู้จักตัวผ้าเบรกก่อน) 

 

 

เปิดฝากระโปรงกัน

 

 

เปิดฝากระโปรงสักหน่อยดูว่ามีอะไรที่ไม่เรียบร้อยบ้างและอย่างน้อย ๆ ก็ ยังสามารถตรวจเช็คระดับของเหลวเบื้องต้นได้ครับ อย่างแรกคือ ดึงสวิตช์เปิดฝากระโปรงก่อนเลย ซึ่งรถยนต์ทั่วไปจะอยู่ฝั่งคนขับ จะมีไม่กี่แบรนด์ที่อยู่ฝั่งซ้าย (คนนั่ง) และบางรุ่นจะต้องดึง 2 ครั้งต่อกันเป็น

 

 

เมื่อเปิดฝากระโปรงแล้วจะเห็นอะไรยุ่งเหยิงไปหมด ไม่ต้องตกใจนะครับ หากรถคุณยังอยู่ในระยะประกันฯ หรือถ้าไม่มีมีความรู้เรื่องรถมากนัก ให้ดูเพียงที่เติม "น้ำฉีดกระจก" ฝาสีฟ้า ๆ หรือบางรุ่นสีเทา ๆ เท่านั้น เพื่อเติมเวลากระจกเป็นคราบให้กดฉีดล้างกระจกบานหน้าได้ โดยน้ำที่เติมควรเป็น "น้ำยาล้างกระจก" จะดีที่สุด เพราะจะไม่ทิ้งคราบขาว ๆ หลังจากแห้งแล้ว แต่ถ้าไม่สะดวกใช้น้ำยาเฉพาะก็สามารถเติมน้ำเปล่าได้เช่นกันนะครับ

 

สำหรับฝาปิดสีดำนั้น ไม่จำเป็นไม่ควรเปิดเล่นนะครับ เพราะเป็นระบบของเหลวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบเครื่องยนต์ เบรก หรือ น้ำระบบหม้อน้ำ ที่คุณอาจปิดไม่สนิทส่งผลอันตรายต่อเครื่องยนต์ได้ ให้เพียงสังเกตุที่ฝาของแต่ละกระบอกว่า มีรอยรั่วซึมหรือไม่ก็พอครับ หากมีคราบซึมออกมา ให้รีบนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการทันทีครับ 

 

ระบบแบตเตอรี่ 12V บางรุ่นอาจพอดูได้จาก "ตาแมว" หรือ ช่องกลมใส ๆ ด้านบน ซึ่งจะมีสัญลักษณ์บอกสถานะสีต่าง ๆ เอาไว้ เช่น สีฟ้าหรือเขียว-ปกติ, สีแดง-ควรเติมน้ำกลั่น/ไฟเหลือเหลือน้อย และสีขาว-ไฟหมด เป็นต้น นอกจากนี้ในรถบางรุ่นแบตฯ 12V อาจไปอยู่ที่ส่วนท้ายรถก็ได้ 

 

 

สุดท้ายเมื่อเริ่มออกรถหรือรถเคลื่อนที่ไปแล้ว ให้สังเกตุความผิดปกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น เสียงล้อหรือยางดัง ขณะรถวิ่ง, เสียงเบรกเสียดสีกับจานเบรก, เสียงระบบช่วงล่าง ตกหลุมดัง/เลี้ยวดัง-แก๊ก ๆ เป็นต้น หากพบให้รีบนำรถเข้าศูนย์หรือสถานบริการที่น่าเชื่อถือทันทีครับ

 

เอาหละผมว่าการตรวจเช็ครถเบื้องต้นด้วยตัวเองนั้น ไม่ใช้เรื่องใหม่หรือไกลตัวเลย ผู้ขับขี่รถจำเป็นจะต้องมีความสนใจและตรวจสอบสภาพของรถยนต์ที่ใช้งานให้อยู่ในความพร้อมเสมอ เพื่อให้เดินทางได้อย่างปลอดภัยครับ 

 

"การตรวจเช็ครถ-ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป หากคุณใส่ใจสักนิด จะปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคุณและผู้ร่วมใช้ถนนทุกคนครับ"

 

 

บทความโดย: สินธนุ จำปีศรี


แชร์บทความนี้


ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง

พัฒนาอุสาหกรรมแล้วต้องมีป่าเพื่อรักษาสมดุลใน “รักษ์โลกกับลามิน่า”

4 มิถุนายน 2569

CEO Lamborghini อดใจไม่ไหวขอแซว Ferrari Luce

29 พฤษภาคม 2569

BYD Sealion 5 DM-i EV Mode ผ่ากลางเมืองรถติดสุดพีคระยะทางกว่า 50 กม.ได้เท่าไหร่?

26 พฤษภาคม 2569

Ford Ranger XLS 2026 เครื่องใหม่โซ่ไทม์มิ่ง เกียร์ 10 สปีด อัตราบริโภคน้ำมัน 13 กม./ลิตร ค่าตัว 939,000 บาท

21 พฤษภาคม 2569

Wuling Starlight Darion EV MPV ราคาอีโค่ ดีที่ออปชั่นแต่ต้องปรับปรุงหลายอย่าง

15 พฤษภาคม 2569

เปรียบเทียบ เจาะลึก ระหว่าง นโยบาย รถยนต์คันแรก VS EV 3.0/3.5 ประโยชน์ที่ประเทศได้ กับความเสี่ยงที่ไทยเจอ

13 พฤษภาคม 2569

Michelin Pilot PAX System ยางรถนายกฯ ทำไมแพง?

27 เมษายน 2569

ALL NEW SUBARU CROSSTREK ราคานำเข้า 2.35 ลบ. ได้สายเลือดญี่ปุ่นมีของดีซ่อนไว้เสมอ!

16 เมษายน 2569

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ท่านได้รับการบริการที่ดีที่สุด กรุณากดยอมรับเพื่อยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ยอมรับ